บก.ลายจุดชี้ฆ่าหมาจรจัดไม่ใช่ทางออก ซ้ำสังคมแตกแยก – เจษฎาเผยโพลสุดโต่งหนุนฆ่า (คลิป)

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “Drama-Addict” โดยจ่าพิชิต ออกมาโพสต์ทำนองว่า ให้การสนับสนุนแนวคิด SET ZERO กำจัดสุนัขและแมวจรจัด จนเริ่มมีกลุ่มและบุคคลหลายส่วน ออกมาสนับสนุนให้เกิดการ SET ZERO กำจัดสุนัขและแมวจรจัด เพื่อหวังให้เป็นทางออกของการแก้ปัญหา และยับยั้งโรคพิษสนุขบ้าที่กำลังระบาดในประเทศไทย

นายสุทธิรงค์ เครือไพบูลย์กุล หรือเบนซ์ พนักงานบริษัทเอกชน และเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ “หมาป่า คะนองศึก”

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พบกับ นายสุทธิรงค์ เครือไพบูลย์กุล หรือ “เบนซ์” พนักงานบริษัทเอกชน และเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ “หมาป่า คะนองศึก” กล่าวถึงแนวคิดที่ตนเองออกมาสนับสนุนให้เกิดการ SET ZERO กำจัดสุนัขและแมวจรจัด ว่า เมื่อ 10 ปีก่อน เพื่อนสนิทสมัยมัธยม เป็นคนชอบเล่นกับสัตว์ และไปเล่นกับแมวจรจัดไม่ระวัง จึงโดนแมวกัด ทำให้ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทรมานมาก ถูกมัดติดกับเตียง และมีน้ำลายฟูมปาก เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้จำมาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้น การออกมาสนับสนุนให้ SET ZERO สัตว์จรจัด ถือว่าเป็นแนวคิดที่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย บางครั้งคำว่าจรจัด ไม่ได้หมายถึงแค่สุนัขหรือแมว แต่ยังรวมถึงกระรอก หนู ลิง หรือสัตว์บางตัวที่เคยมีเจ้าของแล้วเบื่อ จึงนำมาปล่อยตามธรรมชาติให้กลายเป็นสัตว์จรจัด และสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ก็จะมีความเสี่ยงเป็นจุดเริ่มของโรคพิษสุนัขบ้าได้

แนวคิดที่สนับสนุนไม่ใช่ว่า จะต้องนำสุนัขและแมวจรจัดทั่วประเทศเกือบ 3 ล้านตัวมาฆ่าทิ้งทั้งหมด แต่คำว่า SET ZERO เป็นการจัดการอย่างมีระบบ โดยให้ประชาชนช่วยกันแจ้งพิกัด ที่พบเจอสัตว์จรจัด แล้วให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับ และมีการตรวจโรค ฉีดวัคซีน หากมีเชื้อก็ดำเนินการตามขั้นตอน แต่ถ้าหากไม่มีโรค ก็หาวิธีการดูแลอื่นๆ หรือแยกไว้อีกที่หนึ่ง โดยมีหน่วยงานของรัฐเข้ามาดำเนินการ

ทั้งนี้ ยังคาดหวังว่า หากโครงการนี้จะเกิดขึ้นได้จริง อยากให้เกิดการ SET ZERO กำจัดสุนัขและแมวจรจัด ได้ก่อนช่วงฤดูร้อนที่ใกล้จะมาถึง เพราะช่วงฤดูร้อนเชื้อโรคจะแพร่เชื้อได้ง่าย และเป็นช่วงที่สัตว์หงุดหงิดง่าย อาจเข้ามาทำร้ายคนได้

ซึ่งแนวคิดและหลักการ จากการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนชาวต่างชาติ ว่าประเทศญี่ปุ่น ได้ทำโครงการกำจัดสัตว์จรจัดขึ้น แต่ใช้ชื่อ “ห้องหรรษา” ซึ่งเป็นห้องสำหรับรมควันและแก๊ส ให้สัตว์จรจัดได้นอนพักผ่อน และตายแบบไม่ทรมาน จนทำให้ประเทศญี่ปุ่นแทบจะไม่เห็นสัตว์จรจัดอยู่ตามท้องถนน

นอกจากนี้ ประเทศรัสเซีย แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่มีสุนัขบ้ามากนัก แต่รัสเซีย ต้องทนกับสุนัขป่าและค้างคา จึงต้องทำโครงการ SET ZERO กำจัดสัตว์จรจัดเช่นกัน แต่สำหรับประเทศไทย ก็เคยมี แต่วันนี้กลับหายไป เพราะหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย หรือถูกกลุ่มอาสารักสุนัขและแมวออกมาปกป้อง ทำให้ยากที่จะดำเนินการตรงนี้

ดังนั้น วิธีการแก้ไข หากเริ่ม SET ZERO กำจัดสุนัขและแมวจรจัดในประเทศไทยจริง ทุกคนต้องช่วยกัน หากเจอสัตว์จรจัด ก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และนำตัวไปตรวจโรค ฉีดวัคซีน หากปลอดภัยก็จะได้แยกไว้ในการดูแลที่เตรียมส่งต่อให้คนสนใจรับไปเลี้ยง ส่วนคนที่พบเจอ ต้องไม่สงสาร ไม่ให้อาหารตามข้างทาง เพื่อลดอัตราการแพร่พันธุ์อีกด้วย

