เปิดใจลูกหนี้ถูกบึ้มบ้าน รับกู้นอกระบบ 11 เจ้า – นายทุนแฉหวังเบี้ยว กู้แทงบอลยังให้ (คลิป)

จากกรณีร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ถูกปาระเบิด โดยมีการคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดจากเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบ ที่เจ้าของร้านกู้มารวม 11 ราย

วันนี้ (17 เม.ย.) ทีมข่าวเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ บ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารของ นางราตรี สะราคำ ผู้เสียหาย โดยพบว่ามีร่องรอยระเบิด ซึ่งกระเบื้องหลังคาแตกไปครึ่งแผ่น

นางราตรี สะราคำ ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

นางราตรี เปิดเผยว่า ตนเป็นหนี้นอกระบบอยู่ทั้งหมด 11 ราย จำนวนรวมทั้งตันและดอกรวมเป็นเงินกว่า 7 แสนบาท โดยต้องส่งเงินวันละ 4,000-5,000 บาท ซึ่งตนได้กู้เงินดังกล่าวมาเพื่อต่อเติมบ้าน ซึ่งขยายวงเงินไปเรื่อยๆ ช่วงแรกกู้แค่ไม่กี่เจ้า หลังจากนั้นก็กูเจ้าอื่นต่อเพื่อมาใช้หนี้เจ้าแรกที่กู้ไว้จึงทำให้หนี้สินบานปลาย โดยก่อนหน้านี้เคยปิดร้านไปช่วงระยะเวลาเกือบ 1 เดือน เพราะไม่มีเงินจ่ายหนี้

ซึ่งก็มีเจ้าหนี้รายหนึ่ง ชื่อป้าสมคิด ซึ่งตนกู้เงินมา 40,000-50,000 บาท แต่รวมทั้งต้นและดอก รวมเป็นเงินกว่า 100,000 บาท และได้ยืมให้หลานตน ที่ชื่อ น.ส.แอน อีกจำนวน 10,000 บาท โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงิน 26,000 บาท รวมทั้งต้นและดอกเป็นเงิน 36,000 บาท ซึ่งก็เกิดปัญหากันขึ้นเพราะหลานตนไม่ส่งเงินกู้

จนกระทั่งวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ตน, น.ส.แอน และป้าสมคิด ได้มาเจรจาตกลงกันที่บ้านของตน ซึ่งก็มีการถกเถียงกันระหว่างตนกับ น.ส.แอน เนื่องจาก น.ส.แอน ได้เช่าร้านตนระหว่างที่ตนหลบไปอยู่ต่างจังหวัด เมื่อตนกลับมาทำให้เกิดความเข้าใจว่าตนจะกลับมายึดร้านกลับไป จึงมีปากเสียงกัน และตนได้คืนเงินค่าเช่าร้านให้ น.ส.แอน ไป 8,500 บาท จากที่ น.ส.แอน จ่ายมาให้ตน 15,000 บาท ในตอนแรกเพื่อตนจะได้กลับมาเปิดร้าน

นางราตรี ผู้เสียหาย พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

จากนั้น น.ส.แอน ได้เพิ่มเงินอีก 1,500 บาท รวมเป็น 10,000 บาท เพื่อคืนเงินที่ยืมจากป้าสมคิด ซึ่งจะเหลือดอกเบี้ยอีกจำนวน 26,000 บาท โดยตนได้บอกป้าสมคิด ว่าเงินส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนหลังจากนี้ให้ไปทวงที่ น.ส.แอน โดยมีการเซ็นสัญญาตกลงกัน

ซึ่งในวันดังกล่าว ตน กับ น.ส.แอน ค่อนข้างเถียงกันรุนแรง ระหว่างที่ น.ส.แอน เดินออกจากบ้านตนได้เอาน้ำเทใส่แก้ว ก่อนนำไปล้างพื้นประตู ก่อนบอกว่าขอตัดขาดกัน เพราะตนเบื่อที่ต้องมาพัวพันกัน โดยคาดว่าอีกฝ่ายน่าจะเกิดความแค้น ซึ่งตนก็สงสัยว่า น.ส.แอน อาจจะเป็นคนก่อเหตุ

นางราตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้สงสัยป้าสมคิด เพราะไม่ได้มีปากเสียงกัน รวมถึงป้าสมคิดเป็นคนใจดี เวลาไม่มีเงินก็มักจะให้เอามาลงทุนตลอด ส่วนเจ้าหนี้รายอื่นๆก็ตกลงกันได้ แต่มีอีกรายที่ตนกู้มาจำนวน 1 แสนบาท โดยต้องจ่ายคืนวันละ 1,800 บาท ซึ่งตนเคยขอลดการส่งเงินเหลือเดือนละ 1,000 บาท แต่อีกฝ่ายกล่าวในทำนองว่า หากให้เดือนละ 1,000 บาท ก็เหมือนโกงเจ้าหนี้ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่า อาจจะมีความแค้นจนลงมือก่อเหตุ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนแรกตนก็รู้สึกกลัว แต่ตอนนี้เริ่มทำใจได้ เพราะไม่อยากย้ายหนีไปที่อื่นเนื่องจากไม่มีที่ไป

แม่ของ น.ส.แอน พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านของ น.ส.แอน หลานสาวผู้เสียหาย ซึ่งพบว่าเจ้าตัวไม่อยู่บ้านพบเพียงแม่ โดยแม่ของ น.ส.แอน เล่าว่า ลูกสาวตนเป็นหนี้ป้าสมคิดจริง รวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท โดยยืมมาใช้จ่ายในครอบครัว รวมไปถึงค่าใช้จ่ายของลูก 3 คน

น.ส.แอน ทำงานเป็นลูกจ้างของป้าสมคิดได้ค่าจ้างอาทิตย์ละ 3,000 บาท แต่จะถูกป้าสมคิดหักเงินครั้งละ 2,000 บาท เป็นค่าดอกเบี้ยเงินกู้ จนช่วงหลัง น.ส.แอน ไม่มีเงินส่งจึงถูกป้าสมคิดนำคนมาตบ ซึ่งตนก็อยู่ในเหตุการณ์ โดยป้าสมคิดเป็นคนโหด หากใครยืมเงินแล้วไม่จ่ายคืนก็จะถูกทำร้าย ส่วนเงิน 10,000 บาท ที่ให้นางราตรีกู้ให้นั้น ป้าสมคิดก็คิดดอกเบี้ยสูงถึงวันละ 1,000 บาท เป็นเวลา 26 วัน รวมเป็นเงิน 26,000 บาท

โดยแม่ของ น.ส.แอน ยอมรับว่าลูกสาวมีปากเสียงกับนางราตรีในวันที่เจรจาจริง แต่ก็เป็นเรื่องปกติเชื่อว่า น.ส.แอน ไม่ได้มีความโกรธแค้น เพราะปกติเจ้าตัวเป็นคนปากร้ายใจดี ยืนยันว่า น.ส.แอน ไม่ได้เป็นคนอยู่เบื้องหลังการปาระเบิดใส่บ้านนางราตรีในครั้งนี้

น้องสาวป้าสมคิด พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านของ ป้าสมคิด เจ้าหนี้ที่ถูกพาดพิง ซึ่งพบว่าเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน พบเพียงน้องสาวของป้าสมคิด ซึ่งเปิดเผยกับทีมข่าวว่า พี่สาวตนเคยปล่อยเงินกู้จริง แต่ไม่ทราบว่าเก็บดอกเบี้ยแพงหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่าช่วงหลังพี่สาวน่าจะเลิกปล่อยเงินกู้แล้วเพราะไม่มีเงิน เนื่องจากลูกหนี้เบี้ยวไม่ยอมจ่ายคืนเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องการทวงเงินตนไม่ทราบว่าพี่สาวใช้วิธีการใด

