เด็กเสิร์ฟ แฉดาบตร. เมากร่าง ขอจับนมสาวทอม ชี้ภาพชุลมุนปัดรุม แค่แย่งปืน (คลิป)

หลังจากมีการแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิด เป็นเหตุการณ์ชายรายหนึ่งสั่งอาหารกินใน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ราคาอาหาร 270 บาท แต่ขอจ่ายแค่ 180 บาท ก่อนทำท่าทางกร่าง และบอกว่าขอจ่ายเท่านี้มีอะไรไหม กระทั่งงเกิดตะลุมบอนกันภายในร้าน โดยชายรายนี้ได้ชักปืนข่มขู่คนในร้านด้วย ต่อมาทราบชื่อชายรายนี้ คือ  ด.ต.ชัยยันต์ ระตะขันธ์ ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาออกด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ความคืบหน้า วันนี้ (29 มี.ค.) นายฉัตรชัย สุขศรี หรือ นายตุ้ย อายุ 31 ปี พนักงานเสิร์ฟของร้าน เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 24.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ด.ต.ชัยยันต์ เข้ามานั่งสั่งอาหารที่ร้านเพียงคนเดียว โดยระหว่างที่ตนนำกับข้าวไปเสิร์ฟ อีกฝ่ายก็ถามตนว่า มีเด็กขายบริการหรือไม่ ตนจึงตอบกลับไปว่าไม่มี เพราะที่นี่เป็นร้านข้าวต้ม ไม่ใช่ร้านคาราโอเกะ หลังจากนั้น ก็มีพนักงานเสิร์ฟผู้หญิงเข้ามา เจ้าตัวก็ขอจับหน้าอก ซึ่งพวกตนก็ไม่ได้ถือสา คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเมา

นายฉัตรชัย สุขศรี หรือ ตุ้ย พนักงานเสิร์ฟ

หลังจากนั้น ก็มีเพื่อนของ ด.ต.ชัยยันต์ ตามมานั่งกินด้วยกัน ไม่นานก็เรียกเก็บเงิน ระหว่างนั้น เพื่อนของ ด.ต.ชัยยันต์ ไปนั่งรอที่รถ ตนจึงไปเก็บเงิน โดยระบุค่าอาหารทั้งหมด 275 บาท เจ้าตัวควักเงินออกมาจากกระเป๋า 180 บาท พร้อมระบุว่า “มีเงินแค่นี้ ขอกินฟรีได้หรือไม่” จากนั้นตนก็บอกให้พนักงานอีกคนช่วยคุยให้ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมและโวยวาย โดยตนเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงเดินไปเก็บเงินอีก 100 บาท จากเพื่อนที่มาด้วยกัน ทำให้ได้เงินครบตามจำนวน แต่อีกฝ่ายยังโวยวายไม่หยุด เจ้าของร้านจึงออกมาคุย โดยมีการถกเถียงกัน จนอีกฝ่ายปาขวดน้ำใส่เจ้าของร้าน พนักงานเสิร์ฟอีก 2 คน จึงเข้าไปช่วยและมีการชกต่อยกัน ซึ่งเพื่อนของตำรวจได้เข้ามาช่วยห้าม ก่อนที่จะขับรถออกไป

จากนั้น เวลาผ่านไป 15 นาที ด.ต.ชัยยันต์ ได้ขับรถกลับมาอีกรอบ ตนจึงเดินออกไปดูที่หน้าร้าน เห็นอีกฝ่ายเปิดไฟในรถหยิบของบางอย่าง ก่อนจะพบว่า เจ้าตัวเอาปืนเหน็บไว้ที่ด้านหลัง ก่อนเดินเข้ามาหาตน พร้อมถามว่า “จะเอายังไงกับกู” ก่อนจับข้อมือด้านซ้ายตนบิดและหักไปด้านหลัง และผลักติดป้ายหน้าร้าน ตนได้จังหวะจึงใช้อีกมือคว้าปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลังโยนเข้าไปในร้าน เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะมีพนักงานในร้านมาเก็บปืนไป ระหว่างนั้น เจ้าของร้านและพนักงานในร้านก็เข้ามาช่วยกันห้าม และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุ ซึ่งตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเพราะอีกฝ่ายมีอาการเมาอย่างหนัก จนไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้

