ฉะเดือด! 2 ผัวเมียโชว์แผล ถูกเพื่อนบ้านชก ปัดแจ้งทหารบุก – คู่กรณีเปิดบ้าน โต้เป็นมาเฟีย (คลิป)

วันนี้ (22 เม.ย.) นายนันท์ไชย งามจริยวัตร อายุ 49 ปี และ นางเทียมจันทร์ งามจริยวัตร อายุ 51 ปี สามีภรรยา ระบุว่าเป็นผู้เสียหายถูกเพื่อนบ้านทำร้ายร่างกาย โดยนางเทียมจันทร์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังจะออกจากบ้าน โดยได้เดินออกมาสตาร์ทรถยนต์หน้าบ้าน เห็นชายเสื้อดำซึ่งอยู่บ้านติดกัน นั่งบนรถจักรยานยนต์ทำท่ากอดอก พร้อมมองหน้าตน เมื่อสตาร์ทรถเสร็จก็เดินมานั่งฝั่งคนนั่งหน้ารถเพื่อรอสามี จากนั้นเมื่อสามีเดินออกมา ก็เห็นชายรายดังกล่าวชูนิ้วกลาง พร้อมด่าทอสามีตน และวิ่งเข้ามาทำร้าย ตนจึงลงจากรถเพื่อไปช่วย แต่ชายรายดังกล่าวกลับ ชกหน้าตนจนล้มลงไปด้วย

เทียมจันทร์ งามจริยวัตร ผู้เสียหาย

เมื่อตนได้สติลุกขึ้นมา เห็นว่ามีชายอีกรายที่อยู่บ้านหลังเดียวกับชายเสื้อดำ นั่งคุมเชิงอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงตะโกนถามไป ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ โดยอีกฝ่ายตอบกลับมาว่า บ้านของตนไปแจ้งความให้ตำรวจมาค้นบ้านของเขา จากนั้นก็ชุลมุนและมีผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วย จึงแยกย้ายกัน ก่อนที่ตนจะนำสามีไปที่สถานีตำรวจนครบาลบางเสาธง โดยเมื่อไปถึง สน.พบว่า ชายรายดังกล่าวไปถึงก่อนแล้ว พร้อมเรียกพวกตน และทำท่าทางก่อกวน และถ่ายคลิปวีดีโอ จนตนไม่สามารถแจ้งความได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่สามีภรรยาถูกทำร้าย

ทั้งนี้ อีกฝ่ายยังลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน โดยเจ้าหน้าที่ได้บอกให้ตนเซ็นเอกสาร ขณะนั้นตนรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงไม่ยอมเซ็น และยังไม่แจ้งความ เพราะต้องรีบส่งสามีไปรักษาอาการที่โรงพยาบาล จนวันที่ 19 เม.ย. ได้กลับไปลงบันทึกประจำวัน และได้ถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าอีกฝ่ายมีอาชีพอะไร เพราะดูท่าทางทำตัวกร่างมาก ซึ่งตำรวจตอบกลับมาว่า คุมบ่อนย่านรัชดา ตนจึงเข้าใจ

โดยตอนนี้ ตนรู้สึกหวาดกลัว และห่วงความปลอดภัยของตัวเองมาก เพราะจุดเกิดเหตุคือหน้าบ้าน หากไม่ดำเนินการก็เกรงว่า อาจเกิดอันตรายกับตัวเองถึงชีวิต เพราะอีกฝ่ายก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย

นันท์ไชย งามจริยวัตร ผู้เสียหาย

ด้านนายนันท์ไชย กล่าวว่า ขณะที่ตนเดินออกมาจากบ้าน ก็เห็นชาย 2 รายที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน รายแรกนั่งฝั่งตรงข้ามบ้าน อีกรายใส่เสื้อสีดำอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง มองหน้าตนแบบหาเรื่อง ก่อนที่ชายเสื้อดำจะชูนิ้วกลาง และด่าตนด้วยคำหยาบคาย ตนคิดว่าน่าจะมีเรื่อง จึงเดินมาเปิดประตูรถด้านหลังคนขับ เพื่อหยิบโทรศัพท์บันทึกเหตุการณ์ ขณะที่กดบันทึกได้ประมาณ 8 วินาที ชายเสื้อดำก็วิ่งเข้ามาชกตนจนวูบไป จากนั้นภรรยาของตนที่นั่งอยู่บนรถก็วิ่งมาช่วย แต่กลับโดนต่อยจนล้มกลิ้ง จากนั้นมีผู้ชายอ้วนอีกรายวิ่งออกมาจากบ้าน รุมต่อยตน จนมีผู้ที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ เข้ามาช่วย

