“แอล” ฉะ พวกด่าไม่รู้จริง แจงถูกลวงเข้า รร. ลืมตาก่อนสลบ ท้าเปิดคลิปดู (คลิป)

จากกรณี น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ อายุ 22 ปี หรือ “น้องแอล” นักร้องในวงคิงก่อนบ่ายก๊อปปี้วาไรตี้โชว์ เข้าแจ้งความว่า แท็กซี่ พาเข้าโรงแรมม่านรูด ในขณะที่ตนเมาและหลับไม่ได้สติ ซึ่งต่อมามีการจับกุมผู้ขับขี่รถรายแท็กซี่รายดังกล่าว โดยเจ้าตัวให้การภาคเสธ ต่อมาพบว่ามีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความจริงแล้ว น้องแอล มีสติ ไม่ได้เมาสลบ พร้อมทั้งระบุว่า ขณะนี้ผู้ขับขี่รายดังกล่าวได้ประกันตัวออกมาขับรถเหมือนเดิม

ภาพจากกล้องในรถแท็กซี่ ลักษณะคล้าย “แอล” ที่กำลังลืมตาอยู่

วันนี้ (4 เม.ย.) น้องแอล เปิดเผยว่า ภาพที่ออกมาซึ่งเป็นภาพที่ตนนั่งลืมตา น่าจะเป็นช่วงที่ตนเพิ่งขึ้นรถ โดยอาจจะกำลังบอกทางคนขับรถแท็กซี่ ส่วนตัวยืนยันว่า ตนจำเหตุการณ์ได้แค่ช่วงก่อนขึ้นแท็กซี่ กับที่โรงแรมม่านรูดตอนตื่นขึ้นมาเท่านั้น ส่วนที่ตนนั่งเบาะหน้าก็ไม่รู้ตัว

อินทุอร ดีบุกคำ หรือ แอล ผู้เสียหาย

ซึ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนสร้างกระแส น้องแอล กล่าวว่า ตนเป็นผู้หญิงใช้ชีวิตคนเดียวคง ไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้น โดยหากถูกฆ่าข่มขืนก็คงไม่คุ้ม และอยากถามกลับว่า คนที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่ารู้จักตนดีขนาดไหน จึงเข้ามาด่าตน

ทั้งนี้ สื่อที่เอาภาพนิ่งมาลงควรจะนำคลิปวิดีโอตัวเต็มมาลง เพื่อให้สังคมได้เห็นความจริงทั้งหมด ไม่ใช่ตัดต่อมาแค่บางส่วนให้คนเข้าใจผิด ส่วนที่มีข่าวว่า คนขับแท็กซี่ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว ตนยังไม่ทราบเรื่องแต่หากเป็นตามข่าวตนก็รู้สึกกลัว ว่าอีกฝ่ายจะเกิดความแค้นและเข้ามาทำร้าย ซึ่งก็คงต้องระมัดระวังตัวเอง โดยคาดว่าหลังจากนี้อาจจะลงบันทึกประจำวันเอาไว้เพื่อป้องกันตัว

ทีมข่าวพูดคุยกับพนักงานโรงแรม

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่โรงแรมม่านรูด จุดเกิดเหตุ ในซอยพหลโยธิน 25 โดยได้พูดคุยกับพนักงานโรงแรมรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กรับรถในวันเกิดเหตุ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเห็นแท็กซี่ขับเข้ามา แต่ไม่ได้สังเกตผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกัน เพราะกำลังวุ่นเนื่องจากมีลูกค้าเข้าพร้อมกัน 2 ห้อง ตนจึงวิ่งไปรับอีกห้องก่อน จากนั้นจึงมาเก็บเงินที่ห้องเกิดเหตุ โดยไม่เห็นผู้หญิงเพราะเข้าห้องไปแล้ว จึงไม่ทราบว่า ผู้หญิงเข้าห้องไปอย่างไร

จากนั้นประมาณ 10 นาที ผู้หญิงได้โทรมาแจ้งว่าถูกแท็กซี่ล่อลวงมา ซึ่งตนได้ขึ้นมาพูดคุยพร้อมให้หมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่ไป ขณะนั้นผู้หญิงอยู่ในอาการปกติ ไม่ได้มีลักษณะมึนเมาแต่อย่างใด ตนไม่ทราบว่าสร่างเมาหลังเกิดเรื่องหรือไม่ จากนั้นตนได้เรียกให้แท็กซี่อีกคันมารับตัวผู้หญิงไปส่งที่บ้าน

นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก

ด้าน นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เผยว่า เบื้องต้นทางขนส่งได้ยึดใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ ของคนขับแท็กซี่ โดยต้องรอผลทางคดีอาญา เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป โดยหากคนขับประกันตัวออกมา และมาขับแท็กซี่อีก ก็จะมีความผิด ฐานไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ โทษปรับ 2,000 บาท นอกจากนี้สหกรณ์ผู้ให้คนขับซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เช่ารถก็มีความผิด คือ ห้ามเพิ่มรถเป็นเวลา 6 เดือน และ ถูกถอนทะเบียนรถคันที่ผู้ก่อเหตุนำไปขับ

keyboard_arrow_up