ดาราสาวร้อง บิ๊ก ขรก. ขืนใจ ส่งคนรื้อบ้านแค่เข้าใจผิด – ทนายชี้พ้น 3 เดือนเอาผิดยาก (คลิป)

จากกรณีที่ นางนัฐ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี อดีตดารานักแสดงชื่อดัง เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ว่าถูกข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง โดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

นางนัฐ (นามสมมติ) แจ้งความกับตำรวจกองปราบ

วันนี้ ( 7 เม.ย.) นางนัฐ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า เมื่อปี 2558 ตนได้รู้จากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คนหนึ่งผ่านผู้ใหญ่ที่ตนเคารพ เพราะต้องการให้ข้าราชการรายนี้ ช่วยเรื่องคดีความตามจับผู้มีอิทธิพลที่อุ้มน้องสาวตนไป แต่ข้าราชการรายนี้ ได้บอกกับตนว่าสามารถช่วยได้ แต่ถึงตอนนี้คดีก็ยังไม่คืบหน้า

ต่อมาในปี 2559 ตนต้องการที่จะขายที่ดินที่พัทยา ข้าราชการท่านนี้ได้ติดต่อตนกลับมาอีกครั้ง โดยอาสาที่จะช่วยเหลือและนัดผู้ซื้อให้ โดยให้ตนขับรถเดินทางไปหาที่บ้านพักที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เจ้าตัวทำงานอยู่เพื่อพูดคุยกับผู้ที่จะซื้อที่ดิน

ซึ่งในวันนั้น ตอนแรกตนได้ปฏิเสธเพราะเห็นว่าดึกแล้ว จะขอไปพบตอนเช้าแต่ข้าราชการคนดังกล่าว ก็บอกให้ไปหาที่บ้านพักได้เลยเพราะนอนดึกและมีห้องพักหลายห้อง แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่านายทหารคนดังกล่าวอยู่บ้านคนเดียว ส่วนภรรยากับลูกไม่อยู่บ้าน

นางนัฐ (นามสมมติ) อดีตดารานักแสดงชื่อดัง

ต่อมาข้าราชการคนดังกล่าวได้ให้ตนนอนพักห้องเดียวกัน โดยบอกกับตนว่าไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากข้าราชการรายนี้อ้างว่าตนกำลังป่วยอยู่ ซึ่งในคืนดังกล่าวก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในช่วงเช้าเมื่อตนตื่นขึ้นมา พบว่าข้าราชการรายนี้ นั่งคล่อมร่างตนอยู่และกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองจนเสร็จกิจ ตนพยายามปัดป้องแล้วแต่สู้แรงไม่ไหว จากนั้นข้าราชการรายนี้ก็ออกไปทำงาน ทิ้งตนให้อยู่ในบ้านพักตามลำพัง

นางนัฐ เล่าว่า ตนรู้สึกกลัวแต่ไม่กล้าหนีออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายเพราะมีลูกน้องของข้าราชการคนดังกล่าว อยู่นอกบ้านเต็มไปหมด จากนั้นในช่วงบ่ายก็ได้มีการนัดคุยกับเสี่ยที่จะมาซื้อที่ดิน และในช่วงเย็นข้าราชการรายนี้ก็ได้ข่มขืนตนอีก หลังจากนั้นเมื่อตนกลับมาก็ไม่ติดต่อหรือข้องเกี่ยวอะไรอีก และไม่ได้แจ้งความเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ข้าราชการคนดังกล่าวได้ติดต่อมาหาตนอีก และหลังทราบว่าตนจะต่อเติมบ้านพักข้าราชการรายนี้ ก็ส่งผู้รับเหมามาให้และพยายามจะมาหาตนที่บ้านพัก แต่ตนบอกว่าที่บ้านมีกล้องวงจรปิด จากนั้นข้าราชการรายนี้ ได้หลอกให้ตนไปพบที่คอนโดย่านห้อยขวาง โดยอ้างว่า จะให้ช่วยพาไปส่งที่สนามบินดอนเมือง ตนหลงเชื่อ และเมื่อตนไปถึงก็ให้ขึ้นไปรอที่ห้องพัก และลงมือข่มขืน

นางนัฐ (นามสมมติ) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องตนได้ต่อว่าว่าทำไมทำแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าทำไปเพราะรักและต้องการช่วยเหลือจริงๆ พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใครให้รู้เพียงแค่สองคน และขู่ห้ามไม่ให้ตนมีใคร และจากนั้นก็ได้ลงมือข่มขืนตนอีกหลายครั้ง จนตนทนไม่ไหวจึงไปแจ้งความกับตำรวจตามที่เป็นข่าว แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ

ระหว่างนั้นก็มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ชื่อเล็ก พยายามโทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ยคดีแต่ตนไม่ยอม เพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนกระทั่งผ่านไป 3 เดือน ตำรวจจึงยอมรับแจ้งความ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตรวจที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ตอนนี้ตนได้ไปร้องกองปราบฯ หวังว่าคดีจะคืบหน้า และในวันจันทร์ที่ 9 เม.ย. ตนจะเดินทางไปยังสถานีตำรวจแห่งชาติ

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กฏหมายไม่ได้ระบุว่าต้องแจ้งความภายในระยะเวลาเท่าไร แต่กฎหมายระบุไว้ว่า คดีข่มขืนสามารถยอมความกันได้ แต่ต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ

การพิสูจน์คดีข่มขืนจะมีการตรวจหลายแบบ หากตรวจในระยะเวลา 1-2 วัน จะดีเพราะทำให้เจอร่องรอยต่างๆ ได้ง่าย ที่ใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดี รวมถึงอาจจะพบร่องรอยในการต่อสู้ อาทิ รอยเล็บ ซึ่งการข่มขืนกระทำชำเรานั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากว่าในประสบการณ์ที่ทำคดีมา อาจจะเกิดขึ้นจากการยินยอม ต้องการแบล็คเมล์ก็สามารถเป็นไปได้หมด ซึ่งหากพูดไปฝ่ายหญิงก็จะมีแต่ความเสียหาย

สำหรับการพิสูจน์ความจริงในทางกฎหมาย จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ข่มขืน หรือ สมยอม ถ้าข่มขืนจะต้องไม่มีหลายครั้ง ครั้งแรกก็ควรเดินทางไปแจ้งความและตรวจร่างกายทันที เพราะไม่เช่นนั้นหลักฐานต่างๆจะหายไป ตนจึงอยากแนะนำผู้หญิงว่าหากถูกกระทำควรรีบเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ทันที

สำหรับอัตราโทษ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุก 4-20 ปี ปรับ 80,000- 400,000 บาท แต่กรณีบุคคลตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ซึ่งรวมถึงรวมกรณี 1 คนก่อเหตุ อีกคนยืนดู ถือว่าเป็นการร่วมกันรุมโทรม ต้องระวางโทษจำคุก 15-20 ปี ปรับ 300,000 – 400,000 บาท แต่ทั้งนี้ ฝ่ายหญิงผู้เสียหายต้องมีหลักฐานพิสูจน์ให้ได้

keyboard_arrow_up