สุดสะเทือนใจ! ค้นบ้านเช่าเจอหมาตายอื้อ ชาวบ้านแฉปล่อยอดตายคากรง (คลิป)

จากกรณีที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Watchdog Thailand” เผยแพร่เรื่องราวของบ้านหลังหนึ่งย่านบางบัวทอง ที่ผู้เช่าบ้านเลี้ยงสุนัข และทำกรงขังสุนัขไว้ภายในบ้าน คาดว่าเลี้ยงไว้เพื่อขอรับบริจาค แต่ต่อมาได้ทอดทิ้งสุนัขนับสิบชีวิตให้ตายคาบ้านพัก ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน ส่วนสุนัขที่ยังเหลืออยู่ได้กัดกินซากของเพื่อนสุนัขที่ตายไปแล้วประทังชีวิต โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นมานานกว่าสองเดือน เพื่อนบ้านจึงประสานหน่วยงานปศุสัตว์บางบัวทอง เข้าตรวจสอบช่วยเหลือ

สภาพภายในบ้านที่เกิดเหตุ พบซากสุนัขตาย ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

วันนี้ (11 มี.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่มายังหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวมี 2 หลังคา บนเนื้อที่ประมาณ 90 ตารางวา โดยภายในมีบ้านหลังใหญ่ 1 หลัง เป็นที่พักอาศัยของสุนัข ส่วนอีกหลังมีขนาดเล็กกว่า คาดว่าเป็นห้องพักของผู้เช่าบ้าน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายตี๋ (นามสมมติ) เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ตนให้หญิงรายหนึ่งเช่าบ้านหลังนี้มานาน 3 ปี ก่อนจะเช่าบ้านได้แจ้งตนว่า จะมีนำสุนัขมาเลี้ยง ซึ่งตนก็อนุญาต เพราะเห็นว่าผู้เช่าทำงานเปิดขายอาหารสุนัข รับตัดขนสัตว์ และรับฝากเลี้ยงสุนัข

บ้านที่เกิดเหตุ

จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่า มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากบ้าน ตนจึงทำการติดต่อกับผู้เช่า แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงเดินทางมาที่บ้าน พบว่ามีซากสุนัขเสียชีวิตจำนวน 8 ตัว อยู่ภายในบ้าน โดยเพื่อนบ้านแนะนำให้แจ้งกับทางกรมปศุสัตว์ และให้นำสุนัขอีก 3 ตัว ที่ยังมีชีวิตไปรักษาที่โรงพยาบาล

จากนั้นตนก็ติดต่อพนักงานให้เข้ามาทำความสะอาดบ้าน และดำเนินการแจ้งความหญิงสาวผู้เช่า กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง เอาไว้แล้ว ในข้อหาทำให้ที่พักสกปรกเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน  ส่วนข้อหา ทารุณกรรมสัตว์ ตนไม่ได้ดำเนินการ เพราะคาดว่าทางเพจ “Watchdog Thailand” คงจะเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหานี้

นายตี๋ บอกอีกว่า รู้สึกตกใจที่พบว่าบ้านของตนถูกผู้เช่าทิ้งซากสัตว์เอาไว้ ตอนที่มาถึงทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพื่อนบ้านให้ความช่วยเหลือ และติดต่อหน่วยงานต่างๆ ให้ ซึ่งหลังจากทำความสะอาดเสร็จสิ้น จะทำการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ แล้วจะขายบ้านหลังนี้แทนการเปิดให้เช่า

น.ส.ไหม เพื่อนบ้าน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ด้าน น.ส.ไหม (นามสมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ตนไม่ได้รู้จักกับผู้หญิงที่เช่าบ้านเท่าใดนัก เพราะตนไม่ค่อยอยู่บ้าน ที่ผ่านมาก็เห็นว่าบ้านหลังนี้มีสุนัขอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว มีทั้งส่วนที่เลี้ยงไว้ในบ้าน และนอกบ้านอีก 3-4 ตัว ตนคิดว่าเจ้าของบ้านคงจะรักสุนัขมาก จึงเลี้ยงไว้เยอะ

ระยะหลังตนสังเกตว่า เวลาที่สุนัขหิว จะส่งเสียงเห่า และกัดกันภายในบ้าน ตนคิดว่าผู้เช่าบ้านคนนี้น่าจะไม่ได้ให้อาหาร เพื่อนบ้านและคนที่ผ่านไปมา จึงนำอาหารไปให้แทน จนกระทั่งช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ คนในหมู่บ้านเริ่มได้กลิ่นเหม็นจากบ้านหลังนี้ ทางเพื่อนบ้านจึงแจ้งไปยังเจ้าของบ้านให้มาช่วยดู

