อ.บิ๊ก ปัดดูถูกอาชีพกวาดถนน ชี้ห่วงคนเลือกงาน ต่ำกว่าวุฒิ ป.ตรี เสียดายเวลาเรียน (คลิป)

เรื่องรางของ น.ส.สุวนันท์ เกตุเอี่ยม หรือ “น้องอ้อม”  ที่เธอได้ลงเรื่องราวของตัวเองไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า เธอสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี แต่ได้ไปทำงานเป็นพนักงานกวาดถนน ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (อ่าน: เปิดใจ สาวสุดกตัญญู จบ ป.ตรี ทำงานกวาดถนน หาเงินรักษาแม่ป่วย ไม่อายอาชีพสุจริต) ซึ่งต่อมา “อาจารย์บิ๊ก” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะว่า เสียดายสิ่งที่น้องเรียนมาสูงแต่กลับไปทำอาชีพกวาดขยะ ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าระบบการศึกษาของไทยกำลังถอยหลังเข้าคลอง เพราะเรียนมาเสียเงิน เสียเวลา และหากจะทำงานกวาดถนน ไม่จำเป็นต้องเรียนสูงถึงปริญญาตรีก็ได้

วันนี้ ( 3 เม.ย. 61 ) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายภัทรพล ขาวสะอาด หรือ “อาจารย์บิ๊ก”  วิทยากรอิสระ และ น.ส.สุวนันท์ เกตุเอี่ยม หรือ “น้องอ้อม” ร่วมพูดคุยในรายการ

นายภัทรพล ขาวสะอาด หรือ “อาจารย์บิ๊ก”  เข้าร่วมพูดคุยในรายการ

โดย อาจารย์บิ๊ก กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า 4 ปี ที่น้องอ้อมเรียนไปนั้น เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยนช์ เพราะในเงื่อน ไขเดียวกันที่น้องอ้อม ต้องรอการสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการกับอาชีพในฝัน และอาชีพที่น้องทำอยู่ในปัจจุบันนั้น ระยะเวลาที่ต้องรอพอๆ กัน ใช้ทรัพยากรพอๆ กัน ทำไม่ถึงเลือกตรงนี้ทั้งๆ ที่ไม่ต้องใช้วุฒิปริญญาตรีที่เรียนมาก็ได้

ส่วนตัวคิดว่า หลักการคิดแบบนี้เหมือนเป็นการเรียนปริญญามาเพื่อเป็นเครื่องประดับบ้าน ซึ่งมองว่าไม่ถูก แต่ถ้าอ้างว่าเป็นการทำเพื่อพ่อแม่ ตนก็มองว่าเป็นลูกกตัญญก็คงต้องชื่นชม ส่วนตัวเรียนปริญญาเพราะองค์กรที่เขาจะรับตนเข้าทำงาน กำหนดว่าต้องจบปริญญา และที่ตนไม่เรียนปริญญาโท เพราะยังไม่มีป้ายติดว่า ไม่มีปริญญาโทห้ามเข้า ถ้าหากมีการปักป้ายเมื่อไร ตนก็จะไปแสวงหามา แต่น้องอ้อมกลับมีแนวคิดว่า เรียนไปก่อนเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ ตนมองว่าการทำแบบนี้ไม่ได้เหมือนกับการไปบวช เพื่อให้พ่อแม่สบายใจ

ภาพและข้อความที่ “น้องอ้อม” โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว

ส่วนเรื่องการที่ทำงานหลังเรียนจบแล้วไม่ตรงกับอาชีพนั้น ตนมองว่าต้องดูว่างานที่ทำนั้นมีความสุขหรือไม่ รายได้สามารถนำมาจุนเจือครอบครัวได้ด้วยหรือไม่ ถ้าตอบโจทย์ 2 ข้อนี้ได้ ทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา และที่ตนบอกว่าระบบการศึกษาถอยหลังเข้าคลองนั้น คือ จากที่ฟังน้องอ้อมพูดว่า ตัวเองขอให้มีปริญญาไว้ก่อน ตนมองว่าไม่ถูกทั้งในมุมของน้องเอง และคนที่กำลังคาดหวังปริญญาจากน้อง แสดงว่าวิธีคิดเกี่ยวกับการศึกษากำลังมีปัญหา และมองว่าจะเอามาทำไมหากไม่ได้ใช้ แถมเมื่อไม่ได้ใช้ยังมีความสุขดีอีกด้วย

และที่เรามาคุยกันในวันนี้ เรารู้เพียงว่าน้องเรียนสูง แต่ทำงานต่ำกว่าที่จบมา แต่หากเรารู้ว่าน้องเรียนสูงและทำงานราชการ เราคงมาต้องมาคุยกันในเรื่องนี้ และตนคงไม่โพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กของตนเช่นนั้น

น.ส.สุวนันท์ เกตุเอี่ยม หรือ “น้องอ้อม” วิดีโอคอลเข้าร่วมพูดคุยในรายการ

ด้าน น้องอ้อม กล่าวว่า สาเหตุที่ตนเรียนปริญญาตรีนั้น เนื่องจากว่าตนต้องการทำงานราชการ และในตอนแรกนั้น ตนอยากเป็นครู แต่การที่จะไปสอบบรรจุครูนั้นค่อนข้างช้า เลยหาทางว่าทำอย่างไร จึงจะสามารถเข้าทำงานในหน่วยงานราชการได้เร็วขึ้น ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมีความคิดว่า เมื่อเรียนจบมาก็จะมาทำงานกวาดถนน เพราะตอนสมัยเด็ก ได้มีโอกาสไปช่วยแม่กวาดถนน แต่แม่เคยบอกกับตนว่า อยากส่งตนได้เรียนสูงๆ และอยากให้ได้ทำงานที่ดี มีเงินเดือนสูง และที่ตนเรียน ก็ไม่ได้หวังว่าต้องทำงานสูง หรือว่าหวังที่จะมีเงินเดือนเยอะๆ แค่อยากเอาใบปริญญาบัตรมาให้แม่เท่านั้น เพราะตนเป็นลูกคนเดียว และตนก็เชื่อว่าแม่ทุกคนอยากเห็นลูกได้รับปริญญา อยากเห็นลูกเรียนจบ

