“ษิทรา” ซึ้ง “อัจฉริยะ” หนุนสู้คดีหวย ชี้ ปชช.จ่อร้องทนายบางคน ส่อผิดมรรยาท (คลิป)

กรณีที่ นายสุกิจ ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวช่องหนึ่ง โดยเนื้อหาบางช่วง มีการกล่าวพาดพิงถึงนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งแอบอ้างว่า หากินกับตำรวจ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สนิทกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อย่างแน่นแฟ้น

นายอัจฉริยะ แจ้งความ ที่ สภ.พระประแดง

ต่อมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายัง สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา นายสุกิจ พูนศรีเกษม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และยืนยันว่า ทุกอย่างที่นายสุกิจ กล่าวมานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเคยพบกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ เพียงครั้งเดียว ที่กองปราบปราม ส่วนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นั้น ก็ไม่เคยพบ และไม่เคยโทรศัพท์คุยสักครั้ง จึงเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุกิจ พร้อมหลักฐานเป็นเอกสาร และเทปรายการที่ นายสุกิจ ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.)

นายอัจริยะ ยืนยันว่า ที่ออกมาตอบโต้ ไม่ใช่การต่อล้อต่อเถียง แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้ที่ละเมิดสิทธิ์ของตนเอง โดยพนักงานสอบสวน ได้มีการรับแจ้งความเป็นคดีอาญา ส่วนความผิดฐานอะไรนั้น ต้องมีการพิจารณาตามพยานหลักฐาน หากพยานหลักฐานเพียงพอ และพบว่ามีความผิดจริง จึงจะเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

นอกจากนี้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี มีโอกาสพูดคุยกับนาย อัจฉริยะ หลังเข้าแจ้งความและให้ปากคำเพิ่มเติม โดยยืนยันว่า ตนเองถูกใส่ความ แม้กระทั่งเรื่องที่ นายสุกิจ ให้ข้อมูลกับสื่อว่า ได้ไปแจ้งดำเนินคดีกับตนใน 4 ข้อหา ก็ไม่เป็นความจริง เพราะได้ไปตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า เป็นชื่อของนายแผน ซึ่งเป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา นายกสโมสรผู้สื่อข่าวภาคเหนือ ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่กองปราบ

ด้าน ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา นายกสโมสรผู้สื่อข่าวภาคเหนือ ได้เดินทางมายื่นหนังสือ และหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ที่กองบังคับการปรามปราบ ว่าตนไม่ได้มีเจตนาใส่ความใคร หากแต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน ซึ่งหลักฐานที่นำมาวันนี้ประกอบด้วย เนื้อหาการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีผ่านสื่อมวลชน เกี่ยวกับการสอบปากคำ 18 ชั่วโมง

นายเทอดศักดิ์อ้างว่า ตนได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ และรายงานข่าวไปตามปกติ ไม่ได้แต่งขึ้นมาเอง และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มครูปรีชา แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ลอตเตอรี่ เป็นของครูปรีชา เพราะได้ลงพื้นที่ไปหาพยานหลักฐานเอง จนกระทั่งเชื่อมั่นในข้อมูล และประจักษ์พยานทางฝั่งครูปรีชา

ส่วนผลการตรวจสัญญาณโทรศัพท์ ตนเห็นว่า เป็นเพียงพยานแวดล้อม ไม่สามารถนำมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ พร้อมกับนำข้อมูลหลักฐานบางอย่าง ที่ได้จากการลงพื้นที่มาแสดงต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นใบเสร็จที่เจ๊พัชรับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาจากสนามบินน้ำจริง ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ไม่ใช่วันที่ 30 ตุลาคม 2560 ตามที่เป็นข่าว

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ

จากกรณีที่มีบุคคลบางกลุ่มโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าจะไปยื่นร้องมรรยาททนายความบางคนที่ทำตัวไม่เหมาะสม เนื่องจากเห็นพฤติกรรมของทนายคนดังกล่าวผ่านสื่อ รู้สึกว่าอยากให้ตรวจสอบคนที่ผิดมรรยาททนายจริงๆ

ทางด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ เปิดเผยว่า เรื่องที่มีกลุ่มประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว และจะไปยื่นเรื่องในวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.) เรื่องการสอบมรรยาททนายความ ตนขอถามก่อนว่า กลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้มาร้องเรียนตนใช่หรือไม่ ส่วนตัวมองว่า เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงออก และคิดว่า การที่ประชาชนออกมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเห็นพฤติกรรมของทนายบางคนที่ให้สัมภาษณ์ตามสื่อ หรือเห็นทนายบางคนไลฟ์สด แล้วรู้สึกว่าผิดมรรยาททนาย จึงเดินหน้าออกมาร้องเรียน แต่ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่า กลุ่มประชาชนจะร้องเรียนทนายคนใด

ทนายษิทรา กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าว อาจเป็นกระแสที่ไปร้องเรียนทางทนายความก็เป็นได้ แต่ที่คนเริ่มมาร้องเรียนอีกด้านตนมองว่า ประชาชนอาจจะเห็นว่า ตนโดนกระแสโจมตีมาเยอะ จึงอยากให้ความเป็นธรรมกับตนหรือเปล่า แต่ตนไม่ขอระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ เนื่องจาก ตนโดนร้องเรียนหลายเรื่อง จึงไม่อยากพูด เพราะหวั่นจะกระทบต่อตัวเอง

สำหรับเรื่องที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ว่าตนจะยืนเคียงข้างทนายษิทรา เรื่องหวย 30 ล้าน ในการพิสูจน์ว่าหวยไม่ใช่ของครูปรีชา ตนบอกว่า ต้องขอบคุณนายอัจฉริยะ เนื่องจากนายอัจฉริยะ ทำตามความถูกต้อง และรู้ว่าหวยไม่ใช่ของครูปรีชาจริง จึงได้พยายามออกมาช่วยสังคม เพื่อไม่ให้ใครมาบิดเบือนความจริง แล้วกล่าวให้ร้ายเจ้าหน้าที่ และมาหรือมีการทำพยานเท็จ สำหรับเรื่องดังกล่าว ตนขอชื่นชมนายอัจฉริยะ จากใจจริง

keyboard_arrow_up