ตร. ค้นบ้านเจ้าหนี้เงินกู้ คิดดอกเบี้ยโหด หลังชาวบ้านนับ 10 ถูกรีดค่าโฉนดเกินเท่าตัว

วันนี้ (28 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอหนองหาน , นายศักดิ์ชัย นวลสุวรรณ รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี , พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี ผกก.สอบสวน สภ.จว.อุดรธานี , พ.ท.ไวยภาษ ศรีหริ่ง ผช.หน.กองข่าว มทบ. 24 , เจ้าหน้าที่สรรพากร จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครอง อ.หนองหาน ใช้อำนาจตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 3/2559 เข้าตรวจค้นบ้านของ น.ส.แสงมณี ศิริคุณธรรม อายุ 68 ปี เลขที่ 115 หมู่ 2 ถ.อภัยสำราญ ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาในคดีนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด

เจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้าน น.ส.แสงมณี ศิริคุณธรรม เจ้าหนีเงินกู้

โดย ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอหนองหาน ได้เจรจากับ น.ส.แสงมณี ศิริคุณธรรม เจ้าหนีเงินกู้ เบื้องต้นปฏิเสธไม่ให้เข้าค้นบ้าน จนในที่สุดก็ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบเอกสารจำหนวนหนึ่ง เช่น โฉนดที่ดิน1ฉบับ , สำเนาโฉนดที่ดิน , สมุดบัญชีเงินฝากและเอกสารอื่นๆ และได้เชิญตัวมาบันทึกการตรวจค้น และตรวจยึดเอกสาร ที่ว่าการ อ.หนองหาน เพื่อประกอบสำนวนคดี ที่ผู้เสียหาย 11 ราย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองหาน ในความผิดตามมาตรา 3 พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,0000 บาท ซึ่งนางแสงมณี ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้าน และยึดเอกสารไปตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ชาวบ้าน 12 ราย เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี , อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี และ มทบ. 24 ว่า ได้มากู้ยืมเงินจาก น.ส.แสงมณี โดยนำเอกสารสิทธิไป “ขายฝาก” ไว้ และได้ชำระดอกเบี้ย ร้อยละ 5 ต่อเดือนทุกเดือน แม้จะสิ้นสุดสัญญาขายฝาก ก็ยังส่งดอกเบี้ยตามปกติ มีการตกลงด้วยวาจาว่า หากมีเงินก็มาไถ่ถอนได้ แต่เมื่อไปติดต่อขอไถ่ถอน กลับเรียกเงินสูงกว่าเงินต้นหลายเท่า และ น.ส.แสงมณี ยังโอนเอาเอกสารสิทธิไปเป็นของตัวเอง ทุกหน่วยงานจึงได้เชิญ น.ส.แสงมณี มาเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่นางแสงมณี ไม่เคยมาไกล่เกลี่ย จนชาวบ้านเข้าแจ้งความต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

หลักฐานที่ตรวจพบที่บ้านของ น.ส.แสงมณี

ขณะที่มีชาวบ้านกว่า 10 ราย กล่าวว่า ได้นำเอกสาร โฉนดที่ดินมาจำนำไว้กับนางแสงมณี โดยจะไปทำสัญญากันที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สาขาหนองหาน แต่เวลาเข้าไปทำเรื่อง ชาวบ้านทุกรายจะไม่ได้เข้าไปในสำนักงานที่ดินฯ มีเพียงนางแสงมณีเข้าไปเพียงคนเดียว พอทำเรื่องเอกสารต่างๆ เสร็จ ทางนางแสงมณีก็ไม่ให้ดูเอกสาร และได้ตกลงกันว่า จะมาไถ่ถอนคืน แต่พอเวลามาไถ่ถอนปรากฏว่า ที่ดินจากที่กู้เงินมาเมื่อถึงเวลาไปไถ่คืน กลับต้องเสียเงินไถ่ถอนมูลค่าสูงอีกเท่าตัว