น.ส.ธนัท สุขสวัสดิ์ พนักงานเสิร์ฟ

ด้าน น.ส.ธนัท สุขสวัสดิ์ พนักงานเสิร์ฟ ซึ่งเป็นทอมบอย ระบุว่า ด.ต.ชัยยันต์ มีอาการเมามาตั้งแต่เข้ามาในร้านรอบแรก โดยพยายามขอจับหน้าอกตน พร้อมถามว่า เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ตนจึงตอบไปว่า เป็นผู้หญิง อีกฝ่ายจึงถามว่า มีหน้าอกหรือไม่ ตนตอบกลับไปว่า ไม่มี เพราะเป็นทอม ก่อนเดินออกมา หลังจากนั้นก็มีพนักงานเสิร์ฟผู้หญิงอีกราย ที่ถูกถามในลักษณะเดียวกัน โดยมีการทำท่าทางจะจับหน้าอก แต่พนักงานเสิร์ฟรายดังกล่าวเดินหนีออกมา

จากนั้นเมื่อเรียกเก็บเงิน แต่ตำรวจรายดังกล่าวมีเงินไม่พอ นายตุ้ยจึงมาบอกตน ตนจึงเข้าไปคุย พร้อมบอกว่า หากจ่ายเงินไม่ครบ พวกตนก็ต้องถูกหักเงิน แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันขอจ่ายแค่ 180 บาท ตนจึงบอกให้นายตุ้ยไปเก็บเงินกับเพื่อนของตำรวจอีก 100 บาท แต่เจ้าตัวก็โมโห ประกาศว่าตัวเองเป็นตำรวจ พร้อมพูดว่า “ขอกินมื้อเดียวไม่ได้หรือ” ก่อนที่เจ้าของร้านจะออกมาคุย และมีการถกเถียงกัน จนเกิดการทะเลาะวิวาทตามคลิปที่ปรากฏ

นายภูมิ ศุภนคร พนักงานเสิร์ฟ

ส่วน นายภูมิ ศุภนคร พนักงานเสิร์ฟอีกราย กล่าวว่า ตนเห็นว่าตำรวจทำตัวกร่าง และเริ่มโวยวาย พร้อมปาขวดน้ำใส่เจ้าของร้าน จึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปต่อยอีกฝ่าย เพราะคิดว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี โดยยืนยันว่า ไม่ได้คิดรุมทำร้ายหรือวางแผนมาก่อน เนื่องจากช่วงที่วิ่งเข้าไป พนักงานเสิร์ฟอีกรายก็วิ่งไปพร้อมกัน ภาพที่ออกมาจึงกลายเป็นพนักงาน 2 คน เข้าไปรุม หลังจากนั้นพนักงานคนอื่น รวมถึงเพื่อนของตำรวจที่มาด้วย ก็ช่วยกันห้าม เมื่อถูกจับแยก อีกฝ่ายก็ยังยืนเถียงกับเจ้าของร้าน ก่อนขับรถออกไป

หลังจากนั้นรอบ 2 ตำรวจคนดังกล่าวกลับมาพร้อมอาวุธปืน ขณะนั้นนายตุ้ยแย่งปืนมาได้ ตนก็ได้เข้าไปคุยกับเจ้าตัวและบอกให้ใจเย็น ค่อยๆ คุย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ ตนยังพบว่า เจ้าตัวขับรถผ่านมาหน้าร้านอีกรอบ ทำให้ลูกค้าในร้านค่อนข้างกลัวความปลอดภัย เพราะเกรงว่าอีกฝ่าย จะยิงปืนสาดกระสุนเข้ามาภายในร้าน

สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา

ขณะที่ด้าน ร.ต.อ.ศิษฎ์ พูลวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ ด.ต.ชัยยันต์ ระตะขันธ์ ยอมรับว่าปืนเป็นของตนเองจริง แต่ยังไม่ให้การในรายละเอียดถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ โดยจากการสังเกตพบว่าเจ้าตัวอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างเมา เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร โดยหลังจากนี้จะเรียกสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีการแจ้งข้อหาอื่นๆ ต่อไป

keyboard_arrow_up