จรูญจำแม่น 28 พ.ย. ปรีชาขอแบ่ง 30 ล. โต้ชี้จุดซื้อหวยมั่ว จ่อทำหนังสือให้ครูอ่าน (คลิป)

หลังจากที่วันนี้ (19 เม.ย.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เดินทางไปพร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฟ้องคดีอาญา เพื่อเอาผิด ครูปรีชา ใคร่ครวญ, นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน: หมวดจรูญ ควงทนายษิทรา ฟ้องศาล “ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น-เจ๊พัช” เบิกความเท็จ)

ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ล่าสุด ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ถึงกรณีเจ๊เซี้ยมด้วยว่า ตนเองและครอบครัวรู้จักกันมานานแล้ว และค่อนข้างสนิทกัน จึงทราบว่าเจ๊เซี้ยมขายหวยด้วย ส่วนตัวไม่เคยซื้อหวยกับเจ๊เซี้ยมแต่อย่างใด เพราะตนจะซื้อเฉพาะสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนภรรยานั้น ตนไม่เคยถามว่าซื้อหวยกับเจ๊เซี้ยมหรือไม่ ทั้งนี้การที่เจ๊เซี้ยมหายไปตั้งแต่มีเรื่องคดีความ ตนก็ไม่ทราบว่ามีเหตุผลใด และไม่ได้ติดต่อกันเป็นการส่วนตัว ส่วนภรรยาจะไปคุยกันล่าสุดตอนไหนนั้นตนก็ไม่ทราบ แต่ขอยืนยันว่า ภรรยาของตนไม่มีการโทรศัพท์ไปพูดคุยกับเจ๊เซี้ยม แล้วอ้างว่าตนเก็บลอตเตอรี่ได้

นอกจากนี้ ร.ต.ท.จรูญ ยอมรับว่า ตนมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องจริง ซึ่งเป็นเครื่องเก่าและใหม่ โดยได้ส่งโทรศัพท์ทั้ง 2 เครื่องไปตรวจแล้ว และเป็นการส่งไปตรวจสอบก่อนที่คู่กรณีจะส่งไปเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ตนเองยังเป็นผู้ที่เสนอให้มีการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์เองด้วย อีกทั้ง ยังมีการส่งโทรศัพท์ของทุกคนในครอบครัวไปตรวจสอบด้วยเช่นกัน

วรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปปรีชา

สำหรับกรณีเรื่องที่ทนายความของคู่กรณี ถามว่าจำเหตุการณ์วันที่ 28 พ.ย. ได้หรือไม่นั้น ร.ต.ท.จรูญ ระบุว่า ตนเองตอบไปตั้งแต่แรกแล้วว่าตนจำได้ ที่มีการขอแบ่งเงินรางวัลกัน โดยใช้คำว่า วิน-วิน และทำบุญร่วมกัน ซี่งเป็นสิ่งที่ตนจำได้ติดหู พร้อมยืนยันว่าในวันนั้น ตนไม่เคยมีการรับสารภาพว่าตนเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ได้ เพราะตนเป็นผู้ซื้อมา นอกเสียจากมีการปั้นเรื่องขึ้นมา

อดีตนายทหารที่อ้างว่าสามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับลุงจรูญ ในวันเกิดเหตุได้

ส่วนพยานใหม่ของคู่กรณี ตนขอให้ดูกันเอาเองว่า นิสัยของแต่ละคนเป็นอย่างไร รวมถึงตัวของตนเองด้วย ซึ่งตนอยากให้ดูทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องความรู้สึกเมื่อคนทั้งตลาด เชื่อว่าหวยเป็นของครูปรีชานั้น ตนยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีใครรู้จักตนเลย แต่คนส่วนใหญ่รู้จักครูปรีชา แต่สำหรับพยานที่จำได้ว่าตนแต่งกายอย่างไรในวันนั้น ตนมองว่าความจำเขาดี แต่อาจจะดีเกินไปหรือเปล่า เพราะตนเองยังจำไม่ได้เลยว่าตัวเองแต่งตัวอย่างไร และขับรถอะไร

