หลานอภิสิทธิ์ เปิดใจ เหตุเลือกสมัครเป็นทหาร แทนที่จะจับใบดำใบแดง

จากกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม หลานชายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจสมัครเป็นทหารกองประจำการสังกัดกองทัพบกโดยจะเข้ารับราชการทหารเป็นระยะเวลา 6 เดือนนั้น จนการเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นการลบอดีตของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายพริษฐ์ ได้เปิดใจถึงสาเหตุการสมัครเป็นทหาร โดนยรายละเอียดผ่านเฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ – Parit Wacharasindhu โดยตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีการสมัครเป็นทหารของตัวเอง ใน 3 ประเด็นดังนี้…

เมื่อวาน ผมได้เดินทางไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ที่วัดทองใน เขตสวนหลวง ขอใช้พื้นที่นี้ตอบ 3 คำถามที่หลายคนถามเข้ามา

Q1. ทำไมถึงสมัครเป็นทหารเกณฑ์?

ในฐานะประชาชนคนไทย ผมมีหน้าที่มาเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย เนื่องจากผมศึกษาอยู่ต่างประเทศช่วงมัธยมทำให้ผมไม่ได้มีโอกาสเรียน ร.ด. ผมมีทางเลือก 2 ทางเลือก คือ สมัครไปเลย หรือ จับใบดำใบแดง ผมตัดสินใจสมัครไปเลยเพราะ 2 เหตุผลหลักๆ

1) ผมต้องการเลือกช่องทางที่ตรงไปตรงมา ชัดเจน และโปร่งใสที่สุด
2) ผมเป็นคนรักเสรีนิยม การที่ตัดสินใจมาก่อนว่าจะสมัคร ทำให้ผมรู้สึกว่า ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ต้องการทำ ไม่ใช่การเสี่ยงโชค แล้วได้ใบที่ไม่ต้องการ

Q2. การเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือนจะกระทบงานทางการเมืองที่ผมได้ประกาศไว้ไหมว่าอยากจะสร้าง พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ที่ชัดเจนขึ้นในอุดมการณ์ เสรีนิยมประชาธิปไตย?

เรื่องนี้มี 2 ประเด็น
1) สิ่งที่สำคัญกว่าการที่ผมเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใดๆ ก็คือผมเป็นคนไทย ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันกับคนไทยคนอื่น ดังนั้น ขณะนี้ ผมต้องมุ่งมั่นทำหน้าที่ในส่วนนี้ก่อน
2) ผมไม่ใช่คนเดียวที่พยายามจะสร้าง พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เพื่อนร่วมงานผมรู้และเตรียมตัวมานานแล้ว

Q3. การที่ผมสมัครไปเป็นทหารเกณฑ์ แสดงว่าผมคิดว่าชายไทยทุกคนต้องเกณฑ์ทหาร?

เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ว่าผมจะคิดยังไงเกี่ยวกับรูปแบบการเกณฑ์ทหารในอนาคต ผมมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ผมเชื่อว่าเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการมีการเกณฑ์ทหารนั้นคือการที่อยากเห็นประชาชนและเยาวชนทำประโยชน์เพื่อชาติ ประเด็นที่ผมว่าน่าสนใจก็คือประเทศควรจะมีทางเลือกในการทำประโยชน์เพื่อชาติในรูปแบบอื่นด้วยหรือไม่ (เช่น การดูแลผู้สูงอายุในช่วงที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย) การที่ได้ไปสัมผัสการเป็นทหารเกณฑ์ด้วยตัวเองน่าจะเปิดมุมมองให้ผมมากขึ้นในเรื่องนี้

keyboard_arrow_up