ซากกระโหลกสุนัขที่พบภายในบ้าน

ทั้งนี้ กลิ่นของซากสุนัขได้ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลากลางคืน แม้จะปิดประตูหน้าต่างแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ ยังได้กลิ่นเหม็นอยู่ ส่วนตอนกลางวันถ้าเดินออกมาจากบ้าน ต้องใส่ผ้าปิดจมูก เพราะกลัวว่าจะมีเชื้อโรคแพร่กระจาย ตนคาดว่าสุนัขที่ตายน่าจะมีหลายตัว และเป็นสุนัขที่ตัวใหญ่ จึงทำให้มีกลิ่นฉุนรุนแรง

โดยหลังจากที่เพื่อนบ้านได้แจ้งเจ้าของบ้านแล้ว ทางเจ้าของบ้านก็พยายามติดต่อกับผู้เช่า แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และผู้เช่าก็ไม่ได้เข้ามาในหมู่บ้านอีกเลย เหมือนกับปัดความรับผิดชอบ ให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน

นางสาวไหม บอกว่า ตอนนี้ตนก็รู้สีกดีใจและสบายใจขึ้นมาก หลังจากที่เจ้าของบ้านได้ให้กรมปศุสัตว์เข้ามาตรวจสอบ และทำความสะอาดบ้าน ตอนนี้กลิ่นก็เบาบางลงมาก ซึ่งดีขึ้นมากกว่าเดิมถึง 90 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเห็นใจเจ้าของบ้าน ที่ต้องมาแบกรับภาระแทนผู้เช่า

น.ส.นิว พนักงานทำความสะอาด ให้สัมภาษณ์ผู็สื่อข่าว

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ น.ส.นิว (นามสมมติ) พนักงานทำความสะอาด ที่กำลังล้างทำความสะอาดบ้านและนำซากสัตว์ที่เสียชีวิตออกจากพื้นที่ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองมาทำความสะอาดบ้านเป็นวันที่ 3 แล้ว ซึ่งตนก็รู้สึกตกใจเหมือนกันที่พบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีซากสุนัขตาย โดยเมื่อวานนี้ได้นำซากสุนัขที่ไปฝังดินจำนวน 5 ตัว และเมื่อเช้าวันนี้พบซากสุนัขตายเพิ่มอีก 3 ตัว

ซากสุนัขที่พบในบ้าน

โดยลักษณะของซากสุนัขที่พบ เป็นซากหนังติดกระดูกที่เกาะติดอยู่ตามกรงสัตว์ บางตัวพบว่าเป็นซากในห้องนอนที่ตายอยู่ตามพื้นก็มี นอกจากนี้ น้องสาวตน ที่เข้าไปทำความสะอาดด้วยกัน ยังพบซากสัตว์ในตู้เย็นอีก 1 ตัว และมีถุงเลือดด้วย ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเลือดของสุนัขหรือไม่

สภาพภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุ

น.ส.นิว ยอมรับว่า ตนตกใจมาก ถึงแม้จะทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดมาแล้วหลายบ้าน แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ตนต้องนำน้ำยาทำความสะอาดพื้นมาราดทิ้งไว้เพื่อฆ่าเชื้อโรค และดับกลิ่นคาวเลือด ซึ่งคาดว่าต้องแช่ทิ้งไว้หลายชั่วโมง

อย่างไรก็ตามหลังทำความสะอาดเสร็จ ตนและเพื่อนที่เข้าไปทำงานจะต้องทิ้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะมีกลิ่นเหม็นติดเสื้อผ้า ส่วนสุนัขที่ยังมีชีวิตอีก 3 ตัว ทางกรมปศุสัตว์ได้นำไปส่งโรงพยาบาลสัตว์ เรียบร้อยแล้ว

สถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง

ด้าน พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทราบตัวผู้เช่าบ้านรายดังกล่าวแล้ว และอยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกผู้เช่าบ้านมาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน คาดว่าน่าจะเรียกเข้ามาพบได้ภายในวันที่ 14 มี.ค.นี้

เบื้องต้น ทางกรมปศุสัตว์ จ.นนทบุรี ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เช่าบ้านรายนี้ ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องนำตัวผู้เช่าบ้านมาสอบปากคำก่อน พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานว่า มีความผิดเป็นไปตามข้อหาทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ โดยจะต้องซักถามจากผู้เช่าบ้านว่า สุนัขที่นำมาครอบครอง นำมาเลี้ยงไว้ หรือตั้งใจปล่อยปะละเลยจนเป็นเหตุให้สุนัขเสียชีวิตหรือไม่ หลังจากสอบปากคำแล้ว จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ทีมข่าวพยายามโทรศัพท์สอบถามกับ หญิงสาวผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนเจ้าของบ้านระบุว่าไม่ทราบรายละเอียดที่อยู่ของผู้เช่าบ้านรายนี้ เนื่องจากผู้เช่าไม่เคยให้เอกสารเกี่ยวกับบัตรประชาชน หรือ ทะเบียนบ้านไว้ เพราะเป็นการทำสัญญาเช่าแบบรายเดือน

keyboard_arrow_up