จุดขายนม และ แผงลอตเตอรี่ บริเวณศาลพระพรหม

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าตนเองชี้จุดซื้อลอตเตอรี่ผิด ขอชี้แจงว่า ตนไปชี้ว่าเป็นบริเวณด้านหลังศาลพระพรหม แต่ตนจำไม่ได้ว่าเป็นร้านไหน จุดไหน และไม่ได้ชี้เจาะจงว่าเป็นจุดใดจุดหนึ่ง ส่วนแผงอื่นด้านในตลาด ตนไม่ได้เดินเข้าไปดู ส่วนการจะเอาเรื่องที่ตนจำแม่ค้าไม่ได้มาโจมตีนั้น ร.ต.ท.จรูญ ระบุว่า ตนไม่รู้จักใคร และสงสัยว่าตนจำเป็นต้องรู้จักใครด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีคนออกมาเป็นพยานมากขึ้น ตนก็กล้าที่จะเผชิญหน้า ถึงจะมี 10 ปาก ก็ไม่กลัวแม้แต่คนเดียว

ร.ต.ท.จรูญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเป็นคนซื้อลอตเตอรี่เอง แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ไปทำบาปกับใคร ที่ไหน ชาติใดก็ไม่รู้ ตนอาจกำลังรับโทษที่ทำไว้กับชาติก่อนๆ แต่ชาตินี้ตนไม่เคยทำบาปกับใคร ไม่เคยกลั่นแกล้งใครให้ต้องได้รับโทษ ทั้งนี้ตนเคยขอร้องกับตำรวจตั้งแต่ครั้งแรกให้ดูกล้องวงจรปิด จะได้มีหลักฐานว่าสิ่งที่ตนพูดไปนั้นจริงเท็จอย่างไร

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด

นอกจากนี้  “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ร่วมพูดคุยในรายการด้วย

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

โดย นายษิทรา กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาตนได้ไปเตรียมคดี เพราะใกล้จะขึ้นศาลในคดีแพ่ง เรื่องที่อายัดเงินในคดีหวย 30 ล้านบาทเอาไว้ ซึ่งจะเริ่มสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1-4 พ.ค.นี้ ส่วน 7-8, 11 พ.ค. 61 สืบพยานฝ่ายจำเลย (ฝั่งลุงจรูญ) ซึ่งตนได้เตรียมหลักฐานทั้งหมดไว้พร้อมแล้ว

ส่วนวันนี้ที่ตนและ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางไปฟ้องครูปรีชา เจ๊บ้าบิ่นและเจ๊พัช ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีนั้น ไม่ใช่การแก้เกม เพราะตั้งใจที่ฟ้องอยู่แล้ว เพราะมีหลักฐานที่เพียงพอ มีทั้งคำเบิกความของอีกฝ่ายที่เคยไม่ให้การไว้ที่ชั้นไต่สวน ในคดีที่มีการอายัดเงินของ ร.ต.ท.จรูญ เมื่อตนได้ตรวจคำให้การของ 3 คนดังกล่าวแล้ว จะพบว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนมีทั้งพยานบุคคล และพยานแวดล้อม

ทนายษิทรา และ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางไปฟ้อง ครูปรีชา เจ๊บ้าบิ่นและเจ๊พัช ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี

ในส่วนของคดีที่เบิกความก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นเรื่องจริง เป็นพยานจริง แต่ถ้าเป็นพยานเท็จในคดีอาญา ก็จะได้รับโทษหนักกว่าคดีแพ่ง และถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ตนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานแล้วดำเนินคดีกับทุกคน ขณะนี้หลักฐานที่ตนจะนำมาใช้ในคดีแพ่งและคดีอาญาก็มีพร้อมทั้งพยานบุคคล พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เหลือเพียงแต่เอกสารจากทางกองปราบเท่านั้นเอง เพราะเรื่องยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ส่วนนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความของครูปรีชา ได้ถามว่าจำวันที่ 28 พ.ย. 60 ได้หรือไม่นั้น ทราบจาก ร.ต.ท.จรูญ มาว่ามีการไปเจรจากันระหว่างครูปรีชา และ ร.ต.ท.จรูญ ในการตกลงกันว่าจะยอม วิน-วิน (แบ่งคนละ 15 ล้านบาท) แต่ภรรยาของ ร.ต.ท.จรูญ ไม่ยอม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ร.ต.ท.จรูญ ไม่ได้ยินยอมรับข้อเสนอตั้งแต่แรกแล้ว อาจทำให้ทนายวรยุทธ เกิดความเข้าใจผิดไปเองหรือไม่

ครูปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น พร้อมทนายวรยุทธ เข้ารายงานตัวต่อศาลอาญารัชดา

