‘หนุ่มจับใบแดง’ วางใจหายห่วง! คสช. ยืนยันดูแลทหารเสมือนคนในครอบครัว ‘ญาติเขาก็เหมือนญาติเรา’

กองทัพบก ยืนยันดูแลทหารใหม่เสมือนคนในครอบครัว หลังมีคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ หนุ่มบางหว้าจับได้ใบแดงร่ำไห้ เหตุไม่มีใครดูแลยาย

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดิโอ พร้อมขึ้นข้อความว่า “เรื่องเล่าจากเกณฑ์ทหาร หนุ่มน้ำตาตก หลังได้ใบแดง ไม่มีคนดูแลยาย” มีผูัให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อเป็นจำนวนมากนั้น ความคืบหน้า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า มีพบอยู่บ่อยครั้งที่น้องทหารใหม่แสดงออกถึงความกังวล เนื่องจากตนเองจะต้องเข้ามารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ส่วนใหญ่มักเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆ เท่านั้น เพราะยังไม่มีข้อมูลเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในรั้วครอบครัวทหารยุคปัจจุบัน ทุกหน่วยจะมีการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกมิติ โดยเฉพาะการให้ความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายนอกรั้วทหาร และให้ความสำคัญกับทหารทุกคนเสมือนเป็นญาติพี่น้อง และคนในครอบครัวในทำนองที่ว่าญาติเขาก็เหมือนญาติเรา ที่ผ่านมาความกังวลในลักษณะนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดจะมีวิธีช่วยบริหารจัดการให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เชื่อว่าเมื่อทางหน่วยได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยแล้วสุดท้ายอาจไม่ถึงกับต้องเสียภารกิจในทางใดทางหนึ่งไป ไม่ว่าจะภาระทางราชการ หรือภาระทางครอบครัวที่จะมีเพื่อนทหาร และผู้บังคับบัญชาไปร่วมกันดูแล หรือบางกรณีทางหน่วย สามารถพิจารณาเสนอขอใช้ระเบียบการขอลาดูแลบุพการีได้ถ้าจำเป็นจริงๆ

นอกจากนี้ ที่เพจกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ คสช. ได้โพสต์ภาพ และข้อความระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหาร สัสดี ลงพื้นที่พูดคุยกับครอบครัว นายนายศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในคลิปดังกล่าว พบว่า รายได้ของครอบครัวได้จาก นายศักดิ์ฤทธิ์ ประกอบอาชีพรับจ้าง เป็นพนักงานธุรการ บริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งอยู่ถนนท่าดินแดง รายได้วันละ 300 บาท และป้ากับยายช่วยกันร้อยพวงมาลัย จากนั้นให้ยายไปขายบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าวัดนาคปรก ซ.เพชรเกษม 23 รายได้วันละประมาณ 200 บาท

อย่างไรก็ดี เมื่อเดือน ต.ค.-ธ.ค.2560 ที่ผ่านมา นายศักดิ์ฤทธิ์ เคยทำงานอยู่ที่สำนักพระราชวัง ฝ่ายสนมมีหน้าที่ในการรับเสด็จฯแต่ถูกให้ออกเนื่องจากยังไม่ผ่านการตรวจเลือกทหาร และบัตรเขียวถูกยกเลิก ส่วนชื่อนพดล ที่ใช้ในเฟซบุ๊กเป็นเพียงนามแฝงไม่มีเจตนาอย่างอื่น ปัจจุบันเลิกเรียนแล้ว เนื่องจากไม่มีเงิน และจากการพูดคุยกับนายศักดิ์ฤทธิ์ พบว่า วันดังกล่าวอยู่ในอาการตกใจ จึงร้องไห้ออกมา ประกอบกับเดินทางไปเพียงลำพังจึงไม่มีคนให้คำปรึกษา จึงเป็นห่วงยาย ซึ่งตนจับได้ผลัด 2 ในเดือนพฤศจิกายน ก็จะเข้าไปทำหน้าที่.

keyboard_arrow_up