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงแนวคิด SET ZERO สุนัขและแมวจรจัด ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมขณะนี้ว่า แนวคิดนี้สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ ประกอบกับการเป็นสังคมเมืองพุทธ จึงไม่คิดว่าการทำลายหรือการฆ่าสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสม เรื่องดังกล่าวทำให้คนตกใจค่อนข้างเยอะ แต่ทั้งนี้ต้องดูสถานการณ์ว่า โรคพิษสุนัขบ้า มีในไทยมานาน และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีการระบาดโรคนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งการจะหยุดยั้งได้คือ ต้องทำให้สุนัขบ้านเราทั้งที่จรจัดและมีเจ้าของได้รับวัคซีน 80% ของจำนวนทั้งหมด และต้องได้รับทุกปี ตนมองว่าทำได้ยาก เพราะสุนัขที่มีคนเลี้ยงเจ้าของมักจะไม่ค่อยพาไปฉีด ส่วนหมาจรจัดก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น

รศ.ดร.เจษฎา เปิดเผยด้วยว่า กฎหมายไทยที่ออกมาควบคุมสุนัขมีอยู่แล้ว คือถ้าสุนัขไม่มีเจ้าของ ก็สามารถจับกุมได้ ส่วนหมาที่มีเจ้าของต้องนำไปลงทะเบียน หรือติดไมโครชิพ

นอกจากนี้ พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ หากนำกลับมาใช้จริงจัง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้สิทธิ์เจ้าหน้าที่ที่จะสามารถกำจัดหมาจรจัดได้ ดังนั้นจึงต้องกลับมาทบทวนว่า การที่จับหมาจรจัดไปแล้ว จะใช้มาตรฐานเดียวกับนานาชาติ คือถ้าไม่สามารถหาเจ้าของหรือหาที่อยู่ให้ได้ ก็จำเป็นต้องกำจัดหรือทำลายทิ้งด้วยวิธีทารุณ คือไม่ให้มันเจ็บปวดทรมาน

ตนเคยอยู่ในทีมวิจัยเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้ามาค่อนข้างนาน ซึ่งในอดีตการระบาดมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ แต่ปีนี้เห็นภาพชัดเจนว่าโรคกลับมาระบาด ซึ่งยังมีคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคนี้ค่อนข้างเยอะ เช่นเป็นแล้วเดี๋ยวฉีดยาก็หาย ทั้งที่ในความจริง หากคนหรือหมาเริ่มแสดงอาการของโรคแล้ว คือต้องตายแน่ ๆ จึงทำให้การดูแลโรคทำได้ค่อนข้างลำบาก

ตอนนี้เห็นว่าสังคมเริ่มแบ่งฝ่ายเรื่องแนวคิด SET ZERO กันอย่างชัดเจน วันนี้ตนได้ลองทำโพลบนเฟซบุ๊ก ปรากฎว่าฝ่ายสนับสนุนให้ SET ZERO มีจำนวนที่เยอะกว่าถึง 4 เท่า ตนมองว่า แต่ละฝ่ายล้วนสุดโต่งจนเกินไป เพราะการฆ่าทั้งหมดไม่ใช่วิธีการป้องกัน เพราะจะลดไปแค่ช่วงหนึ่ง แต่พอผ่านไปถ้าคนนำมาปล่อยทิ้ง ปริมาณสุนัขก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก ส่วนฝ่ายที่บอกไม่ให้ฆ่าเลย ต้องเข้าใจว่า ปริมาณมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ แล้วเราไม่สามารถเข้าไปฉีดยาหรือทำหมันได้ทั้งหมด ต้องถามกลับไปว่าจะทำอย่างไรกับจำนวนนั้น

สุนัขจรจัด

รศ.ดร.เจษฎา บอกอีกว่า เวลานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยก็จะค่อนข้างตกใจกับการเห็นหมาจรจัด เพราะทั้งโลกประเทศที่เจริญแล้วจะไม่มีสภาวะที่เห็นหมามาเดิน

ทั้งนี้ ตนไม่ถึงกับสนับสนุนการ Set Zero แต่คิดว่าควรทบทวนวิธีการเพื่อนำมาป้องปรามได้แล้ว คืออาจจะต้องรื้อฟื้นวิธีการกำจัดสุนัขตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 เพื่อนำกลับมาใช้

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด

ขณะที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ตนไม่เห็นด้วยการกับการ SET ZERO กำจัดสุนัข การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ต้องใช้มาตรการควบคุม และการฉีดวัคซีน ไม่ใช่การนำสุนัขจรจัดทั้งหมดไปทำลาย การทำแบบนั้นต้องใช้การจัดการเป็นจำนวนมาก และไม่คิดว่าจะทำได้ เพราะจะเกิดการต่อต้านขึ้นอย่างมากมาย ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ

ส่วนสถานการณ์การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในไทยขณะนี้ ตนเชื่อว่า ยังอยู่ในจุดที่สามารถควบคุมได้ แม้จะมีผู้ป่วยมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาบ้าง แต่กระแสข่าวอาจจะทำให้เกิดความตระหนกมากเกินไป ตนมองว่า การจัดการสุนัขจรจัดในไทย ซึ่งมีมากกว่าล้านตัว ควรจัดการอย่างเป็นระบบ ตามที่เคยโพสต์ไปก่อนหน้านี้บนเฟซบุ๊ก ต้องแยกกันระหว่างการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า กับการปัญหาระยะยาว โดยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือการเฝ้าระวัง และฉีดวัคซีนสุนัข และกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยง หรือใครที่กังวลก็ไปฉีดป้องกันไว้ ถ้าพูดถึงว่า ใครเป็นโรคพิษสุนัขบ้าแล้วรักษาไม่หาย ตายอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าถูกกัด พอไปฉีดยาแล้วจะไม่หาย แต่คนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการถูกกัดแล้วไม่ไปฉีดยา หรือฉีดยาไม่ครบ

keyboard_arrow_up