เปิดใจ ตำรวจรับแจ้งความ “เปรมชัย” ทารุณสัตว์ ขอเป็นบทเรียน โล่งโดนโทษเบา (คลิป)

จากรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย พร้อมพวก 3 คน คือ นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ ที่ถูกจับกุมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอาวุธปืน ฐานลักลอบเข้าป่าล่าสัตว์

นายเปรมชัย และพวก เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนกำหนด

วันนี้ (2 มี.ค.) นายเปรมชัย พร้อมพวก ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ก่อนกำหนด เนื่องจากในหมายเรียก ได้ระบุให้เข้ารายงานตัว ในวันที่ 5 มี.ค. 61 แต่นายเปรมชัย และพวก เดินทางเข้ามาเร็วกว่ากำหนดซึ่งการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แยกห้องสอบสวนออกเป็น 2 ห้อง สำหรับเอาไว้สอบสวนนายเปรมชัย 1 ห้อง และสอบสวนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน อีก 1 ห้อง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ติดความคืบหน้าทางคดีด้วยตนเอง และเข้าร่วมสอบปากคำนายเปรมชัย ด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนก่อนกำหนด ดังนั้น วันที่ 5 มี.ค. ก็ไม่จำเป็นต้องมาอีก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประเด็นที่จะต้องสอบสวน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เป็นเรื่องในสำนวน

ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น 70-80% ให้การสอดคล้องกับพยานหลักฐาน และสอดคล้องกับคำให้การของผู้ร้อง ซึ่งต้องรวบรวมคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ถ้าใครให้การขัดแย้ง พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในขณะนี้สำนวนคดีคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% และยืนยันว่าตำรวจ ไม่ได้ดำเนินคดีล่าช้า คาดว่า จะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้อง ให้พนักงานอัยการได้ไม่เกิน วันที่ 26 มี.ค. นี้

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรียกพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่เข้าประชุมชี้แจง ความคืบหน้า และกล่าวว่า การแจ้งข้อหายังดำเนินการได้ครบ 9 ข้อหา เพราะพยานหลักฐานครบถ้วน และเกือบสมบูรณ์แล้ว

โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ถือว่ามีความผิดร่วมกัน ยกเว้น ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานฯ ที่ส่งมาว่า มีการทำร้ายสัตว์ โดยถูกทำทารุณกรรม ก็ต้องหาหลักฐานการกระทำผิดที่เชื่อมโยงได้ แต่ในเบื้องต้น ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า ก่อนเสือดำตายถูกทารุณกรรมอย่างไร หากก่อนมีหลักฐานชัดเจนพบว่า เสือดำถูกแทง หรือใช้ปืนทุบหัว ก็ต้องเพิ่มคดีข้อหาทารุณกรรม แต่ข้อหานี้ปกติจะใช้กับคน เพราะการทำร้ายอย่างอุกอาจ หรือทรมานผู้อื่นก่อนตาย สามารถตั้งข้อหานี้ได้

บรรยากาศภายในห้องประชุม

ดังนั้นขั้นตอนของการลงพื้นที่ และสืบพยานหลักฐานในส่วนของตำรวจ ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงหลักฐานของทางอุทยานแห่งชาติฯ ที่ส่งมาเพิ่ม ร่วมถึงผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ บางอย่างเท่านั้น

ส่วนกรณีที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการฆ่าเสือดำ ถึงตั้งข้อหาทารุณกรรมไม่ได้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ชี้แจงว่า ให้ไปดูพจนานุกรม ระบุการทารุณกรรม และการฆ่า เขียนไว้อย่างไร ดังนั้นข้อหาที่มีหลักฐานชัดเจนก็คือ ข้อหาฆ่าสัตว์ ที่พบหลักฐานการล่าสัตว์ในป่า ส่วนการทำทารุณกรรมต่อสัตว์ ตาม พรบ.ป้องกันการทำทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 2557 ยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมถึงตรงส่วนนี้

ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ

ส่วนกรณีที่ภาคทัณฑ์ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีหนังสือคำสั่ง สภ.ทองผาภูมิ ที่ 37/2561 ลงวันที่ 28 ก.พ. 61 เรื่องลงโทษภาคทัณฑ์ร้อยเวร เนื่องจากได้มีการรับคำร้องโดยไม่ตรวจสอบข้อกฎหมายให้แน่ชัด ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547

โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายประมาทเลินเล่อ ดังนั้น ผู้กำกับการ สภ.ทองผาภูมิ จึงมีหน้าที่ออกคำสั่งดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้กำกับการ สภ.ทองผาภูมิ จะถูกดำเนินคดี ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และยืนยันว่า ตนไม่ได้การกลั่นแกล้งใคร

นอกจากนี้ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผู้กำกับการ สภ.ทองผาภูมิ ยังได้แสดงเอกสารชุดคำสั่งดังกล่าว ต่อสื่อมวลชน ว่าได้ลงนามอย่างถูกต้อง และไม่ได้ปฏิเสธใดๆ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.สุมิตร เปิดเผยว่าสบายใจขึ้น และขอบคุณผู้บังคับบัญชา ที่ตัดสินใจลงโทษตนเองสถานเบา ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว เมื่อตนเองทำอะไรบกพร่อง ต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนเป็นปกติ ส่วนตัวยอมรับในคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และจะเก็บไว้เป็นประสบการณ์ในการทำงานต่อไป ก่อนที่จะมีการภาคทัณฑ์ ได้มีการคุยกับผู้กำกับก่อนออกคำสั่ง ก็เป็นไปตามระเบียบ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร เพราะผู้บังคับบัญชาชี้แจงมาก่อนแล้ว

นายเปรมชัย ให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานฝ่ายสอบสวน

ซึ่งหลังจากที่นายเปรมชัย ได้เข้ารายงาน และให้ปากคำเพิ่มเติม กับพนักงานฝ่ายสอบสวน กว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ ก่อนลงจากชั้นบนของ สภ.ทองผาภูมิ พร้อมกับทีมทนายความ แล้วรีบขึ้นรถ โดยไม่ได้หยุดให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน มีเพียงตอบสั้นๆ ว่า “ตอบพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว”

วิทูล ยิ้มพลาย ทนายความของนายเปรมชัย

จากนั้นไม่นาน นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน, นายธานี ทุมมาศ และทนายของนายเปรมชัย ก็ลงมาจากห้องสอบสวน  เพื่อเดินทางกลับเช่นกัน โดยนายยงค์ ตอบสั้นๆ คล้ายกับนายเปรมชัยว่า “ตอนนี้ได้ตอบพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว และก็อยู่ในสำนวนทั้งหมด” ส่วนด้านของ นายวิทูล ยิ้มพลาย ทนายความของนายเปรมชัย บอกกับทีมข่าวว่า ได้เข้าให้การตามพยานหลักฐาน ทุกคนก็ให้กันครบหมดแล้ว ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้นัดวันเพิ่มเติม

ตัวแทนจากบมจ.อิตาเลียนไทย

ส่วนตัวแทนจาก บมจ.อิตาเลียนไทย กล่าวว่า ตำรวจได้สอบสวนเพิ่มเติมไม่มีอะไรมาก ส่วนจะเรียกสอบสวนอีกเมื่อไหร่ ยังไม่ทราบ ทุกคนไม่มีความเครียด และทุกอย่างก็อยู่ในสำนวนแล้ว

ด้านของ พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ให้ข้อมูลภายหลังใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ในการสอบปากคำนายเปรมชัยและพวกว่า เป็นการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานตามหมายเรียก ซึ่งทุกคนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และปฏิเสธการล่าสัตว์

ส่วนการเข้าเขตป่าไม่ได้รับอนุญาตนั้น ทั้งหมดให้การว่า ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร อย่างถูกต้องแล้ว ส่วนวิธีการ และขั้นตอนจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ

เบื้องต้น หากผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา ในชั้นพนักงานสอบสวนก็สามารถทำได้ เพราะกฎหมายคุ้มครองผู้ต้องหาอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะคำให้การสามารถให้การได้จนถึงชั้นศาล

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อเติม กรณีพบปืนไม่มีใบอนุญาตเพิ่มเติมที่บ้านนายเปรมชัยนั้น พ.ต.อ.พูนศักดิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนปืนที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ ยึดไว้ ได้ดำเนินการตั้งข้อหาไปแล้ว

ส่วนของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย รถ Land Cruiser, ปืนไรเฟิล และปืนลูกซอง ที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบที่ส่วนกลาง เมื่อแล้วเสร็จจะส่งของกลางทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ สภ.ทองผาภูมิ  จนกว่าศาลจะสั่ง หรือคดีสิ้นสุดลง

keyboard_arrow_up