“รัตน์” ออกโรงแทน “อมต” โต้จัดฉากขยะรกบ้านใส่ร้าย “คิตตี้” ลั่นช่วย “กิตติ” เพราะห่วง (คลิป)

หลังจากที่ นายกิตติ ดัสกร หรือ “ปื๊ด” อดีตดาวร้าย ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จนมีหลายคนเข้ามาช่วยเหลือ และบริจาคให้ก่อนหน้านี้ โดยนายกิตติ ได้ถอนเงินจากบัญชีบริจาค จำนวน 209,514 บาท ทั้งหมด เพื่อนำมาบริหารจัดการด้วยตนเอง และมีท่าทีจะฟ้อง นายอมต อินทานนท์ เพื่อนนักแสดงในข้อหาขโมยของ ในวันที่พา นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือ “ไทด์” มาช่วยเหลือ

อีกทั้งยังมีข่าวว่า นายกิตติ จะย้ายไปอยู่กับ น.ส.ศศิประภา รุ่งมงคล หรือ “คิตตี้” ภรรยาเก่าที่ อ.หัวหิน เพื่อทำไร่องุ่น เพราะแม่ยายได้ยกที่ไว้ให้ 7 ไร่ ซึ่งในประเด็นนี้ “คิตตี้” ได้ชี้แจงกับทีมข่าวว่า ทุกสิ่งที่สังคมรับรู้ว่าตนเป็นคนไม่ดี รวมถึงขยะที่กองในบ้านเป็นการจัดฉากของ นายอมต ทั้งสิ้น เนื่องจาก นายอมต หวังในตัวของตน จึงยืมมือของ นายเอกพันธ์ ทำให้สังคมมองตนในทางไม่ดี

ทั้งหมดนี้จึงเกิดการผิดใจกันระหว่าง นายกิตติ และทีมช่วยเหลืออย่าง นายเอกพันธ์ และ นายอมต เพื่อนนักแสดง  นายอภินันท์ รัตนะวิศ ประธานนิติบุคคลหมู่บ้าน และ นายดามพ์ ดัสกร พี่ชายนายกิตติ รวมถึง นายรัตน์ มณีสุข ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น และเป็นคนที่ร่วมกันกับ นายอมต ให้ตาม นายเอกพันธ์ มาช่วยเหลือ นายกิตติ อีกด้วย

นายรัตน์ มณีสุข

ล่าสุด นายรัตน์ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวฟังว่า ขยะที่กองอยู่ในบ้าน มีมาก่อนหน้านี้ ตนกับนายอมต จะไปเจอ โดยไม่ได้มีการจัดฉากแน่นอน พร้อมกับได้กลิ่นปัสสาวะ สามารถสอบถามชาวบ้าน และประธานหมู่บ้านเรื่องนี้ได้ เมื่อตนถามนายกิตติ ว่าทำไมบ้านรก เจ้าตัวก็บอกว่า ไม่มีเวลาทำความสะอาด ทางด้าน นายอมต จึงบอกว่า จะโทรศัพท์หา “ไทด์ เอกพันธ์” ตนก็ยินดี แล้ววันรุ่งขึ้น นายไทด์ ได้เข้ามาที่บ้าน และเข้ามาช่วยเหลือ

ส่วนตัวมองว่า ถ้าตั้งใจจะทำดีก็ต้องทำ แต่ทำดีเสร็จแล้วกลับถูกว่า มันเสียกำลังใจ เพราะตนตั้งใจทำ แล้วการมาบอกว่าเอาขยะไปกองที่บ้าน มันไม่ใช่ความจริง

กองขยะบริเวณหน้าบ้าน นายกิตติ ดัสกร

สำหรับเรื่องที่ นายอมต เสน่หาในตัวของ “คิตตี้” ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ ตนไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะเสียความรู้สึก หากมีการฟ้องร้องว่า นายอมต ขโมยของ ตนก็พร้อมเป็นพยานสู้คดี ส่วนตัวอยากแนะนำให้ “คิตตี้” ไปหาหมอ เพราะคิดว่า “คิตตี้” ไม่น่าจะใช่คนปกติ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย

นอกจากนี้ นายรัตน์ ยังบอกอีกว่า ตนและ นายอมต รวมทั้งนายกิตติ รู้จักกันมาก่อน โดยนายกิตติ มีบุญคุณกับตน เพราะฝากให้ตนเล่นละคร

สำหรับเรื่องนี้ ตั้งแต่พา นายกิตติ ไปโรงพยาบาล จนถึงขั้นเปิดบัญชีธนาคาร ตนทราบเรื่องทั้งหมด แต่เรื่องเงินที่จะให้นายอมต และนายไทด์ เป็นคนจัดการนั้น ตนไม่ขอยุ่งเกี่ยว

นายอมต อินทรานนท์

นอกจากนี้ นายรัตน์ บอกว่า วันที่ตนกับ นายอมต เข้าไปช่วยทำความสะอาด นายอมต ไม่ได้ขโมยของ เพราะนายอมต เป็นคนใจดี ซึ่งตนอยากทราบว่า บ้านของ นายกิตติ จะมีอะไรให้ขโมย เพราะมีแต่ขยะ

นายรัตน์ บอกอีกว่า “คิตตี้” อ้างว่า นายอมต จัดฉากทำทุกอย่าง เพราะว่า นายอมต หลงในตัว “คิตตี้” จึงวางแผนประเด็นนี้ ตนอยากถาม “คิตตี้” ว่า เอาอะไรมาพูด เพราะเราให้เกียรติเพศแม่ พร้อมย้ำว่าให้ “คิตตี้” กลับไปดูตัวเอง แล้วกลับมาดู นายอมต มันมีความแตกต่างกันเยอะ

น.ส.ศศิประภา รุ่งมงคล” หรือ “คิตตี้”

นายรัตน์ เล่าต่อว่า ตนไม่ค่อยได้เจอ “คิตตี้” เพราะบางที “คิตตี้” หลบหน้าไม่อยากคุยกับตน และการที่ “คิตตี้” ปล่อยให้ นายกิตติ อยู่ในสภาพเช่นนั้น นายกิตติ น่าจะรู้ดีกว่าตนว่า เพราะเหตุใด ทำไมภรรยาถึงปล่อยให้อาศัยอยู่เช่นนั้น

สำหรับที่ นายกิตติ ได้ปิดบัญชีธนาคาร และเปิดบัญชีใหม่โดยให้พี่สาวดูแล ซึ่งตนมองว่า หากทำเช่นนี้พวกตนก็ไม่อยากยุ่ง หากเงินช่วยเหลือเหลือหมดไป จะโทษใครไม่ได้ เนื่องจาก นายกิตติ นำไปดูแลจัดการเอง อย่างไรก็ตามในฐานะที่นับถือเป็นพี่น้องกัน ก็จะพูดคุยกันเหมือนเดิม แต่คงไม่ไปยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว

สำหรับเรื่องที่มีการฟ้องว่านายอมต ขโมยของนั้น หากถามว่าตนกับนายอมต จะมีการฟ้องกลับหรือไม่ ตนมองว่าถ้าทำกับตนเช่นนี้ แล้วมาบิดเบือน ตนก็ไม่ยอม และถ้านายกิตติ ฟ้องนายอมต ตนก็พร้อมที่จะจะเป็นพยานให้ นายอมต

keyboard_arrow_up