“ษิทรา” ถามอดีตผู้พิพากษา ชี้ 30 ล. ไม่ใช่ของ “ลุงจรูญ” ยึดหลักฐาน หรือความเห็น (คลิป)

วันนี้ (7 มี.ค. 61 ) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้า การดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ที่ถูกกล่าวหาว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนคดีพิพาทลอตเตอรี่ 30 ล้าน

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

โดย พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ต.สุทธิ ในกรณีที่มีกระแสว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทธิ เดินทางมาขอพบตน เพื่อเจรจา ยืนยันว่า ไม่มีการเจรจาต่อรองในเรื่องคดีความ เพราะ พล.ต.ต.สุทธิ ย่อมรู้ดีว่า นิสัยของตนนั้น ไม่สามารถเจรจาต่อรองในเรื่องคดีได้ แต่ตนเรียกมาสอบถามในบางประเด็น ที่พนักงานสอบสวนสงสัย และ พล.ต.ต.สุทธิ ให้การที่เป็นประโยชน์

ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาคดีนี้เพิ่มเติม ต้องแบ่งผู้ต้องหาเป็น 3 กลุ่ม คือผู้ที่อาศัยอยู่ในที่เกิดเหตุ และผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ รวมถึงกลุ่มกองเชียร์ ที่แสดงความคิดเห็น สำหรับคนกลุ่มแรก ได้ออกหมายจับไปแล้ว 2 คน ส่วนกลุ่มที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายเรียก แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่า ทั้ง 2 คน ดังกล่าวเป็นใคร เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนกลุ่มที่เหลือจะพิจารณาการใช้กฎหมาย ที่จะไม่ไปคุกคามกับการดำเนินชีวิตของประชาชน

สำหรับคดีนี้จะมีคนบงการที่ใหญ่กว่า นายปรีชา ใคร่ครวญ และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” หรือไม่ อาจมีความเป็นไปได้ว่ามี “ยี่ปั๊ว” หรือ “ซาปั๊ว” ที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แจ้งให้ทราบว่า มีผู้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการนี้ จึงให้ชุดสืบสวนไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ

ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า ได้รับคำร้องทุกข์จาก พล.ต.ต.ไมตรี เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เป็นขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน สอบพยานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้จะเรียก พล.ต.ต.สุทธิ มารับทราบข้อกล่าวหา โดย พล.ต.ต.สุทธิ มีสิทธิแต่งตั้งทนายปฏิเสธข้อกล่าวหา หรือรับสารภาพก็ได้ โดยอัตราโทษตามมาตรา 157 จำคุก 1-10 ปี  ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรอผลสอบทางวินัย

สำหรับตำรวจ 2 นาย ที่มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบังคับการปราบปราม จะทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา ในการกันไว้เป็นพยาน ซึ่งจากข้อมูลพบว่า อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าภายในเอกสารสำนวนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มีลายเซ็น หรือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ตกค้างอยู่บนสำนวนหรือไม่ หากพบว่ามีก็ไม่จำเป็นต้องกันตัวไว้เป็นพยาน แต่หากไม่พบก็ต้องกันไว้เป็นพยาน ส่วนจะกันไว้กี่คนนั้น ยังต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีก่อน

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางไปให้ถ้อยคำและร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ต.สุทธิ ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่มีการข่มขู่พยาน ตามที่มีกระแสข่าว ส่วนการย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้อง 2 นาย มาที่กองปราบฯ นั้นก็มอบหมายงานตามปกติ ถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่ง มอบหมายงานให้ทำ ไม่มีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงคดี ตำรวจทั้ง 2 นายก็ทำงานตามปกติ ไม่ได้เครียด ไม่ถึงขั้นต้องดูพฤติการณ์เป็นพิเศษ

โดย พล.ต.ต.กมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ความผิดในลักษณะดังกล่าว จะถึงขั้นให้ออกจากราชการได้หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา พนักงานสอบสวนไม่มีสิทธิ์เสนอให้ออกจากราชการ ย้ำว่า เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

ภาพจากเฟซบุ๊กอดีตผู้พิพากษา

ขณะเดียวกัน นายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา ออกมาแสดงความเห็นว่า ลอตเตอรี่ 30 ล้าน อาจจะไม่ใช่ของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เพราะอาจมีคนซื้ออีกคน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร อาจทำตกเอาไว้ แล้ว ร.ต.ท.จรูญ ไปเก็บมา โดยคนซื้อตัวจริง อาจไม่รู้ว่าซื้อเลขอะไร เพียงแต่ ครูปรีชา ถูกดำเนินคดี เพราะหลักฐานจากสัญญาณโทรศัพท์ยืนยันชัดว่า วันที่ 31 ต.ค. 60 ครูปรีชา ไม่ได้ไปตลาดจริง

