สาวสู้ยีราฟ ถูกดันตกรถขาหัก โอดพ้น 3 เดือนสวนสัตว์นิ่ง – ทนายเกิดผลชี้ช่องเอาผิด (คลิป)

จากกรณีที่ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก เป็นอุทาหรณ์เตือนให้ระวังขณะไปเที่ยวสวนสัตว์เปิด โดยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวรายหนึ่งที่ไปเที่ยวสวนสัตว์ ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขณะโดยสารรถมินิบัสที่สวนสัตว์จัดให้ ได้มียีราฟหลายตัวใช้หัวมุดเข้าในรถ เพื่อแย่งอาหารที่หญิงสาวรายนี้และครอบครัวซื้อไปให้ โดยถูกยีราฟใช้หัวและลำคอดันตัวจนตกรถ ทำให้แขนและขาหัก

น.ส. ธีรวรรณ เถาเสถียร หรือ “ตุ้ย” ผู้ประสบเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (28 มี.ค.) น.ส.ธีรวรรณ เถาเสถียร หรือ “ตุ้ย” อายุ 36 ปี หญิงสาวผู้ประสบเหตุ ซึ่งนั่งวีลแชร์ เนื่องจากกระดูกที่บริเวณขาด้านขวายังไม่สมาน ทำให้ยังเดินไม่ได้ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2560 ตนได้เดินทางไปเที่ยวสวนสัตว์พร้อมกับพ่อแม่ เมื่อไปถึงได้ซื้ออาหารให้สัตว์ พร้อมกับซื้อตั๋วและนั่งรถมินิบัส เพื่อนำอาหารไปให้กับสัตว์ เช่น กวาง ยีราฟ โดยวันนั้นคนไม่เยอะ ทำให้มีเพียงครอบครัวตน 3 คนเท่านั้นที่นั่งรถมินิบัสชมสัตว์

เมื่อมาถึงโซนยีราฟ ตนก็ได้เตรียมอาหารเพื่อจะหยิบให้ยีราฟกิน แต่ยีราฟได้นำหัว และลำตัวเข้ามาภายในรถบัสทุกบานหน้าต่างพร้อมกับดัน แย่งอาหารที่อยู่ในถาด ทำให้ตนเสียหลักล้มแล้วไหล่ แขน ขา ได้กระแทกกับบันไดทางขึ้น เนื่องจากสู้แรงยีราฟไม่ไหว

ยีราฟมุดเข้าในรถมินิบัสเพื่อกินอาหาร

หลังจากนั้นได้เรียกรถกู้ภัยไปส่งโรงพยาบาล พบว่ากระดูกได้แตกหักหลายส่วน ทำให้ไม่สามารถเดินได้เหมือนเดิม โดยต้องรอประมาณ 3 เดือน เพื่อให้กระดูกมาประสานกันเช่นเดิม เบื้องต้นเสียค่ารักษาไปประมาณ 300,000 บาท โดยระหว่างนี้ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

น.ส. ธีรวรรณ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

น.ส.ธีรวรรณ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุก็เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนครึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ไม่ได้โทรศัพท์สอบถาม หรือเยียวยาตนแม้แต่น้อย และยังไม่ได้มีการตกลงว่าจะดูแลตนอย่างไรบ้าง จึงได้มีปรึกษาแนวทางกฎหมายกับทนายเกิดผล

ทั้งนี้ น.ส.ธีรวรรณ ยอมรับว่า ได้รับความลำบากมาก เนื่องจากยังไม่สามารถเดินได้ตามปกติ ต้องขับถ่ายและใช้ชีวิตบนเตียงเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องเว้นงานจิตอาสาที่ทำอยู่ไปก่อน โดยอยากให้ทางสวนสัตว์มาดูแลบ้าง พร้อมกับอยากเตือนประชาชนคนอื่นว่า เวลาจะไปเที่ยวต้องระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้บุคคลอื่นประสบเหตุเช่นเดียวกับตน

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า ที่ตนรับดูแลคดีนี้ เพราะคิดว่า น.ส.ธีรวรรณ ไม่ได้รับความเป็นธรรม ประกอบกับทางผู้เสียหายได้ติดต่อทางสวนสัตว์ แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด

ต่อมาจึงได้ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสวนสัตว์ พบว่า มีการจัดโซนให้ประชาชนชมสวนสัตว์หลายส่วน แต่ส่วนที่มีปัญหาคือ โซนยีราฟที่เป็นสัตว์ป่า สวนสัตว์กลับไม่มีการจัดให้ความช่วยเหลือเมื่อประชาชนเมื่อได้รับเหตุร้าย เนื่องจากประชาชนไม่อาจรู้ว่าสัตว์ดุร้ายแค่ไหน และจะก่อให้เกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยวหรือไม่ และยีราฟเป็นสัตว์ที่ร่างกายแข็งแรง หากผลักหรือดันคนก็ย่อมล้มอยู่แล้ว ผู้ที่นำมาเลี้ยงต้องระมัดระวังและป้องกันมากกว่านี้

ผู้เสียหายปรึกษาแนวทางกฎหมายกับทนายเกิดผล

นอกจากนี้ ในโซนยีราฟไม่มีป้ายเตือน หรือป้ายประกาศ ส่วนในรถก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ หรือตักเตือน และในรถก็ไม่มีการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ เช่น ราวจับ แม้ว่าทางสวนสัตว์ปฏิเสธว่าไม่รับผิดชอบ พร้อบกับบอกว่าผู้ผิดคือผู้เสียหายที่ประมาทล้มเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วมีกฎหมายคุ้มครองนักท่องเที่ยว คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 โดยบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยง รับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น

เมื่อทางสวนสัตว์นำสัตว์มาเลี้ยง เพื่อให้คนอื่นเข้าชม ผู้ดูแลจึงต้องป้องกันและควบคุมสัตว์เหล่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้สัตว์เข้ามายื้อแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม จะมีการนัดเจรจาระหว่างผู้เสียหายกับทางสวนสัตว์ ช่วงเดือนเมษายน ถ้าการเจรจาไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป และอาจมีการร้องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสวนสัตว์ต่างๆ ว่าสวนสัตว์แห่งนี้มีความปลอดภัยเพียงพอที่ประชาชนจะเข้าไปเยี่ยมชมได้มากน้อยเพียงใด

keyboard_arrow_up