“อัจฉริยะ” ปัดรับส่วนแบ่งหวย “ป้าติ้น” ชี้เพ้อเจ้อถูก 60 ล.เหน็บแรงไม่ปกติเชิญรับยาที่ รพ. (คลิป)

จากกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น” ในข้อหานำเอกสารลับของทางราชการมาเผยแพร่ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานนั้น

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ล่าสุด วันนี้ (15 มี.ค.) นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ “ป้าดา” ค่อนข้างที่จะกลัว “ป้าติ้น” เนื่องจากป้าติ้น เป็นอดีตตำรวจ และบ้านที่ตนพักอาศัย อยู่ในพื้นที่ของ สน.ประเวศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนสนิทของป้าติ้น อาศัยอยู่ด้วย

ภายหลังจากที่ “ป้าติ้น” ได้ออกรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ทางช่องอมรินทร์ ทีวี แล้วเปิดเผยว่า ได้รับเอกสารจากหมวดโค้ก ที่ฝากเอกสารให้ไปดำเนินการที่กองปราบปราม แต่เมื่อวาน (14 มี.ค.) ป้าติ้น ได้ไปออกรายการอื่น แล้วบอกว่า ตัวเองหยิบเอกสารมาจากหมวดโค้ก ตนจึงมองว่า บุคคลนี้จะไปเอาความน่าเชื่อถือมาได้อย่างไร เมื่อพูดสองครั้งก็ไม่เหมือนกันทั้งสองครั้ง

นางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น”

สำหรับเรื่องที่มีการกล่าวอ้างว่า ตนได้รับเงินค่าตอบแทนจากบุคคลอื่นว่า เรียกเงิน 3% และ 25% ตนมองว่า ไม่มีใครเรียกเงินกับ “ป้าติ้น” มีแต่ “ป้าติ้น” เสนอให้เอง อย่างเช่น เคยเสนอเงินว่าจะให้เงิน 1 ล้านบาท กับคนขายลอตเตอรี่หากชนะคดี เป็นต้น

นายอัจฉริยะ ยังบอกอีกว่า กรณีที่อ้างว่า ตนเรียกรับเงินส่วนแบ่ง 25% ด้วยนั้น หากตนเองรับเงินจากป้าติ้นจริง ตนจะถอนตัวออกมาจากการทำคดีทำไม โดยตอนนี้ตนคิดว่า ป้าติ้นควรจะไปโรงพยาบาลเพื่อรับยาได้แล้ว เพราะพูดจาเหมือนคนไม่ปกติ เนื่องจากพูดเมื่อวานอย่างหนึ่ง วันนี้อีกอย่างหนึ่ง

สำหรับคดีของป้าติ้น ตนยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำคดี อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมี พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ประธานคณะอนุกรรมการกฎหมายและการดำเนินคดี หรือ ศปมผ. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นาย ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็นคณะทำงาน โดยไม่ได้มีการข่มขู่บังคับขู่เข็ญพยานคนใดทั้งสิ้น

ภาพทหารที่ไปศูนย์โทรศัพท์

นายอัจฉริยะ เปิดเผยต่อว่า พยานต่างๆ ได้บอกว่า ป้าติ้น และพวก ทำคำให้การมาก่อนแล้ว มีการบังคับให้เซ็นชื่อ ประเด็นสำคัญตอนนี้ อยู่ที่เอกสารคำให้การของ นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ “ป้าดา” และเอกสารลับจากทางกองสลาก มาตกอยู่ในมือของ นางเรวดี หาแก้ว ได้อย่างไร การนำเอกสารลับราชการออกมา แล้วบอกว่า ตัวเองได้รับความไม่เป็นธรรม มันใช่เรื่องที่ถูกกฎหมายหรือไม่

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) นางสุดารัตน์ หรือ “ป้าดา” ไม่ได้เดินทางมาร้องกองปราบฯ เพราะไปสอบปากคำที่ สน.ประเวศ ในการสอบข้อเท็จจริงเรื่อง “หมวดโค้ก” เนื่องจาก “หมวดโค้ก” มีการช่วยเหลือด้านคดีกับป้าติ้น อย่างชัดเจน และนำความลับในสำนวนให้กับป้าติ้น อีกทั้งยังไปเบิกความต่อศาล ทำให้ นางสุดารัตน์ ต้องติดคุกถึง 3 วัน ตนสงสัยว่าทำไม “หมวดโค้ก” ไม่นำเอกสารที่ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งไม่ฟ้อง แล้วส่งสำนวนกลับมายัง สน.ประเวศ ไปยื่นต่อศาล แต่กลับนำเอกสารชุดที่ “ป้าติ้น” มีไปใช้ในศาลเพื่อฟ้องคนบริสุทธิ์

อย่างไรก็ตาม ป้าติ้น ยังเคยความพยายามจะเอาโทรศัพท์ของป้าติ๋วไป และนำทหารไปข่มขู่ นอกจากนี้ยังเคยมีการคุกคามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงเย็น เพราะจะขอดูเอกสารจากกองสลาก แต่เมื่อพนักงานสอบสวนไม่ให้ ก็ไปร้องเรียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนกับคดีที่ สน.ประเวศ

keyboard_arrow_up