เผยวงจรปิดระทึก 2 นักธุรกิจ หนีกลางปั๊มรอดแก๊งอุ้มรีด 5 ล้าน รปภ.อึ้งดูดีไม่คิดเป็นโจร (คลิป)

จากรณีที่มีผู้เสียหาย เป็นนักธุรกิจผลิตเครื่องสำอาง จำนวน 2 คน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จับตัวไปเรียกค่าไถ่ โดยคนร้ายได้ออกอุบาย เข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินผืนหนึ่งใน จ.จันทบุรี โดยนัดหมายให้มาพบเจอที่บ้านพักหลังหนึ่งใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ และเดินทางมาตามนัดหมาย คนร้ายทั้งสามคนได้พรางตัว โดยสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า พร้อมกับใช้ปืนจี้บังคับเหยื่อเรียกค่าไถ่ จำนวน 5 ล้านบาท ระหว่างนั้น มีหัวหน้าขบวนการอีกคนหนึ่ง คอยโทรศัพท์มาสั่งการคนร้ายกลุ่มนี้ตลอดเวลา

พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ ผู้กำกับการ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อวานที่ผ่านมา (18 มี.ค.) กองปราบปรามจับผู้ต้องหาได้ครบแล้ว วันนี้ (19 มี.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี จึงเดินทางมาที่ สภ.วังน้อย เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคดี โดยได้พบกับ พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ ผู้กำกับการ สภ.วังน้อย กล่าวว่า จับกุมผู้ต้องหาได้ครบแล้วทั้ง 4 คน จากการสอบปากคำ และตรวจพิสูจน์ พบว่า มีคนก่อเหตุเป็นผู้ชาย 3 คน คือ นายกำปั่น ทอนเกาะ, นายกฤษฎา ประวิเศษ และ นายสมชาย มีสัตย์

ล่าสุด วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องหาได้อีก 1 คน คือ น.ส.จิตรัตดา เห็มสีดา โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับได้ในคดียาเสพติดที่ สภ.ลำลูกกา และ สน.โคกคราม เมื่อ สภ.วังน้อย ทราบเรื่อง จึงได้เบิกตัวผู้ต้องหา เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มในอีก 2 ข้อหา ที่ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่น และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว มีโทษจำคุก 5-10 ปี หลังจากนี้ตำรวจจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ก่อเหตุทั้งหมด

ภาพจากกล้องวงจร ขณะที่คนร้ายเดินตามผู้เสียหายไปที่ห้องน้ำ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ขณะที่ นายกฤษฎา เดินลงจากรถไปยังร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันเพื่อซื้อของ ผู้ก่อเหตุสวมหมวก และใส่ผ้าปิดปาก เพื่อปิดบังหน้าตา เดินลงจากรถไปยังร้านสะดวกซื้อ และในเวลาต่อมา ผู้เสียหายที่ถูกจับตัว ได้ออกอุบายว่า ปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ นายกำปั่น จึงเดินลงจากรถมาส่งผู้เสียหายเข้าห้องน้ำ และยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำตลอดเวลา จนผู้เสียหายทำธุระในห้องน้ำเสร็จ เมื่อเดินออกมานายกำปั่นก็มาประชิดตัวผู้เสียหาย โดยใช้มือโอบไปที่ไหล่ เดินคู่กันมา และมายืนเจรจาอะไรบางอย่างที่หน้าร้านสะดวกชื้อ

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะคนร้ายเดินคุมตัวผู้เสียหาย หลังออกมาจากห้องน้ำ

เมื่อผู้เสียหายได้จังหวะ จึงรีบสะบัดตัวแล้วหนีจากนายกำปั่น แล้วรีบวิ่งเข้าไปภายในร้านสะดวกชื้อ ทำให้ นายกฤษฏาเห็นจึงพยายามจับตัวผู้เสียหายเอาไว้ ก่อนที่ผู้เสียหายอีกคน จะวิ่งเข้ามาในร้านเช่นเดียวกัน แต่ในร้านมีคนเยอะ คนร้ายจึงไม่สามารถทำอะไรผู้เสียหายทั้ง 2 คน หลังจากนั้นคนร้ายเห็นว่า สถานการณ์ไม่ดี จึงรีบวิ่งออกไปจากร้าน และขับรถออกไปจากปั๊มน้ำมันทันที ผู้เสียหายทั้ง 2 คน จึงได้เล่าเหตุการณ์ และโทรเรียกให้คนมาช่วย

บริเวณอพาร์ทเม้นท์ ย่านลาดปลาเค้า

ขณะเดียวกัน บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า ห้องพักของ น.ส.จิตรัตดา และนายปั่น ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยตำรวจสันนิษฐานว่า จะเป็นจุดรวมตัวกันของผู้ก่อเหตุ ก่อนที่จะเดินทางไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้ เป็นตึกสูงแปดชั้น ห้องของผู้ก่อเหตุอยู่บริเวณชั้นสอง

นายเน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทีมข่าวมีโอกาสได้คุยกับ นายเน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึก เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ หลังจากที่สามีของ น.ส.จิตรัตดา ถูกจับกุมตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม ได้ประสานงาน เพื่อให้ตนพาเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบริเวณห้อง แล้วแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งลักษณะของผู้ต้องหา แต่งตัวดี ดูภูมิฐาน พูดจาปกติ แต่ตลอด 3 เดือน ที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พักอาศัยอยู่มักจะมีคนแปลกหน้า รวมถึงชายฉกรรจ์แวะเวียนเข้ามาหาโดยตลอด และทราบจากพนักงานของ อพาร์ทเม้นท์ แจ้งว่า สองสามีภรรยากำลังแจ้งย้ายออก เริ่มมีขนของออกบางส่วนแล้ว ก่อนที่จะถูกจับ

คุณหงษ์ เพื่อนบ้าน

ด้าน คุณหงษ์ แม่ค้าร้านขายของชำ บริเวณใต้อพาร์ทเม้นท์ กล่าวว่า ปกติแล้ว นายกำปั่น จะเป็นคนแต่งตัวเรียบร้อย ดูภูมิฐาน มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ส่วน น.ส.จิตรัตดา ทำอาชีพรับจ้าง โดยไปรับโพสเตอร์จากบริษัทต่างๆ แล้วนำไปติดเพื่อโฆษณา แม้ว่าสองคนจะประกอบอาชีพคนขับแท็กซี่ และรับจ้าง แต่ดูเป็นคนมีเงิน วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่ตึกนี้ ก็ค่อนข้างใช้จ่ายเกินตัว มีเงินใช้ไม่ขาดมือ มีทองใส่ ซึ่งระยะหลังมานี้ เห็นทั้ง 2 คนนี้ มีการใช้จ่ายไม่สมดุลกับอาชีพที่ทำ โดยปกติแล้ว สองคนนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร เวลามาถึงตึกก็จะขึ้นห้องปิดประตูเงียบ บางครั้งลูกชายจะมาหา และมีเพื่อนมาหาบ้าง

keyboard_arrow_up