นายกุ๊ก เจ้าหนี้อีกรายที่ปล่อยเงินกู้ให้ป้าราตรี

ด้าน นายกุ๊ก เจ้าหนี้อีกรายที่นางราตรี สงสัยว่าอาจอยู่เบื้องหลังการปาระเบิดครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าตัวขอลดการส่งเงินจากวันละ 1,800 บาท เป็น เดือนละ 1,000 บาท นั้น

นายกุ๊ก เล่าว่า นางราตรี กู้เงินตนไปจำนวน 1 แสนบาท ซึ่งได้ตกลงให้คืนเงินด้วยการผ่อนวันละ 1,000 บาท จำนวน 120 วัน เว้นวันอาทิตย์ รวมทั้งต้นและดอก ซึ่งเท่ากับตนจะได้ดอกเบี้ยเกือบร้อยละ 6 บาท จนจ่ายมาได้ประมาณ 1 เดือน นางราตรีได้ขอลดเหลือจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เพราะส่งไม่ไหวซึ่งตนก็ยอม เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่มีเงิน

ยืนยันว่า ตนไม่ได้ก่อเหตุปาระเบิดใส่บ้านนางราตรี แต่ยอมรับว่าตอนที่นางราตรีขอลดเงินส่งหนี้ ตนรู้สึกโมโหเพราะจำนวนเงินที่ส่งน้อยมาก โดยไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจึงจะผ่อนหมด ซึ่งตนไม่ใช่เจ้าหนี้โหด เพียงแค่ปล่อยกู้ให้คนรู้จักในหมู่บ้านประมาณ 10 รายเท่านั้น โดยดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 2 บาท แต่จะต้องมีทรัพย์สินมาค้ำประกันไว้ เช่น โฉนดที่ดินส่วนของนางราตรี ไม่ได้มีการค้ำประกัน ดอกเบี้ยจึงสูงกว่ารายอื่น ที่ตนให้กู้ก็เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักนับถือกัน เห็นว่าอีกฝ่ายลำบากจึงให้ความช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดการขอกู้เงิน กับคนปล่อยเงินกู้นอกระบบ

ทั้งนี้ทีมข่าวได้ลองโทรศัพท์ ไปสอบถามรายละเอียดการขอกู้เงินจากเจ้าหนี้นางราตรีรายหนึ่ง โดยทันทีที่ทีมข่าวโทรไปพร้อมพูดว่า อยากกู้เงิน อีกฝ่ายก็ถามรายละเอียด ถึงชื่อและที่อยู่ โดยอ้างว่าเพื่อจะได้เช็คประวัติว่าเคยกู้หรือไม่ รวมถึงต้องแจ้งประวัติกับทางบริษัท ซึ่งวงเงินที่ให้กู้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้กู้ทำงานอะไร สามารถผ่อนชำระหนี้ไหวหรือไม่ หากไม่ทำงานเช่นเล่นการพนันก็สามารถกู้ได้ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆไป

โดยทีมข่าวอ้างว่า อยากขอสอบถามรายละเอียดก่อน โดยอยากกู้เงินประมาณ 10,000 บาท มาเล่นการพนัน ซึ่งเจ้าหนี้กล่าวว่า หากกู้ 10,000 บาท จะต้องจ่ายคืนรวมต้นและดอกวันละ 500 บาท เป็นเวลารวม 24 วัน รวมทั้งหมด เป็นเงิน 12,000 บาท ซึ่งจะต้องมีคนค้ำประกัน โดยอาจเป็นคนทำงานประจำ หรือ ค้าขาย ส่วนเอกสารที่ใช้ในการทำสัญญา คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน โดยหากหมุนเงินส่งไม่ทัน ก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ช่วงแรกขอให้ส่งตรงเวลา ซึ่งหากส่งตามกฎที่กำหนดก็จะมีการลดหย่อนดอกเบี้ยให้

keyboard_arrow_up