“ษิทรา” งัดคลิปโต้ “ปรีชา” พูดเอง วินวิน เผยภาพชี้จุดไม่มั่ว – แจง “จรูญ” ถอนเงิน ปัดหนีผิด (คลิป)

จากกรณี เมื่อวานนี้ (19 เม.ย.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เดินทางไปศาลจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เพื่อยื่นฟ้องคดีอาญาเอาผิด ครูปรีชา ใคร่ครวญ, นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ซึ่งนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา ก็ออกมาชี้แจงว่า ถ้าอีกฝ่ายจะฟ้องก็จะมีการฟ้องกลับ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน: ทนายครูปรีชา รู้ไต๋ ลุงจรูญ ลุยฟ้องหวังขู่พยานไม่กล้าขึ้นศาล บอกฟ้องมาก็ฟ้องกลับ) ขณะที่ฝ่ายร.ต.ท.จรูญบอกด้วยว่า สามารถจำเหตุการณ์วันที่ 28 พ.ย.60 ที่ครูปรีชาขอแบ่งเงินได้อย่างแม่นยำ (อ่าน: จรูญจำแม่น 28 พ.ย. ปรีชาขอแบ่ง 30 ล. โต้ชี้จุดซื้อหวยมั่ว จ่อทำหนังสือให้ครูอ่าน)

ทนายวรยุทธ ในรายการต่างคนต่างคิด

วันนี้ (20 เม.ย.) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา ร่วมพูดคุยในรายการ

โดยทนายวรยุทธ กล่าวถึงกรณีที่แม่ค้าขายนม บอกว่า ร.ต.ท.จรูญ ชี้จุดซื้อลอตเตอรี่ผิด เพราะจุดที่ชี้นั้นเป็นจุดที่ขายนม ซึ่งตนมองว่าร.ต.ท.จรูญไปชี้จุดถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ไปกับทนายษิทรา ซึ่งจุดที่ชี้นั้นก็เป็นจุดที่ขายนม และแผงลอตเตอรี่อยู่หลังศาลพระภูมิ ข้างศาลพระพรหม และอีกครั้งได้ไปชี้จุดกับกองปราบก็ยังชี้ที่จุดเดิม โดยเป็นการหันหลังแล้วชี้ไปคนละจุดที่แผงลอตเตอรี่ตั้งขาย จึงมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ร.ต.ท.จรูญ ไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ ตนมองว่า ร.ต.ท.จรูญ จำแม่ค้าไม่ได้เป็นเรื่องปกติ แต่อย่างน้อยก็ต้องจำสถานที่ได้

นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา

ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างว่า มีการย้ายแผงลอตเตอรี่หลังจากเป็นข่าวนั้น ต้องไปต่อสู้กันในศาล ซึ่งตนจะนำพยานไปให้ซักค้านที่ชั้นศาล ยืนยันว่า ตนยังมีพยานอีกหลายคน ทั้งพยานที่เกี่ยวกับคดีและประจักษ์พยาน

ส่วนกรณีที่พยานหลายคนเพิ่งออกมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจภูธรภาค 7 มีหลักฐานพยานเพียงพอที่บ่งชี้ว่า ลอตเตอรี่เป็นของครูปรีชา พยานจึงไม่จำเป็นต้องออกมา แต่เมื่อกองปราบเข้ามาทำคดีนี้สถานการณ์เปลี่ยน ครูปรีชา ถูกจับ ข้อเท็จจริงไม่ตรงตามที่พยานเห็น ทุกคนจึงออกมาแสดงตัว ไม่ใช่แค่เพียงเพราะความสงสารครูปรีชา แต่เพื่ออยากเอาความจริงออกมาพิสูจน์ ส่วนคลิปจะมีหรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะกระทบต่อรูปคดี

ทนายวรยุทธ กล่าวถึงกรณี วันที่ 28 พ.ย. 60 ที่ ร.ต.ท.จรูญ ได้บอกว่า ครูปรีชา เป็นคนพูดให้ วิน-วิน และทำบุญร่วมกัน แต่ครูปรีชาก็บอกว่าเขาไม่ได้พูด ซึ่งตนมองว่าการพูดจริงหรือเท็จ ต้องให้เป็นหน้าที่ของศาล และในวันนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงพัก และมีคนรับรู้หลายคน ในการตกลงเจรจากันจะมีการพูดคุยระหว่างครูปรีชา และ ร.ต.ท.จรูญ และตำรวจหนึ่งนาย แต่ถ้าตำรวจบอกว่าครูปรีชาเป็นคนพูด ก็ค่อยไปพิสูจน์กันในศาลได้