ส่วนใบปริญญาที่ตนเอาไปสมัครงาน ก็มีเหตุผลส่วนตัว ทุกคนต่างก็ล้วนอยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ถ้าหากเอาใบปริญญาไปสมัคร อย่างน้อยหัวหน้าตนก็ได้เห็น และเมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง เขาอาจจะให้ตนเขาไปทำงานให้ออฟฟิศ หรือเลื่อนให้เป็นหัวหน้างานในอนาคต

ที่ผ่านมาตนทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนมาโดยตลอด ไม่ได้กู้เยืมเงินมาเพื่อเรียนหนังสือแต่อย่างใด ในสมัยเรียนมัธยม ตนเคยพูดกับแม่ว่า จะทำงานอะไรเพื่อที่จะได้เงินเยอะๆ เพราะแม่มีโรคประจำตัว และยารักษาค่อนข้างแพง แม่บอกกับตนว่าให้ทำงานราชการ

น้องอ้อม กล่าวว่า ตอนนี้แม่ยังทำงานได้อยู่ ยังมีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แต่อีก 3 ปี แม่ก็จะเกษียณ ตนเลยอยากทำงานตรงนี้ เพื่อให้ได้เงินมารักษาแม่ เพราะงานตรงนี้มีสวัสดิการรองรับ โดยส่วนตัวมองว่าคุ้มที่ตนเรียนจบมา ถึงแม้ว่าต้องมาทำงานกวาดถนน เพราะว่าใบปริญญาที่ได้มาต้องมีประโยชน์กับตน และอนาคตคงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้อย่างแน่นอน

อาจารย์บิ๊ก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังจบรายการ ต่างคนต่างคิด

นอกจากนี้ อาจารย์บิ๊ก ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการต่างตนต่างคิดด้วยว่า เจตนาการโพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว ตนก็ไม่ได้เหมารวมว่าอาชีพแบบนี้เป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งตนกลับชื่นชมน้องด้วยซ้ำว่าน้องเรียนจบมีงานทำ และนำเงินตรงนั้นมาเลี้ยงดูครอบครัว แต่ก็มีอีกมุมที่ตนอยากจะสะกิดให้ทุกคนได้เห็นว่า การที่เรียนจบปริญญาตรี แล้วออกมาทำงานในอาชีพที่ใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าที่เรียนมาหลายช่วงชั้น มันเหมาะสมแล้วหรือไม่

อาจารย์บิ๊ก กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ตนอายุ 17 ปี ก็เคยชวนเพื่อนไปสมัครทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เจ้าของร้านไม่รับเข้าทำงาน เพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ทำให้ตนรู้ว่าเวลาไปสมัครงานจะต้องมีคุณสมบัติตามที่นายจ้างกำหนด เช่นเดียวกัน ถ้าหากนายจ้างกำหนดคุณสมบัติว่าจำเป็นต้องจบปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เราก็ต้องไปเรียนให้มีระดับวุฒิการศึกษาตามที่นายจ้างกำหนดไว้ ถึงจะได้รับเลือกให้เข้าทำงาน เช่นเดียวกันกับน้องสุวนันท์ ไปเข้าศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี เพื่อมาทำงานในสายอาชีพที่รับพนักงานที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ก็อาจทำให้เสียเวลา เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์

อาจารย์บิ๊ก พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ส่วนคนที่มองว่า จบปริญญาตรีมาแล้วทำงานเก็บขยะมันไม่ดีอย่างไร ตรงนี้ตนมองว่า หากเราชอบและรักที่จะทำ งานทุกงานดีหมด แต่อยากให้มองว่า สำหรับคนที่ต้องกู้ยืมเงินมาเพื่อเรียนให้จบปริญญาตรี แล้วไม่ได้ตั้งใจที่จะทำงานในระดับที่เหมาะสม ก็จะทำให้สิ้นเปลืองเงินทองโดยเปล่าประโยชน์ แล้วจบมาก็ได้เงินเดือนที่ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป หรือถ้าบางคนอาจมองว่า ที่ไม่อยากเข้าทำงานในสายอาชีพที่รับพนักงานจบการศึกษาวุฒิปริญญาตรี เนื่องจากมักมีการใช้เส้นสายกัน และทำให้หางานทำยาก ตรงนี้ตนมองว่า ไม่ว่างานที่รับคนจบวุฒิสูงๆ หรือวุฒิที่มีระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ก็อาจมีการใช้เส้นสายด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ปัญญาชนคนรุ่นใหม่ควรจะต้องกังวล

สุดท้ายนี้ อาจารย์บิ๊ก ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษาปริญญาตรีในปีการศึกษานี้ว่า เราควรจะทำงานตามจุดมุ่งหมายของอาชีพนั้นๆ เช่น หากใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ อยากรักษาคนไข้ เราก็ต้องเลือกเรียนและหาทำงานในอาชีพที่เหมาะสม อย่าทำไปเพียงเพื่อต้องการเงิน ซึ่งตนยอมรับว่าเงินคือสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลัก หรือต้องการทำงานเพื่อหวังยศฐาบรรดาศักดิ์ ซึ่งตนมองว่า หากเด็กสมัยนี้รู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของงาน ก็จะทำให้ตนเองทำงานอย่างมีความสุขและสังคมก็มีความสุขเช่นกัน

keyboard_arrow_up