แกะรอยเส้นทาง สาวดับคาเก๋งพิรุธทางเปลี่ยว-เจ้าหนี้เครียดค้างเงินแสน คงไม่ได้คืน (คลิป)

กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือ ตั๋น ที่จ.อำนาจเจริญ ใสสภาพถุงพลาสิกครอบหัว โดยครอบครัวได้ตั้งข้อสังเกตปมการเสียชีวิตว่า น่าจะเป็นการฆาตกรรมเพื่อหวังชิงทรัพย์ โดยวันนี้ (11 มี.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางที่รถของ น.ส.ดวงจันทร์ ไปจอดไว้ และพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่บริเวณริมคลองส่งน้ำชลประทาน บ้านน้ำท่วม ต.แมด อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

ถนนเส้นทางที่ น.ส.ดวงจันทร์ ขับผ่าน โดยเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้

โดยเริ่มจากบริเวณหน้าร้านเนื้องย่าง ฟาร์มกบ ชุมชนรุ่งอรุณ 2 บ้านคำมะดุ ต.บุ่ง อ.เมือง ที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถของผู้ตายขับผ่านไปด้วยความเร็ว โดยทีมข่าวได้ขับไปตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ตายจะขับไปยังจุดเกิดเหตุ โดยเป็นทางลัดเข้าบ้านไร่ ต.แมด ซึ่งถนนที่มุ่งหน้าเข้าบ้านไร่จะเป็นถนนลาดยางมะตอย 2 เลน ระยะทางเข้ามาถึงบ้านไร่ประมาณ 10 กิโลเมตร

จากนั้นทีมข่าวได้มุ่งหน้าไปยังบ้านน้ำท่วม ต.แมด โดยถนนก่อนเข้าหมู่บ้านเป็นถนนดินลูกรัง มีหลุมจำนวนมาก ต้องขับอย่างระมัดระวัง สองข้างทางเข้าหมู่บ้านเป็นทุ่งนา ไม่มีไฟส่องสว่างยามค่ำคืน เมื่อเข้าหมู่บ้าน ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางเลี้ยวเข้าไปยังพื้นที่นาของชาวบ้าน ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังแคบๆ ทีมข่าวได้ขับตรงไปจนถึงแยกคลองส่งน้ำชลประทาน ตามเส้นทางที่คาดว่า รถของผู้ตายน่าจะขับผ่าน และได้เลี้ยวข้ามคลองกลับมาอีกฝั่ง ตามหลักฐานที่พบ ว่าซุ้มล้อรถด้านหลังของผู้ตายไปครูดกับขอบสะพาน ทีมข่าวได้ทดลองขับรถเลี้ยว บริเวณสะพานข้ามคลอง ตามที่ผู้ตายได้ขับข้ามไป พบว่ารถไม่สามารถเลี้ยวขวาได้ทันที จะต้องใช้เวลาถึงเลี้ยวได้

สะพานแคบ ที่รถของ น.ส.ดวงจันทร์ขับผ่านในวันเกิดเหตุ

ชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังขี่รถผ่านมา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย. ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ เพื่อไปวางเบ็ดตกหนู ก็เห็นรถผู้ตายจอดอยู่แล้ว ซึ่งก็แปลกใจ จึงได้ถามเพื่อนๆ ที่อยู่นาใกล้เคียง คาดกันว่าน่าจะเป็นรถของญาติเจ้าของที่นาฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งเวลา 19.00 น. ตนเองขับผ่านจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อกลับบ้าน ก็พบว่ารถก็ยังจอดอยู่ที่เดิม แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร และไม่ได้เข้าไปดูใกล้ๆ จนช่วงเช้าวันที่ 5 เม.ย. ผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเสียงตามสายว่า พบศพผู้หญิงอยู่ในรถ ในพื้นที่นาริมคลองชลประทาน ตนเองจึงคิดว่าน่าจะเป็นรถคันดังกล่าวที่เจออย่างแน่นอน จึงได้ไปคุยกับชาวบ้านคนอื่น และทราบว่ามีหลายคน พบเจอรถคันดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปดู

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่

นอกจากนี้ ชายคนดังกล่าวยังได้บอกกับทีมข่าวอีกว่า พื้นที่ตรงบริเวณนี้ ปกติแล้วถ้าเป็นช่วงกลางวัน จะไม่ค่อยมีรถเข้ามา เพราะเป็นที่นาของชาวบ้าน และถนนค่อยข้างจะแคบ ยิ่งช่วงค่ำก็จะไม่มีรถผ่านเพราะค่อนข้างมืดและเปลี่ยวไม่มีไฟส่องสว่างมายังจุดนี้

