“เดชา” โต้ “อัจฉริยะ” ถึงมีคลิปเด็ดคดีหวยก็พลิกยาก เว้นมีภาพวางแผนสร้างพยานเท็จ (คลิป)

จากกรณีที่ ทนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความฝ่ายครูปรีชา ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ครูปรีชาเคยรับสารภาพในคดีหวย 30 ล้าน และขอทางลงกับนายตำรวจระดับสูงนั้น โดยทนายวรยุทธถามกลับถึงทนายษิทราว่า ไปรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร หรือมีพูดแบบนี้กองปราบฯ จะเดือดร้อน เหมือนสำนวนคดีรั่วไหล

ครูปรีชา ไคร่ครวญ และ ทนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส

วันนี้ (29 มี.ค.) นายษิทรา ได้เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลมาว่า ครูรายดังกล่าวได้รับสารภาพและขอทางลง จากนายตำรวจระดับสูง ว่าจะทำอย่างไรให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงน้อยที่สุด ซึ่งส่วนนี้ทางกองปราบก็มีหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของหน่วยงาน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน
นอกจากนี้ตนยังเป็นห่วงผู้หญิงรายหนึ่ง ที่ไปแจ้งความดำเนินการกับนายตำรวจระดับสูงของกองปราบปราม โดยกล่าวหาว่า บังคับให้รับสารภาพเกี่ยวกับคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน โดยให้หญิงสาวรับสารภาพว่าได้ส่วนแบ่งมาเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเชื่อว่านายตำรวจระดับสูงไม่ได้พูด และภายในห้องสอบสวนก็มีกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพ และเสียงการสนทนาไว้ได้ทั้งหมด ตนจึงรู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงรายดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเป็นการฟ้องเท็จ
สำหรับกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ออกมาเปิดเผยว่า มีคลิปหลักฐานเด็ด ซึ่งได้มาจากผู้หวังดีนั้น ตนไม่ทราบ ซึ่งคิดว่า อีกฝ่ายคงมีหลักฐานบางอย่างเพียงแต่ตนยังไม่เห็นเท่านั้น
นายแผน เดินทางไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ส่วนที่ นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “นายแผน” ถอนฟ้องผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บังคับการปราบปรามนั้น ตนมองว่าหากไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่ควรฟ้องตั้งแต่ต้น โดยตอนนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้ว หากมีการดำเนินคดีก็สามารถทำได้ โดยหากนายแผน จะขอไปให้การในชั้นศาลก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าตัว
ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

ด้าน ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระบุว่า การที่นายแผน ไปถอนฟ้องผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บังคับการปราบปรามนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อรูปคดีอื่นๆ แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นสิทธิของโจทก์ ที่สามารถถอนฟ้องก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ทั้งนี้กรณีที่ฟ้องนั้น ต้องไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสาธารณะ หรือ กระทบต่อภาครัฐ อย่างกรณีนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งศาลก็สามารถพิจารณาให้ถอนฟ้องได้

ส่วนจะทำให้นายแผน มีน้ำหนักในคดีอื่นๆลดลงหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า น้ำหนักยังเหมือนเดิม อีกทั้งยังจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายแผน กับพนักงานสอบสวนดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากได้มีการพูดคุย ทำความเข้าใจกัน เพราะก่อนหน้านี้นายแผน กลัวว่าตัวเองจะถูกออกหมายจับ ตามที่มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน

ทั้งนี้เมื่อถอนฟ้อง ตนเชื่อว่าคนอย่าง พล.ต.ท.ฐิติราช และ พล.ต.ต.ไมตรี คงไม่เอาเรื่องกลับ กับคนขับรถอย่างนายแผน เนื่องจากอาจจะเชื่อได้ว่านายแผนเกิดความกลัวจริง จึงเดินทางไปร้องต่อศาล

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย พูดคุยกับทีมข่าว

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ ออกมาระบุว่า จะมีคลิปกลุ่มคนเจรจาตกลงส่วนแบ่งหวยออกมานั้น ระบุว่า กรณีนี้ไม่มีผลต่อคดีหวย 30 ล้าน เพราะเมื่อมีคลิปออกมา ก็ต้องมาพิสูจน์หาถึงแรงจูงใจในการสร้างคลิป ผู้ทำคลิปคือใคร ทำไปเพื่ออะไร อีกทั้งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งมีข้อสงสัยหลายประการ ซึ่งคลิปเป็นเพียงพยานบอกเล่า ฉะนั้นไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น

ทนายเดชา ยังยกตัวอย่าง 2 กรณี เช่น กรณีที่ 1 หากคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่ครูปรีชา และลุงจรูญ ตกลงเจรจาเรื่องหวยกัน ระบุว่า คลิปดังกล่าวก็อาจเป็นการเข้าไปพูดคุย ประนีประนอมกันได้ เช่น คนทะเลาะกันและจะเจรจายอมความ หาข้อยุติ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นเจ้าของหวยอยู่ดี อย่างในคดีแพ่งที่ร้องกันอยู่ ก็เชื่อว่าไม่มีผลต่อคดีนี้ เพราะขณะนี้ก็เป็นการพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน ว่าศาลจะพิพากษาฝ่ายใด หากพยานไม่น่าเชื่อถือ ก็อาจจะยกฟ้องได้ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับทนายในการต่อสู้คดีด้วยว่าเก่งแค่ไหน

ส่วน กรณีที่ 2 หากคลิป เห็นว่าฝ่ายลุงจรูญ มีการเจรจาส่วนแบ่งกับกลุ่มพยานที่อยู่ฝั่งเดียวกัน ก็ไม่มีผลเช่นกัน เพราะหากมีการคุยว่า หากสู้แล้วชนะคดี จะมีส่วนแบ่งให้ ตนว่าเป็นเรื่องปกติ เว้นแต่จะมีการพูกกันว่า ให้มาร่วมกันสร้างพยานหลักฐานเท็จ แบบนี้จึงจะมีความผิด ทนายเดชายังบอกว่า หากมีการพูดแบบนี้จริง ก็คงนำไปแจ้งความนานแล้ว บอกหากคลิปจะมีผลก็เพียงให้สื่อได้เล่นข่าวต่อเท่านั้นเอง

keyboard_arrow_up