ส่วนกรณีที่ศาลแพ่งกำลังจะสืบพยาน แล้วตนจะขอพักคดีไว้ก่อนหรือไม่นั้น ตนก็ต้องเลือกสิ่งที่ได้ประโยชน์กับลูกความ จะเลือกทำตามความสะใจไม่ได้ แม้ว่าตนจะมั่นใจในพยานหลักฐาน ถึงกองปราบจะยังไม่ส่งสำนวนมาก็ตาม แต่ตนมั่นใจว่าจะสามารถชนะคดีได้ ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายท่านเตือนว่าอยากให้คดีอาญาเสร็จสิ้นก่อน และถ้ารอคดีอาญาก็ใช่ว่าจะทำให้คดีช้าลง เพราะศาลอาญาต่างหากที่จะทำให้คดีเร็วขึ้น ส่วนตัวคิดว่ามีคนเดินเกมผิด เพราะเมื่อมีการฟ้องคดีอาญา คดีแพ่งก็จะมาเป็นคดีเดียวกัน คดีแพ่งต้องถือตามคดีอาญา ก็ต้องดูว่าตกลงแล้วใครเป็นกรรมสิทธิ์ลอตเตอรี่กันแน่ เมื่อคดีอาญาจบก็จะทำให้รู้ผลคดีแพ่งด้วย

ส่วนกรณีซองพลาสติกที่หายไปนั้น ทำให้ฝ่ายครูปรีชาเสียเปรียบ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าซองหายไปได้อย่างไร จนทำให้ฝั่ง ร.ต.ท.จรูญ ได้เปรียบ ทนายษิทรา มองว่าซองพลาสติกไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะถ้าเป็นประโยชน์กับอีกฝ่ายจริง รู้ว่าหายไปทำไมไม่ไปแจ้งความตั้งคดียังอยู่ที่ภาค 7 ด้วยซ้ำ เพิ่งจะมาโวยวายหลังจากผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว ซึ่งตนเคยเคยบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายมีการจับซอง ซึ่งร้อยเวรก็ยอมรับว่าได้เอาซองให้ครูปรีชาจับจริง จึงไม่แปลกที่จะมีรอยนิ้วมือของครูปรีชาบนซองพลาสติก

ทั้งนี้ บุคคลที่กล่าวถึง เจ๊เซี้ยม ว่า ครอบครัว ร.ต.ท.จรูญ รู้จักกับ เจ๊เซี้ยม และเคยซื้อหวยด้วยนั้น ร.ต.ท.จรูญ ไม่เคยซื้อ แต่คนที่ซื้ออาจจะเป็นภรรยาของ ร.ต.ท.จรูญ แต่ไม่ทราบว่าเป็นงวดวันที่เท่าไหร่ ซึ่งเลข 26 ช่วงนั้นก็เป็นเลขดัง หวยเอกชนบางที่อั้น บางที่ไม่รับ จึงไปซื้อลอตเตอรี่แทน และไม่ได้ซื้อหวยกับเจ๊เซี้ยม

เหตุการณ์ที่ ร.ต.ท.จรูญ ชี้จุดที่ซื้อลอตเตอรี่

ส่วนกรณีที่แม่ค้าขายนม บอกว่า ลุงจรูญชี้จุดผิด ดันไปชี้จุดที่ตัวเองขายนมนั้น ตนก็ขอให้พยานคนนี้ไปเบิกความในศาล ว่าตรงจุดที่ ร.ต.ท.จรูญ ชี้ไม่ใช่จุดที่ของลอตเตอรี่ แต่เป็นจุดที่ขายนม และตนไม่ใช่คนที่เดินตลาดตรงนั้นประจำ จึงไม่ทราบที่ตั้งของแต่ละร้าน แต่ตนได้ข้อมูลจากแฟนเพจที่เป็นคนในพื้นที่ว่า “เรื่องที่ ร.ต.ท.จรูญ ชี้จุดผิดนั้นไม่จริง ร้านนมมีขายจริง แต่ขายอยู่ตรงมุมทางเข้าศาล ก่อนเรื่องหวยยังไม่เกิดร้านแผงหวยตั้งยาวไปจนถึงร้านแตงโม หลังจากข่าวดัง แผงหวยก็ย้ายไปอยู่ข้างๆ ศาลแทน” และจากหลักฐานที่ตนมี พบว่า มีแผงหวยตั้งขายอยู่บริเวณศาล จุดที่ ร.ต.ท.จรูญ ชี้จุดซื้อลอตเตอรี่

ส่วนพยานรายอื่นๆ ที่อ้างว่าเห็นกับตา ทำไมไม่ไปให้การกับตำรวจตั้งแต่ต้น เพราะตอนเกิดเรื่องคดีก็อยู่ที่ภาค 7 ความเห็นส่วนใหญ่ก็ไปทางครูปรีชา ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว แต่พอกองปราบฯ เข้ามาทำคดีจึงต้องดำเนินคดีกับคนที่พูดเท็จ ทั้งนี้ศาลก็จะตัดสินเองว่าน้ำหนักทางไหนมากกว่า

