คนขับทัวร์มรณะรับเล่นยาให้หายง่วง ไร้เงินจ่าย 18 ศพ (คลิป)

จากเหตุการณ์รถทัวร์ท่องเที่ยว ต.ห้วยโพธิ์ และ ต.หลุบ จ.กาฬสินธุ์ ประสบอุบัติเหตุที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รวม 18 ศพ และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (24 มี.ค.) ทีมข่าวเดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แต่ไม่พบนายกฤษณะ จุฑาชื่น หรือนายเก ผู้ต้องหา อายุ 44 ปี คนขับรถ เนื่องจาก แพทย์ผู้ดูแลได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเพราะอาการดีขึ้น และทราบมาว่า นายกฤษณะ ถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาเป็นผลัดแรก

เมื่อทีมข่าวมาถึงศาลจังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีญาติของนายกฤษณะเดินทางมาเพื่อเข้าเยี่ยมและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางรัชนี จุฑาชื่น แม่ของผู้ต้องหา , นางเก๋ น้องสาวของผู้ต้องหา และญาติที่เดินทางมา

นางรัชนี จุฑาชื่น แม่ของนายกฤษณะ

นางรัชนี จุฑาชื่น แม่ของนายกฤษณะ เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจ แต่ลูกชายไม่ขอให้ช่วยเรื่องประกันตัว เว้นแต่ทางครอบครัวอยากจะประกันตัวนายกฤษณะ เนื่องจาก อยากให้ออกมารักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับ แต่ไม่ทราบว่าทางศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ ประกอบกับไม่ทราบว่าจะมีหลักทรัพย์เพียงพอหรือไม่

นอกจากนี้ นางรัชนี ได้เล่าว่า จากที่เลี้ยงนายกฤษณะ เป็นคนที่มีอุปนิสัยดี ไม่เกเร ส่วนที่ตั้งชื่อว่า “เก” ไม่ได้หมายถึงคำว่า “เกเร” แต่ตั้งเพื่อให้คล้องจองกับลูกคนอื่นๆ เนื่องจากในครอบครัวมีแต่ผู้ที่มีชื่อเล่นเป็น “ก.ไก่”และลูกชายตนเป็นคนขยัน ช่วยงานที่บ้าน นอกจากนี้ ลูกชายตนเป็นคนชอบขับรถ

เมื่อนายกฤษณะอายุประมาณ 18 – 20 ปี นายกฤษณะ ได้ย้ายไปอยู่ที่จ.กาฬสินธุ์ กับภรรยาและลูก พร้อมกับไปประกอบอาชีพที่นั้น ทุกครั้งลูกชายจะโทรศัพท์ติดต่อมาเป็นประจำ

นางรัชนี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ส่วนเรื่องยาเสพติด นางรัชนี บอกว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก ตั้งแต่ลูกย้ายบ้านออกไป ก็ไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ ทราบเพียงว่า ลูกชายไปประกอบอาชีพขับรถเท่านั้น

ทั้งนี้ นางรัชนี บอกว่า หากผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทำขวัญ ตนไม่มีให้ เนื่องจาก ทุกวันนี้อาศัยลูกกิน และตนจะไปหาเงินมาจากที่ไหน พร้อมกับบอกว่า “ถ้าเรียกร้องก็ไม่มีให้” เท่าที่ตนทราบคือรถที่ลูกชายมีประกันชั้น 1 คาดว่าคงดำเนินการจ่ายชดเชยตามขั้นตอน ส่วนการขับรถในวันเกิดเหตุ ลูกชายเล่าให้น้องสาวฟังบ้างแล้ว

นางเก๋ น้องสาวของนายกฤษณะ

จากนั้นทีมข่าว ได้เดินทางไปคุยกับนางเก๋ น้องสาวของนายกฤษณะ เล่าว่า พี่ชายตนบางครั้งอาจอารมณ์ร้อนบ้าง แต่หากมองภาพรวมเป็นคนจิตใจดี พี่ชายตนทำอาชีพขับรถมานานเกือบ 20 ปี แต่มีระยะเวลาหนึ่งที่ทางบ้านให้พี่ชายกลับมาช่วยทำงานที่บ้าน เนื่องจาก กลัวว่าจะเกิดอันตรายเพราะการขับรถมีความเสี่ยง ขณะนั้นพี่ชายก็กลับมาอยู่บ้าน พร้อมกับสมัครงานเป็นนักการภารโรงที่โรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์รับจ้างตัดหญ้า ตัดต้นไม้ตามบ้าน รับทำรั้วก่อสร้าง เผื่อจะได้เก็บเงินส่งไปลูกเรียน เนื่องจาก พี่ชายตนต้องเลี้ยงดูลูกทั้งหมด 3 คน พร้อมกับแม่ยาย ส่วนภรรยาพี่ชายได้หนีพี่ชายไป