หลังจากตนขึ้นรถเพื่อไปสถานีตำรวจ แต่เมื่อไปถึง พบชาย 2 คนที่รุมตนอยู่ที่ สน. ก่อนแล้ว ซึ่งตนก็บอกไปว่า เราไม่ได้รู้จักกัน แต่อีกฝ่ายถามตนว่า “มึงรู้มั้ย กูทำอาชีพอะไร” ซึ่งตนก็ตอบกลับไปว่าไม่อยากรู้ โดยขณะนั้นตนรู้สึกปวดหัว ลูกสาวจึงตามรถพยาบาลให้มารับที่ สน.ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล โดยเข้ารักษาเป็นเวลา 2 วัน เพราะมีอาการปวดศีรษะ ปากแตก เท้ามีเลือดออก

ภาพอาการบาดเจ็บของนายนันท์ไชย

หลังจากนั้น เมื่อกลับไปอยู่บ้าน มีคนจากบ้านหลังดังกล่าว พยายามก่อกวน ทั้งเบิ้ลรถใส่ และถุยน้ำลายใส่หน้าบ้าน โดยตนยืนยันว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังก่อเหตุ และไม่ทราบว่าอีกฝ่ายทำอาชีพอะไร เพราะในบ้านมีแต่วัยรุ่นเข้าออกตลอด รวมถึงไม่เคยแจ้งความให้ตำรวจมาค้นบ้านตามที่อีกฝ่ายกล่าวหา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า อีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฏหมาย ตนก็ไม่รู้ว่าหากไม่รีบหยุดยั้ง ต่อไปตัวเองจะต้องเจอกับอะไรอีก

ภาพบ้านของผู้ก่อเหตุ

ขณะที่ทางทีมข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบภายในบ้านของผู้ก่อเหตุ ตามที่มีคำกล่าวอ้างว่าบ้านหลังนี้มีการเปิดบ่อน หรืออาจมีสิ่งผิดกฎหมาย โดยพบเป็นบ้านทาวน์โฮม สูง 2 ชั้น ด้านหน้าเปิดเป็นพื้นที่เสริมสวยขนาด 1 เก้าอี้ ด้านในบ้านชั้นล่างเป็นห้องรับแขก ด้านบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง ทีมข่าวเข้าไปสำรวจไม่พบมีสิ่งผิดกฎหมาย หรืออุปกรณ์เล่นการพนัน

ส่วนชายที่ปรากฎในคลิป ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ครอบครัวระบุว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เนื่องจากห่วงเรื่องคดีความ ที่อาจจะมีผลต่อรูปคดี โดย นายสยาม หมื่นณรงค์ ญาติของชายในคลิป เปิดเผยว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 10 ปี ตอนนี้อยู่กัน 10 คน ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับใคร โดยเฉพาะข้างบ้านที่เป็นบ้านของคู่กรณี แต่อาจมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เป็นปัญหาของเพื่อนบ้านทั่วไปเรื่องที่จอดรถ แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง

สยาม หมื่นณรงค์ ญาติผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าบ้านตนไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ได้เปิดบ่อน ไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน ครอบครัวตนทุกคนมีอาชีพสุจริต ตนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่บ้านก็เปิดเป็นร้านเสริมสวยด้วย พี่น้องคนอื่นๆ ก็ทำงานรับจ้างกันทั้งหมด ส่วนตัวยอมรับว่า เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ ทำให้คนในบ้านไม่สบายใจ อยู่ไม่เป็นสุข ตนเองก็รู้สึกเบื่อเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตนเพียงอยากให้รักกันไว้ เพราะอยู่บ้านติดกัน หรือหากแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ต่างคนต่างอยู่ ให้มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป

นายสยาม เปิดเผยด้วยว่า ครอบครัวเคยจะขายบ้านหลังนี้ เนื่องจากเบื่อที่มีปัญหากันบ่อยครั้ง ตนเคยแขวนป้ายประกาศขายแล้ว แต่ไม่มีคนซื้อ เนื่องจากเข้าใจว่าต้องมาเจอเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและมีนิสัยแบบนี้

คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มีปากเสียงกันบริเวณหน้าบ้าน
คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มีปากเสียงกันบริเวณหน้าบ้าน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำที่ผ่านมา คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายพยายามที่จะพูดคุยกันบริเวณหน้าบ้าน เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ไม่เป็นผล โดยได้มีปากเสียงและทะเลาะกัน มีการต่อว่ากันไปมาโดยไม่มีฝ่ายไหนยอม จากนั้นทีมข่าวได้ช่วยไกล่เกลี่ยโดยการขอให้ยุติการพูดคุย ก่อนญาติฝ่ายผู้เสียหายจะเรียกนายนันท์ไชยเข้าบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์

keyboard_arrow_up