จ่าโอ๋ ไม่เครียดโดนย้าย! ทนายเดชา ยันไม่มีมวยล้ม ปมหักเงินซื้อแอร์ ยื่นศาลสู้สุดตัว (คลิป)

กรณีจ่าสิบตำรวจเลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ “จ่าโอ๋” ผู้บังคับหมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เพื่อให้ตรวจสอบผู้บังคับบัญชา เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกหักเงินเบี้ยเลี้ยงนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งภายในห้องสอบสวนของ สน.พหลโยธิน ล่าสุดได้มีคำสั่งย้ายให้ไปปฎิบัติหน้าที่ ที่ สน.ทุ่งสองห้องแล้ว (อ่าน: ย้าย “จ่าโอ๋” ปมค้านหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์โรงพัก เผย ตร.คู่กรณีโดนด้วย)

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ

วันนี้ ( 3 เม.ย.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความจ่าโอ๋ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้จะไปยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งตนได้ร่างคำฟ้องสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน ทั้ง 2 นาย เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นศาลจะตรวจคำฟ้องว่ามีความถูกต้องและจะรับฟ้องหรือไม่ หากถูกต้องครบถ้วนจะมีการนัดตรวจพยานหลักฐานไต่สวนมูลฟ้อง มีหมายแจ้งจำเลยทั้ง 2 คน ซึ่งจำเลยจะมาศาลหรือไม่มาก็ได้ หากเป็นความผิดต่อตำแหน่งทั่วไป จำเลยจะไปขอความช่วยเหลือจากอัยการสูงสุด ในการขอทนายความมาช่วยเหลือคดี จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวน

ส่วนจะมีการยื่นร้องเรียนที่อื่นหลังจากนี้หรือไม่ ต้องรอดูผลการยื่นฟ้องในวันพรุ่งนี้ และจะปรึกษากับจ่าโอ๋ ในฐานะลูกความก่อนว่า มีความประสงค์จะเรียกร้องความเป็นธรรมจากส่วนอื่นหรือไม่ เพราะนอกจากจะมีการฟ้องร้องต่อศาลแล้ว ยังมีการยื่นร้องเรียนถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาลด้วย

ทนายเดชา พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ซึ่งทนายเดชา มั่นใจว่าศาลจะรับคำฟ้องไปพิจารณา เพราะมีหลักฐานที่ชัดเจน มีทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสารที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างได้ ส่วนจะชนะหรือแพ้ ต้องรอดูการไต่ส่วนพยานทั้ง 2 ฝ่าย ว่าออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนหลักฐานใหม่ที่จะนำมาเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ตำรวจชั้นประทวนอีก 10 นาย ถูกบังคับ ไม่ได้สมัครใจตามที่เป็นข่าว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นหลักฐานที่ใช้ในการสืบพยาน พร้อมยืนยันว่าจะช่วยเหลือจ่าโอ๋ให้ถึงที่สุด และจะไม่ปล่อยให้จ่าโอ๋อยู่อย่างโดดเดี่ยว คดีนี้ไม่มีมวยล้ม ต้มคนดูแน่นอน

จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ “จ่าโอ๋” พูดคุยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ด้าน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ จ่าโอ๋ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.พหลโยธิน ให้ข้อมูลว่า ไม่กังวล หากจะต้องกลับไปทำงานที่เดิม หรือถูกย้ายไปที่ใหม่ เพราะเป็นตำรวจต้องอยู่ได้ทุกที่ และทำงานร่วมกับคนอื่นได้หมด และไม่กังวล หากพบเจอกับสารวัตรคู่กรณีทั้ง 2 นาย เพราะคนทำผิดต้องกลัวและไม่กล้าสู้หน้า ซึ่งตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่แน่นหนา

หนังสือคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการ ลงนามคำสั่งโดย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.

ทั้งนี้ จ่าโอ๋ ยอมรับคำสั่งย้ายที่ให้ไปปฏิบัติงานที่ สน.ทุ่งสองห้อง เนื่องจากเห็นคำสั่งดังกล่าวแล้วแต่เห็นในห้องแชทไลน์ของตำรวจด้วยกัน ยังไม่เห็นคำสั่งตัวจริง ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็น การย้ายไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ทำงานเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น. จะเดินทางไปที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับคำสั่งและไปรายงานตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง

ส่วนหลักฐานใหม่ที่จะมีการเปิดเผย มี 2 อย่าง ซึ่งเป็นข้อความแชทของตำรวจที่มีการพูดคุยกัน มีใจความว่า “เอาเงินด่านไปซื้อแอร์อีกแล้ว ลูกน้องใกล้จะตายกันแล้ว” ซึ่งตนมั่นใจว่าสามารถเอาผิดได้ ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้ข้อความแชทเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะข้อความที่คุยกันผ่านแชท ชัดเจนกว่าคลิปเสียงไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์อะไรมากมาย

keyboard_arrow_up