ดาบ ตร. ปัดส่งรูปปืนขู่ฆ่ายกครัวเมียเก่า อ้างมือถือโดนแฮก – คู่กรณีท้าเปิดหน้าสู้ ถ้าไม่จริง (คลิป)

จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่ง ได้ร้องผ่านเพจ “บิ๊กเกรียน” ว่าเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาบตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ภายหลังดาบตำรวจ ได้ไปมีความสัมพันธ์กับสาวรายอื่น จึงพยายามถอยตัวออกห่างมามีครอบครัวใหม่ แต่ดาบตำรวจไม่ยอม รวมทั้งข่มขู่ว่าจะฆ่าตน และส่งรูปอวัยวะเพศมาให้ตน เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ ล่าสุด ตนได้ปรึกษาทนายความส่วนตัว เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และให้ดาบตำรวจคนดังกล่าวออกจากราชการทันที

สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง

วันนี้ (5 เม.ย.) นายสงคราม (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี สามีของผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิด ด.ต.รายดังกล่าว ที่สภ.บางเสาธง ในข้อหาข่มขู่ฆ่า

นายสงคราม ใจเผื่อแผ่ อายุ 55 ปี สามีของผู้เสียหาย

โดย นายสงคราม เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ผู้เสียหายเคยคบหากับ ด.ต.รายนี้ แต่ก็เลิกรากันไป จนกระทั่งมาแต่งงานและอยู่กินกับตน ระหว่างนั้น ด.ต.รายนี้ มักจะโทรศัพท์ติดต่อมา และส่งข้อความทางไลน์มาหาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่เขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้เสียหาย ภาพอวัยวะเพศ ซึ่งตนเคยเตือน ด.ต.รายนี้ แล้วว่า ห้ามยุ่งกับผู้เสียหายอีก แต่ ด.ต.รายนี้ ก็ยังติดต่อมาหาผู้เสียหายต่อเนื่อง

รูปและข้อมความที่ดาบตำรวจ ส่งมาทางไลน์

ล่าสุด ด.ต.รายนี้ยังส่งภาพอาวุธปืนมาอีก พร้อมบอกว่า ตอนนี้ถึงหน้าร้านที่ตนอยู่แล้ว และจะฆ่าทุกคนที่ขวางทาง ตนก็เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับตัวเองและครอบครัว โดยหวังว่าขอให้เรื่องนี้ไปถึง พ.ต.อ.สุเนตร หอกลาง ผกก. สภ.บางเสาธง แต่หากคดีความไม่คืบหน้า ตนจะเดินหน้าถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ตนอยากให้ คู่กรณีมาออกสื่อฯ เพื่อชี้แจงเช่นกัน ว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ และหากเขาติดต่อมาเพื่อขอพูดคุยไกล่เกลี่ยกันส่วนตัว ตนก็คงจะไม่คุย และยืนยันคำเดิมว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายสงคราม อายุ 55 ปี สามีของผู้เสียหาย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ นายสงคราม เปิดเผยภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าสำหรับคดีนี้ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะดำเนินคดีกับ ด.ต.รายนี้ ให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของนายตำรวจท่านอื่นๆ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตนพยายามตักเตือนมาโดยตลอด ว่าให้เลิกยุ่งกับผู้เสียหาย แต่เขาไม่ฟัง จึงต้องจัดการด้วยขั้นตอนทางกฎหมาย เบื่องต้น ได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ทำให้เสียสุขภาพจิต และข่มขู่ฆ่า

นายสงคราม กล่าวว่า ถ้าหากอีกฝ่ายมีการกล่าวอ้างว่า ข้อมูลถูกแฮก ทำไมวันนี้จึงไม่กล้าที่จะออกมาแถลงข่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ ตนก็ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย และยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวในเวลานี้

น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย

ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย กล่าวสั้นๆว่า ตนเคยคบกับ ด.ต.รายนี้ เมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น แต่ก็เลิกรากันไปนานแล้ว จนกระทั่งตนได้แต่งงานกับนายสงคราม ก็อยู่กินกันปกติ กระทั่งตนได้ไปติดต่องานที่สภ.บางเสาธง และได้พบกับ ด.ต.รายนี้ อีกครั้ง จากนั้นก็มีการพูดคุยและติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งนายสงครามจำได้ และสั่งให้เลิกคุย ซึ่งหลังจากนั้น ด.ต.รายนี้มาขอความช่วยเหลือจากตน ซึ่งตนก็ช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่ ก่อนที่เขาจะส่งรูปอวัยวะเพศ รูปหน้าร้านค้าของนายสงคราม และรูปอาวุธปืนมาข่มขู่ จึงเข้าแจ้งความ

ภาพดาบตำรวจ  สภ.บางเสาธง ที่ส่งทางไลน์

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปพูดคุย กับ ด.ต.ผู้ถูกกล่าวหา โดยกล่าวว่า ขณะนี้ รอเพียงคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ที่จะเรียกเข้าให้ข้อมูล ซึ่งตนพร้อมชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ยอมรับว่าคู่กรณีกำลังมีเรื่องกับตนอยู่ และอยากทำให้ตนเกิดความเดือดร้อน

ซึ่งขณะนี้ ทางฝ่ายหญิงที่ตนเคยคบหาด้วย เมื่อ 17-18 ปีก่อน สมัยเข้ารับราชการตำรวจใหม่ๆนั้น ก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ตนก็ไม่เคยไปทำอะไรให้ และภาพต่างๆ ที่เขาระบุนั้น โทรศัพท์ตนถูกแฮกข้อมูล ตนก็ไม่ทราบว่า เขาได้รับข้อมูลอะไรไปบ้าง และที่ผ่านมา แฟนใหม่เขาก็เคยทำร้ายร่างกายตนด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมข่าวถามย้ำ เกี่ยวกับประเด็นข้อเท็จจริงที่มีการข่มขู่ฆ่า ทาง ด.ต.รายนี้ มีอารมณ์คล้ายไม่พอใจ พร้อมตอบกลับว่า “ทำไมถึงได้ถาม ในเมื่อบอกไปแล้ว” ก่อนที่จะปฏิเสธตอบคำถามแล้วตัดสายทิ้งไป หลังจากนั้น ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง

ด้าน พ.ต.อ.สุเนตร หอกลาง ผกก.สภ.บางเสาธง ได้เปิดเผยว่า ตนเพิ่งจะได้รับคำร้องทุกข์จากผู้กล่าวหา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากนี้ จะเป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริง ก่อนเรียกตัว ดาบตำรวจ ผู้ถูกกล่าวหา มารับทราบข้อกล่าวหา และจะทำการสอบข้อเท็จจริงจากตัวผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง ว่าข่มขู่จริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่ากระทำความผิดจริงตามที่มีการร้องทุกข์มา ก็จะต้องดูความผิดที่เกิดขึ้นก่อนแจ้งข้อกล่าวหา และจะดำเนินการระเบียบข้าราชการตำรวจ ซึ่งโทษสูงสุดก็คือไล่ออก แต่ก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนตัวไม่ได้กังวลใจต่อคดีนี้ แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และทำงานที่ สภ.บางเสาธงด้วย ตนต้องดำเนินการไปตามผิดถูก ไม่มีปกป้องแน่นอน

keyboard_arrow_up