แม่ค้าขายนม ที่ตลาดเรดซิตี้

ทนายษิทรา กล่าวอีกว่า กรณีคลิปที่มีหลักฐานเด็ดว่ามีการเก็บหวยนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีคลิปดังกล่าว แต่ถึงแม้ว่ามีจริง ในคลิปนั้นเป็นหน้า ร.ต.ท.จรูญ จริงหรือไม่ เห็นลอตเตอรี่ แล้วเห็นเลขไหม ซึ่งกล้องจะต้องมีความละเอียดขนาดไหน ถ้าเป็นกล้องวงจรปิด หรือกล้องธรรมดาจะชัดขนาดนั้นเลยหรือ แต่ถ้ามีภาพจริงก็ต้องให้ตำรวจตรวจสอบก่อน แม้จะอ้างว่าส่งให้ตำรวจแล้ว และภายหลังบอกว่าจะนำมาใช้ที่ศาล แต่จะมีความเชื่อถืออะไร เพื่อยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งถ้าได้รับการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของจริง ตนก็ไม่สามารถแก้ต่างอะไรได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ในการต่อสู้คดีตนจะขอหลักฐานที่ตำรวจทำอยู่เอามาสู้คดี เพราะมีสิทธิทำได้ ซึ่งทางกองปราบรับสำนวนมาจากภาค 7 เราก็สามารถเอาหมายศาลมารวมให้สำนวนได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็สามารถทำได้ แต่ตนคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะขอเอกสารทางภาค 7 ไม่ได้ เพราะสำนวนโดนย้ายมาที่กองปราบแล้ว

พยานใหม่ อ้างว่าจำ ร.ต.ท.จรูญ ได้

แม้ว่าอีกฝ่ายยังสงสัยว่าทำไม ร.ต.ท.จรูญ ถึงจำคนที่ซื้อลอตเตอรี่ไม่ได้อีก ก็ไม่แปลก เพราะในหลักฐานที่เคยมีพบว่าแม่ค้ามีการปิดผ้าปิดปาก ใส่หมวก แล้วใครจะจดจำใบหน้าได้ ส่วนอดีตทหารเก่าที่อ้างว่าจำ ร.ต.ท.จรูญ ได้ แต่ทำไม่ลุงจรูญจำไม่ได้ ซึ่งที่จำไม่ได้เพราะไม่มีอะไรพิเศษ ร.ต.ท.จรูญ ไม่ใช่คนดังมีชื่อเสียง และบางวันก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปตลาดบ้าง ขับรถกระบะไปบ้าง และลุงจรูญไม่ใช่ลูกค้าประจำ ไม่ใช่คนที่พูดเก่ง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทำความรู้จักกับผู้ค้า

ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นการแก้เกมแต่อย่างใด เพียงแต่ตนใช้สิทธิตามกฎหมายที่พึงกระทำ เมื่อเราเห็นอีกฝ่ายทำผิดกฎหมาย แล้วมีหลักฐานก็สามารถดำเนินคดีได้ ท้ายที่สุดแล้วจะมีการยื่นฟ้องอีก แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร เพราะเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการ “ต่างคนต่างคิด”

อย่างไรก็ตาม ทนายษิทรา ให้สัมภาษณ์หลังจบ “รายการต่างคนต่างคิด” โดยยืนยันว่า หากครูปรีชาเปิดขายหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านคดีความของหวย 30 ล้าน ตนจะไม่ซื้อ เพราะไม่ใช่หนังสือที่น่าสนใจ ไม่มีประโยชน์ และจากการพูดคุยกับลุงจรูญก็บอกว่าจะไม่ซื้อเช่นกัน แต่ลุงจรูญจะเขียนหนังสือวางขายบ้าง โดยใช้ชื่อ “มาทำร้ายครอบครัวผมทำไม” ขณะเดียวกัน ทนายษิทรา ยืนยันว่าลุงจรูญไปชี้จุดซื้อหวยถูกต้องแล้ว ที่บริเวณหลังศาลพระพรหม แต่หลังจากที่เรื่องนี้เป็นข่าว แผงหวยของผู้ค้าได้ย้ายไปตั้งขายที่หลังศาลพระภูมิซึ่งอยู่ติดกัน

keyboard_arrow_up