ต่อมา มีเจ้าของกิจการรถทัวร์พยายามติดต่อมาเพื่อให้พี่ชายช่วยขับรถให้กับทางบริษัท ช่วงนั้นตนได้เตือนพี่ชายว่า “ให้คิดดีๆว่าจะกลับไปหรือไม่” แต่สิ่งสำคัญคือการเป็นห่วงอนาคตลูก เมื่อเป็นเช่นนั้นพี่ชายจึงตัดสินใจกลับไปขับรถทัวร์อีกครั้ง เนื่องจากมีรายได้ดีกว่า สำหรับเรื่องการงานพี่ชายเป็นคน “หนักเอาเบาสู้” ทำงานได้ทุกอย่าง

นางเก๋ บอกว่า เมื่อทราบข่าวว่ามีเหตุรถทัวร์เกิดอุบัติเหตุแล้วพี่ชายเป็นคนขับรถก็ตกใจ แต่คิดว่าการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น พร้อมกับอยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ก่อนที่พี่ชายตนจะถูกนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา ได้พูดคุยกับตนว่า คืนเกิดเหตุได้ขับรถมาพร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง พร้อมกับผลัดกันขับรถ แต่ช่วงเกิดเหตุพี่ชายตนเป็นคนขับ ขณะนั้นรถไม่สามารถเข้าเกียร์ได้ ทางผู้ช่วยคนขับได้เข้ามาช่วยพี่ชายตนเข้าเกียร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเกียร์ใช้งานไม่ได้

ดังนั้น ผู้ช่วยคนขับเลยตัดสินใจเดินไปข้างหลัง จากนั้นมีผู้โดยสารคนหนึ่งลงมาชาร์จแบตโทรศัพท์บริเวณหน้ารถ พี่ชายจึงบอกกับผู้โดยสารว่า “รถเบรกไม่ได้” พี่ชายบอกว่า ได้ใช้ความพยายามจนถึงที่สุดแล้ว และไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

นางเก๋ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ นางเก๋ บอกอีกว่า พี่ชายบอกว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะหลบหนี เพราะพี่ชายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน จึงออกไปจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ก่อนที่จะไปสลบอยู่ข้างทาง เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่ารอบข้างมืด จึงตัดสินใจเดินออกไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เนื่องจากหิว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

นางเก๋ บอกว่า ปกติเวลาพี่ชายขับรถจะไม่เสพยาเสพติด แต่ได้มีการพูดคุยกับพี่ชายถึงเรื่องนี้เช่นกัน พี่ชายบอกว่า ถ้าหากไม่เสพอาจจะขับรถไม่ไหว และเมื่อเสพแล้วจะทำให้ไม่ง่วง พร้อมยอมรับว่า ได้เสพยามาก่อนที่จะขับรถมาถึงจ.จันทบุรี แต่ขาขับรถกลับไม่ได้มีการเสพสารเสพติดเพิ่ม แต่หากถามถึงเหตุผลเบื้องลึกตนไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม นางเก๋ ได้แสดงความเสียใจต่อญาติของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เนื่องจาก อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมองว่าเป็นอุบัติเหตุ บางครั้งไม่อยากให้ทุกคนมองที่หน้าตาของพี่ชาย “เพราะบางทีคนตัดสินคนด้วยกันที่หน้าตา” พี่ชายที่หน้าตาแบบนี้ก็เพราะว่าทำงานหนักและเคยเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเคยประสบอุบัติเหตุ ขาเคยดามเหล็ก บริเวณไหล่มีเส้นลวดยึดเอาไว้อยู่

ดังนั้น เวลาสังคมจะตัดสินอะไรอย่าตัดสินที่หน้าตา พร้อมยอมรับว่า “คนของเราทำผิด เราก็ยอมรับทั้งหมด ทั้งในความผิดพลาดในการขับรถและมีสารเสพติด แต่อยากให้สังคมมองและเข้าใจใหม่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากความจงใจที่จะทำให้มันเกิดขึ้น”

keyboard_arrow_up