ลอตเตอรี่ที่ร.ต.ท.จรูญนำไปขึ้นรางวัล

ซึ่งตนได้กล่าวถึงประเด็นวันที่ 28 พ.ย. 60 เพียงเพราะต้องการเตือนความจำของ ร.ต.ท.จรูญ ที่มีความจำที่ดี จำเหตุการณ์วันที่ 28 พ.ย. ได้ติดตาติดใจ แต่ทำไมจำไม่ได้ว่าวันที่ 31 ต.ค. 60 ซื้อลอตเตอรี่ที่ไหน ชี้จุดซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูก และก่อนที่จะมีการเจรจากันนั้น ได้มีการให้เจ๊พัชทดสอบเขียนเลย 700 เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการพิสูจน์ว่า ร.ต.ท.จรูญ ซื้อลอตเตอรี่จากใคร ซึ่ง ร.ต.ท.จรูญ ก็บอกว่าเป็นลายมือของเจ๊พัช แต่กลับจำไม่ได้ว่าซื้อลอตเตอรี่มาจากใคร

แล้วที่ ร.ต.ท.จรูญ บอกว่าซื้อลอตเตอรี่มาจากแผง แต่เลข 726 ในงวดนั้นเป็นเลขดัง หาซื้อยาก แม่ค้าจะไม่นำมาวางไว้ที่แผง เพราะติดราคาเกินจริงไว้บนซอง และเก็บใส่กระเป๋าไว้เพื่อขายให้ลูกค้าที่สั่งเลขไว้หรือลูกค้าประจำเท่านั้น และวันที่ 28 พ.ย. 60 ร.ต.ท.จรูญพบหน้าแม่ค้าที่ซื้อลอตเตอรี่ด้วย ทำไมถึงไม่ชี้ ถ้ายืนยันว่าลายมือตรงกับซองลอตเตอรี่ มั่นใจแค่ไหนว่าซื้อมาเองจริง

ทนายวรยุทธ กล่าวอีกว่า ครูปรีชาได้ไปอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ เอาไว้ เพราะครูเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ จึงเป็นเจ้าของเงิน ถ้าไม่อายัดอีกฝ่ายก็จะมีการถอนไปใช้ และวันที่ 28 พ.ย. 60 เมื่อเจรจากันแต่ตกลงเรื่อง วิน-วิน กันไม่ได้ ครูปรีชาจึงแจ้งความร้องทุกข์ แต่อีกฝ่ายไปถอนเงินหลังเจรจากัน เหมือนเป็นความไม่สุจริตใจ

ภาพคลิปเสียงสนทนาระหว่าง เจ๊เซี้ยม กับ ชายคนหนึ่ง

ส่วนกรณีคลิปที่จะใช้เป็นหลักฐานจะสามารถทำให้คดีพลิกได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าใช้แค่ประจักษ์พยานก็เพียงพอแล้ว ซึ่งถ้ามีคลิปที่มีเสียงแม่ค้ากับชายคนหนึ่งยอมรับว่าไม่ใช่คนซื้อลอตเตอรี่ก็ไม่เป็นไร เพราะตนเชื่อว่าเป็นคลิปตัดต่อ ไม่ครบถ้วน เพราะจากที่ตนรวมความและตีความหมายทั้งหมดแล้ว จนสรุปได้ว่า “ครูเป็นเจ้าของลอตเตอรี่”

ทั้งนี้ ตนมองว่า ร.ต.ท.จรูญ ยังซื้อหวยจากเจ๊เซี้ยมไม่ถูก นับประสาอะไรกับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และ ร.ต.ท.จรูญ เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เล่นหวย แต่อาจจะเป็นภรรยาหรือไม่นั้น ทำไมซื้อหวยกับเจ๊เซี้ยมไม่ถูก แต่ไปได้เลขมาจากไหน เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาอยู่แล้ว ถ้าคุณบอกว่าไม่เคยซื้อ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคุณเคยซื้อ ก็จะพิสูจน์ได้ว่าใครพูดจริงอยู่ และสามารถพิสูจน์ได้จากการระทำ