น.ส.แสงมณี ศิริคุณธรรม เจ้าหนี้เงินกู้

ด้าน น.ส.แสงมณี กล่าวว่า ปล่อยเงินกู้หาเลี้ยงตัวเองมากกว่า 30 ปี เงินทุนก็ได้มาจากมรดก หยิบยืมญาติพี่น้องมาบางส่วน กู้เงินจากธนาคาร คิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อเดือน ไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด ตนก็ได้ “ขายฝาก” ที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สาขา อ.หนองหาน เจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงให้ลูกหนี้ฟังแล้ว เมื่อสิ้นสุดสัญญา และขาดส่งก็ถูกยึดที่ดิน พอทุกคนรู้ว่าราคาที่ดินสูงขึ้นก็มาขอไถ่ถอน ตนก็ให้ไถ่ไปตามราคาตลาดยืนยันไม่ได้คิดโกงใคร

นายศักดิ์ชัย นวลสุวรรณ รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ

นายศักดิ์ชัย นวลสุวรรณ รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงว่า ตำรวจแจ้งข้อหา น.ส.แสงมณี เรียกรับดอกเบี้ยเกิดกฎหมายกำหนด จากการตรวจค้นได้ยึดเอาเอกสาร หรือหลักฐานอื่นๆ มาตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิด ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

นางนิลรัตน์ วัจนสุนทร ผู้เสียหาย

นางนิลรัตน์ วัจนสุนทร อายุ 67 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า นำที่ดินมรดก 13 ไร่ 3 งาน ไปขายฝากกับ น.ส.แสงมณี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 50 นำเงินมาลงทุนทำสวน 200,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน โดยจ่ายดอกเบี้ย 1 ปีเต็ม รวมเป็นเงิน 120,000 บาท จึงไปติดต่อขอไถ่ถอน แต่ น.ส.แสงมณี กลับบ่ายเบี่ยง บอกว่า ยังไม่ว่าง พอรู้จากลูกหนี้รายอื่น เกิดปัญหาเดียวกัน จึงรวมตัวมาทวงคืนที่ดินมากว่า 10 ปี แล้วชาวบ้านกู้มาก็ได้ไม่เต็มจำนวน แต่จ่ายดอกเบี้ยจนเกินเงินต้น บางรายถูกยึดที่ดินแล้วขายต่อ บางรายถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มอยากให้ยกเลิก “ขายฝาก” เพราะชาวบ้านเดือดร้อน

นางจำปี บุญสิงห์ ผู้เสียหาย

นางจำปี บุญสิงห์ อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ปี 54 ได้นำโฉนดที่ดินเนื้อที่ 38 ตารางวา ไปขายฝากเพื่อนำเงิน 35,000 บาทไปซื้อรถสกายแล๊ปมาค้าขายข้าวโพด จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 3,000 บาท ส่งทุกเดือน เป็นเวลา 3 ปี คนในบ้านเกิดอุบัติเหตุจึงขาดส่ง ต่อมาในปี 58 ไปขอไถ่ถอนคืน น.ส.แสงมณี ก็เรียกเงิน 250,000 บาท แต่แจ้งความไม่ได้ เพราะโฉนดที่ดินเป็นชื่อลูกสาว ขณะนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ

บริเวณสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขา อ.หนองหาน เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า น.ส.แสงมณี มาทำนิติกรรม “ขายฝาก” ที่สำนักงานจำนวนมาก แต่ลักษณะแปลงขนาดไม่ใหญ่ เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำความเข้าใจให้ลูกหนี้ทราบก่อนทุกครั้ง ซึ่งขณะนี้ น.ส.แสงมณี โอนที่ดินไปเป็นชื่อตัวเองแล้วประมาณ 20 แปลง อีก 10 แปลง สิ้นสุดสัญญาแล้ว แต่ยังไม่โอน

keyboard_arrow_up