‘กรมธนารักษ์’ เปิดแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรัชกาลที่ 10 มี 9 ชนิดราคา 6 เม.ย.นี้

วันที่ 28 มี.ค.61 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 6 เมษายน 2561 กรมธารักษ์ จะเริ่มนำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ออกจ่ายแลกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้ง 9 ชนิดราคา โดยกรมธนารักษ์ ได้ออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า เบื้องขวามีข้อความว่า “มหาวชิราลงกรณ” เบื้องซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ 10”

ส่วนด้านหลังเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธย วปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องบนมีข้อความว่า “ประเทศไทย” และคำว่า “พ.ศ.” และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกชนิดราคาของเหรียญ สำหรับเหรียญชนิดราคา 5 บาท และ 50 สตางค์ ลวดลายด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญวงในเป็นรูปสิบเหลี่ยม ทั้งนี้ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ที่ใช้ในระบบ ส่วนชนิดราคา 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ จะไม่เวียนใช้ในระบบ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังกล่าวอีกว่า เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนดังกล่าวจะยังคงใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เช่นเดิม ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องกักตุนเหรียญเพื่อการสะสม แต่ยอมรับในอนาคตปริมาณการใช้เงินสด ทั้งธนบัตรและเหรียญกษาปณ์จะปรับตัวลดลง เนื่องจากประชาชนหันมาใช้ระบบ E-payment มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตเงินสดเหล่านี้ลดลง โดยปัจจุบันการใช้ระบบ E-payment ในภาครัฐ สามารถประหยัดงบประมาณลงได้ปีละ 10,000 ล้านบาท

keyboard_arrow_up