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องปมการตายว่าอาจจะมาจากเรื่องหนี้สินหรือไม่ ซึ่งนายอ้วน (นามสมมติ) สามีของนางเดือน (นามสมมติ) เจ้าหนี้รายหนึ่งของน.ส.ดวงจันทร์ ให้ข้อมูลว่า เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ดวงจันทร์ ผู้ตายได้มาที่บ้านกับคนรู้จักอีกคน ซึ่งตนเองก็รู้จักและสนิทสนมกันกับคนที่พา น.ส.ดวงจันทร์ มา แต่ตนเองไม่เคยรู้จักและเห็นหน้า น.ส.ดวงจันทร์ มาก่อน

นายอ้วน (นามสมมติ) หนึ่งในเจ้าหนี้ของ น.ส.ดวงจันทร์

นายอ้วน เล่าว่า ทั้ง 2 คนมาถึงที่บ้าน บอกกับตนเองและภรรยาว่าจะขอยืมเงิน 500,000 บาท เพื่อให้ น.ส.ดวงจันทร์ไปจ่ายหนี้ธนาคาร ซึ่งคนที่พามาก็ยืนยันว่าจะรับประกันให้ แต่ไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยบอกว่าจะคืนให้ในกลางเดือน มี.ค. ซึ่งตอนที่ตนพบ น.ส.ดวงจันทร์ ก็พูดดี ไม่มีท่าทีพิรุธแต่อย่างใด ตนเองและภรรยาจึงเชื่อใจ นำเงินสดจำนวน 500,000 บาท ที่ได้มาจากลูกชาย และหลังจากที่ตนเองได้ให้เงินกับ น.ส.ดวงจันทร์ ไปแล้ว ตอนกลางคืนก็นอนคุยกับภรรยาว่าจะได้เงินคืนหรือไม่ ถ้าหาก น.ส.ดวงจันทร์ ถูกฆ่าตายจะได้เงินคืนจากที่ไหน แต่เป็นการพูดคุยกันเล่น ตนไม่คิดว่าจะตายจริง

โดยเมื่อถึงกำหนดที่ น.ส.ดวงจันทร์ จะต้องคืนเงิน เจ้าตัวก็มาที่บ้านแต่บอกว่าเงินยังไม่สามารถคืนเงินได้ เนื่องจากต้องรอเงินกู้จากธนาคาร จึงมาขอผัดไปเป็นวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ขัดข้อง จนกระทั่งมาทราบข่าวว่า น.ส.ดวงจันทร์ ได้เสียชีวิตเสียก่อน ทำให้ทุกวันนี้ตนเองรู้สึกเครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้จะได้เงินคืนหรือไม่ หากจะไปตามหาคนที่พา น.ส.ดวงจันทร์ มาหาก็ไม่เจอแล้ว นอกจากนี้ ก็ยังไม่ได้บอกลูกชายเรื่องเงินด้วย ถ้าหากลูกชายทราบเรื่อง ตนก็ไม่รู้จะตอบลูกชายว่าอย่างไร ซึ่งทุกวันนี้ ตนและภรรยาเครียดมาก

แม่ยายของนายเอ็ม (นามสมมติ) เจ้าหนี้ของ น.ส.ดวงจันทร์

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปบ้านของนายเอ็ม (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อีกราย แต่พบเพียงแม่ยายของนายเอ็ม ว่า ไม่ทราบเรื่องการกู้ยืมเงินกันมาก่อน นอกจากนี้ตนเองก็ไม่เคยให้ น.ส.ดวงจันทร์ กู้ยืมเงินจำนวน 300,000 บาท แต่อย่างใด เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าทำไมลูกสาวและลูกเขยมีเงินจำนวนมากพอที่จะให้ให้ผู้ตายกู้ยืมได้หลายแสนบาท แม่ยายนายเอ็ม บอกว่าเงินที่มีจำนวนมาก ก็มาจากเงินที่ทั้งสองทำงานเก็บไว้ส่วนตัว และอีกส่วนก็มาจากเงินประกันชีวิตของสามีที่เสียชีวิตไป ซึ่งเงินพวกนั้น ตนเองก็ให้ลูกสาวเป็นคนถือและจัดการทั้งหมด ไม่เคยได้ถามเลยว่าใช้เงินไปทำอะไรบ้าง

แม่ยายของนายเอ็ม (นามสมมติ) เจ้าหนี้ของ น.ส.ดวงจันทร์

นอกจากนี้ แม่ยายนายเอ็มบอกว่า น.ส.ดวงจันทร์ เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกับลูกสาวตนมานานแล้ว ปกติ น.ส.ดวงจันทร์ ก็มาเที่ยวหาที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อถามว่ารู้จักคนที่ชื่อเพ็ญศรีหรือไม่ แม่นายเอ็มบอกว่าไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อน ซึ่งหลังจากน.ส.ดวงจันทร์ตายไป ตนเองก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับลูกสาวและลูกเขย เพราะเห็นว่าทั้งคู่กำลังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่

keyboard_arrow_up