ทนายษิทรา ไปฟ้องศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีอาญา

ส่วนกรณีทนายษิทราไปฟ้องศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีอาญานั้น ตนมองว่าไม่ค่อยมีใครทำ เป็นการข่มขู่พยาน เพราะพยานที่ไปเบิกความในคดีแพ่งไม่ได้มีแค่แม่ค้า 3 คน แต่ยังมีตำรวจอีกนายหนึ่ง ถ้าจะฟ้องให้การเท็จทั้งหมดทำไมไม่ฟ้องตำรวจด้วย ที่ทำแบบนี้เพราะจะข่มขู่พยานฝ่ายตน ว่าอย่าขึ้นเบิกความ ถ้าไปเป็นพยานอาจจะโดนเหมือนแม่ค้า 3 คนนั้นได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงตนก็จะฟ้องกลับ และเมื่อไหร่ที่สำเนาคำฟ้องติดหมายศาลมาที่บ้าน ครูปรีชา ตนก็จะฟ้องกลับ

ทั้งนี้ ทนายษิทรา จะขอจำหน่ายคดีแพ่งชั่วคราว เนื่องจากต้องรอศาลอาญาตัดสินแล้วศาลแพ่งค่อยมารอฟังผล ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วจะได้ไปเจอกันวันที่ 4 มิ.ย.นี้ เพราะตนเป็นคนดูคดีอาญาให้กับครูปรีชา ยืนยันว่าตนไม่ได้หวั่นวิตกใดๆ เพราะไม่เช่นนั้นตนคงไม่เข้ามาช่วยคดีนี้ตั้งแต่แรก เพราะแม้ว่าตนจะต้นทุนต่ำ แต่พยานสูง

ลุงส้ม ผู้เห็นเหตุการณ์

นอกจากนี้ อดีตข้าราชการทหาร ผู้ที่อ้างว่าเห็น ร.ต.ท.จรูญ ที่ตลาดในวันเกิดเหตุ แต่ไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ บอกว่า ตนไม่ทราบเรื่องคลิปของครูปรีชา แต่เท่าที่ตนรู้ คือมีกล้องวงจรปิดบริเวณร้านทอง ตรงข้ามตลาดนัดเรดซิตี้ ส่วนกล้องหน้ารถก็อาจจะจับภาพได้ ช่วงรถขับผ่านตลาดเป็นช่วงสั้นๆ เพราะปกติรถยนต์ไม่สามารถจอดบริเวณตลาดได้

ทั้งนี้ ตนยังยืนยันว่าจำ ร.ต.ท.จรูญ ได้ แม้ไม่เคยรู้จักมาก่อน เพราะเคยเรียนวิชาการสังเกตและจดจำมา ซึ่งนอกจาก ร.ต.ท.จรูญ ตนยังจำครูปรีชาได้ว่าไปรับลอตเตอรี่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งตนก็ไม่เคยรู้จักครูปรีชามาก่อนเช่นเดียวกัน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ร่วมพูดคุยในรายการ “ทุบโต๊ะข่าว”

อย่างไรก็ตาม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้ให้สัมภาษณ์สดในรายการทุบโต๊ะข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 20.35 น. โดยยืนยันว่าร.ต.ท.จรูญได้ไปชี้จุดแผงขายลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ 2 ครั้ง พร้อมเปิดภาพในวันที่ไปชี้จุดทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งท่าทางของร.ต.ท.จรูญ มีลักษณะการผายมือที่เป็นการบอกบริเวณช่วงจุดที่มีการตั้งแผงขายลอตเตอรี่

ทนายษิทรา โชว์ภาพบริเวณที่ ร.ต.ท.จรูญชี้จุด

นอกจากนี้ ทนายษิทรายังเปิดภาพแผงขายลอตเตอรี่ที่ปรากฏตามสื่อ โดยอธิบายว่า ภาพดังกล่าวเห็นได้ว่ามีแผงลอตเตอรี่วางขายตลอดแนวด้านหลังศาลพระพรหมและศาลพระภูมิ ดังนั้น จึงยืนยันได้ว่า ร.ต.ท.จรูญไม่ได้ชี้จุดผิดแต่อย่างใด อีกทั้งภาพดังกล่าวยังเห็นอีกว่า ผู้ค้าลอตเตอรี่ส่วนใหญ่สวมผ้าคลุมหน้าและใส่หมวก ดังนั้นจึงยืนยันได้ด้วยว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก หากร.ต.ท.จรูญจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนขายสลากให้

