ชาวบ้านสงขลา 300 คน ร้องเงินกลุ่มสัจจะออมทรัพย์สูญกว่า 7 ล้าน

ตัวแทนชาวบ้านจาก 5 หมู่บ้าน ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา กว่า 300 คน รวมตัวเรียกร้องเงินสัจจะออมทรัพย์คืน หลังมีการแจ้งว่ากลุ่มถูกยกเลิกโดยไม่มีสาเหตุ ชาวบ้านไม่สามารถถอนเงินคืนได้ สูญเงินไปกว่า 7 ล้านบาท โดยมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อนกว่า 1,600 คน

ชาวบ้านรวมตัวกันประท้วง

ล่าสุด วันนี้ (16 มี.ค.) ตัวแทนชาวบ้านจาก 5 หมู่บ้าน ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา กว่า 300 คน เดินทางมารวมตัวกันบริเวณสถานีอนามัยตำบลบางเขียด เพื่อเรียกร้องขอคืนเงินกลุ่มสัจจะออมทรัพย์วันละ 1 บาท เพื่อทำสวัสดิการภาคประชาชนของต.บางเขียด ภายหลังจากเดือนพฤจิกายน พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นายจรัส กระจ่างแผ้ว เหรัญญิกกลุ่ม ได้เดินแจ้งชาวบ้านที่เป็นสมาชิกว่า ไม่ต้องส่งเงินเข้ากลุ่ม เนื่องจากกลุ่มได้ยุติการดำเนินการ จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เดินทางไปทวงถาม และขอถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกพร้อมกับขอเงินคืนทั้งหมด แต่กลับถูกปฏิเสธ

ต่อมาทราบว่า ทางผู้บริหารกลุ่มฯ ทำหลักฐานเท็จเพื่อหักกลบลบหนี้ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีรายชื่อชาวบ้านบางรายเสียชีวิตซ้ำซ้อน มีการเบิกเงินสวัสดิการรายละ 15,000-20,000 บาท รวมถึงการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลในกรณีนอนโรงพยาบาลที่ปกติจะได้วันละ 100 บาท โดยรวมปีละไม่เกิน 10 วัน หรือ 1,000 บาท แต่กลับพบเอกสารที่บางรายมีการเบิกถึง 3 เดือน ชาวบ้านจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีคณะกรรมการทั้ง 35 คน

ชาวบ้านที่เดินทางมารวมตัวประท้วง

นายบุญลือ เครือทอง ชาวบ้านที่เดือดร้อนมากที่สุด ในสมาชิกกว่า 1,600 คน เปิดเผยว่า ชาวบ้านทั้งหมดอยากได้เงินที่ฝากไว้คืน แต่ผู้ดำเนินการเก็บเงินคือเหรัญญิกกลุ่ม ไม่ดำเนินการอะไรแต่อย่างใด ซึ่งคืนเงินให้เฉพาะในรายที่ไม่เคยใช้สวัสดิการ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยสมาชิกแต่ละรายมีเงินฝากรายละประมาณ 3,000 – 15,000 บาท บางรายเป็นสมาชิกทั้งครอบครัว หากไม่คืนเงินก็ต้องการให้คณะกรรมการทั้ง 3 คนที่มีอำนาจให้เบิกถอนเงินออกจากบัญชี และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ป้ายประท้วงที่ชาวบ้านถือ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ต.บางเขียด มีนายถาวร พันละม้าย กำนันตำบลบางเขียด เป็นประธาน, นายสรวิชญ์ ยุพิณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.บางเขียด เป็นรองประธาน และนายจรัส กระจ่างแผ้ว ที่ปรึกษานายก อบต.บางเขียดเป็น เหรัญญิก ทั้ง 3 คน มีอำนาจลงนามเบิกเงินในบัญชีของกลุ่ม และที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่ม พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน รวม 10 ปี ไม่เคยมีการเรียกประชุมกลุ่ม ชี้แจงยอดเงิน หรือกิจกรรมของกลุ่มแต่อย่างใด โดยเงินที่ชาวบ้านระบุว่าถูกฉ้อโกง มีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 7 ล้านบาท และชาวบ้านเตรียมที่จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาต่อไป

keyboard_arrow_up