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวว่า ต้องให้ผู้พิพากษารายนี้ยืนยันว่า เป็นคนคิดเอง หรือไปเอาข้อมูลมาจากใคร ส่วนข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ที่ทางกองปราบฯ แถลงมา ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ที่จริงแล้วยังมีหลักฐานอื่นช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของสลากของ ร.ต.ท.จรูญ อีก จะมองแค่สัญญาณโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่า ร.ต.ท.จรูญ เป็นผู้ถือสลาก ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่พิสูจน์ให้ได้ว่า ฝ่าย ครูปรีชา โกหก ซึ่งเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์ให้เรียบร้อยแล้วว่า ฝ่ายครูให้การเท็จ จึงไม่ใช่อย่างที่อดีตผู้พิพากษารายนี้แสดงความคิดเห็นแน่นอน

ส่วนกรณีที่บอกว่า มีเจ้าของสลากตัวจริงอีกคน แล้ว ร.ต.ท.จรูญ อาจจะเก็บได้ ตนถามกลับว่า แล้วคนนั้นเป็นใคร ก็ต้องแสดงตัวออกมา ต้องมีตัวตนยืนยัน และต้องพิสูจน์ให้ได้ด้วยว่า ร.ต.ท.จรูญ ก้มเก็บจริง ซึ่งตนมองว่า คนเป็นผู้พิพากษาไม่ควรพูดแบบนี้ เพราะนักกฎหมายจะต้องยึดตามพยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ถ้าพูดแบบนี้ ก็ไม่ใช่นักกฎหมาย

บ้านของนายวิทยา สังวรณ์ หรือ ลุงอี๊ด

ทั้งนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปที่บ้านของ นายวิทยา สังวรณ์ หรือ “ลุงอี๊ด” ซึ่งเคยออกมาให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ทีวีว่า ตนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เคยเห็นคลิปวีดีโอจากกล้องวงจนปิด ว่าภรรยาของ ร.ต.ท.จรูญ เก็บลอตเตอรี่ได้ แต่ “ลุงอี๊ด” ไม่ออกมาพบ ยืนหลบอยู่ในบ้าน และบอกว่าไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะกลัวจะเดือดร้อน เนื่องจากฝั่ง ทนายษิทรา บอกว่า จะแจ้งความดำเนินคดีให้หมด จึงไม่ขอพูดอะไรอีก

ห้องทำงาน พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี

ภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี และ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ถูกย้ายให้ไปปฏิบัติราชการที่กองบังคับการปราบปราม ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา

จากการสังเกตภายในสถานีตำรวจ พบว่า ห้องของ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี เป็นห้องใหญ่ มีเพียงโต๊ะทำงานของ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เพียงโต๊ะเดียว ไม่มีโต๊ะของตำรวจนายอื่นๆ อยู่ในห้องด้วย แต่ของถูกเก็บออกไปหมดแล้ว ส่วนห้องของ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ อยู่ห้องถัดไป มีทั้งหมด 4 โต๊ะ โต๊ะของ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ อยู่โต๊ะแรกซ้ายมือ ยังมีเอกสารและของวางอยู่บนโต๊ะ

นางรชยา โชควรากิตติ แม่ค้าขายส้ม ตลาดนัดเขาน้อย

ด้าน นางรชยา โชควรากิตติ แม่ค้าขายส้ม ตลาดนัดเขาน้อย กล่าวว่า ปกติทุกวันพุธ “เจ๊เกียว” จะมาขายลอตเตอรี่บริเวณหน้าร้านของตัวเอง แต่วันนี้ไม่ได้มาขาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งข้อความคุยกันทางไลน์กับ “เจ๊เกียว” ก็ยังสบายดี ไม่ได้หลบหน้าตามที่สื่อบอก แต่ตอนนี้ยังทำธุระอยู่ จะกลับมาขายลอตเตอรี่ตามปกติอีก 2-3 วัน

ส่วน นางสาวพัชริดา พรมตา หรือ “เจ๊พัช” ยังคงปิดบ้านเงียบเหมือนเช่นทุกวัน แต่ทราบข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่ “เจ๊พัช” ไปขายประจำว่า เมื่อเช้า “เจ๊พัช” มาขายลอตเตอรี่ แต่ไม่นานก็กลับไป เพราะญาติโทรมาบอกว่าหลานป่วย คาดว่า น่าจะยังไม่ได้กลับมาที่บ้าน ขณะที่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวก็ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่บ้านของ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” พบว่า ลูกชายของเจ๊บ้าบิ่น กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับลูก บอกว่า แม่กินข้าวเสร็จได้เข้าห้องนอนแล้ว และแม่ไม่ได้เครียด อีกไม่นานก็จะกลับไปขายลอตเตอรี่ตามปกติ และยืนยันว่า ไม่ได้หนีไปไหนตามข่าว

keyboard_arrow_up