ทนายษิทรา เปิดคลิปสัมภาษณ์ของครูปรีชา

สำหรับประเด็นที่ร.ต.ท.จรูญ และครูปรีชา ต่างก็ให้ข้อมูลกับสื่อโดยระบุว่าฝ่ายคู่กรณีเป็นคนพูดเสนอให้แบ่งเงินรางวัลเพื่อให้จบแบบวิน–วิน ในวันที่ 28 พ.ย. 60 นั้น ทนายษิทราได้ชี้แจง โดยเปิดคลิปที่ครูปรีชาเคยให้สัมภาษณ์สื่อ พร้อมอธิบายว่าครูปรีชาเป็นฝ่ายที่ยอมรับเองว่าตัวเองพร้อมที่จะจบแบบวิน-วิน เพื่อไม่ให้เป็นคดีความ

ส่วนกรณีทีทนายความฝ่ายครูปรีชาตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมร.ต.ท.จรูญสามารถจำรายละเอียดเหตุการณ์ในวันที่ 28 พ.ย. 60 ที่มีการนัดเจรจาได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์วันที่ซื้อลอตเตอรี่เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 60 ได้เลย โดยทนายษิทราชี้แจงกรณีนี้ว่า สามัญสำนึกของคนทั่วไปคงไม่มีใครคิดว่าวันที่ไปซื้อลอตเตอรี่นั้นตัวเองจะถูกรางวัลที่ 1 จึงไม่ได้ใส่ใจ แต่เหตุการณ์ในวันที่ 28 พ.ย. ที่ร.ต.ท.จรูญสามารถจำได้นั้น เพราะว่ามีคนกำลังจะมาแย่งกรรมสิทธิ์ลอตเตอรี่ไปจากตัวเองแล้ว

ทนายษิทรา ร่วมพูดคุยในรายการ “ทุบโต๊ะข่าว”

โดยชี้แจงด้วยว่า หลังจากวันที่มีการนัดเจรจาแล้ว ร.ต.ท.จรูญได้ไปถอนเงินส่วนหนึ่งออกมาจากบัญชีในทันที ไม่ได้เป็นการถอนเพื่อโยกย้ายเงิน แต่เป็นเพราะร.ต.ท.จรูญ จำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายเป็นค่าบ้าน และทำสัญญาซื้อรถตามที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนกรณีที่ฝ่ายครูปรีชาเปิดเผยกับสื่อว่าตัวเองมีคลิปหลักฐานเด็ดนั้น ทนายษิทราบอกว่าตนขอปรามาสไว้เลยว่าไม่เชื่อว่าจะมีคลิปดังที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน

ลายมือตัวเลข 700 ที่เขียนบนซองสลาก

สำหรับลายมือตัวเลข 700 ที่เขียนบนซองสลากนั้น ทนายษิทราบอกว่า หากเจ๊พัชเขียนเลขบนซองสลากแล้วไม่นำมาวางบนแผง เพื่อบ่งชี้ราคาให้กับลูกค้าที่จะมาซื้อ แต่กลับเก็บใส่กระเป๋า ตนตั้งข้อสังเกตว่าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ ในประเด็นที่เมื่อวานนี้ ตนได้ไปฟ้องร้องต่อศาล เอาผิด ครูปรีชา เจ๊พัช และเจ๊บ้าบิ่นฐานเบิกความเท็จ แต่ไม่เอาผิดพยานอีกรายที่เป็นตำรวจ จนทำให้อีกฝ่ายมองว่าเหมือนตนจงใจกลั่นแกล้ง หรือเป็นการข่มขู่พยานนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตำรวจที่ถูกเบิกตัวไปเป็นพยานรายนั้น ไม่เข้าข่ายความผิดที่ตนได้ไปฟ้องร้อง ส่วนพยานรายใดที่มั่นใจว่าตัวเองพูดความจริง ก็ไม่ต้องกลัวว่าตนจะแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up