“ฟ้า” โต้ไม่เคยรับจ้างเป็นพยานเอาตังค์ใคร ขอหยุดด่าเปิดใจฟังความจริง (คลิป)

จากกรณีที่อดีตสามี น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” คนสนิทครูปรีชา ออกมาโพสต์แฉเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก รวมไปถึงมีคนในโซเซียล นำเรื่องส่วนตัวของฟ้าออกมาเปิดเผย หลังเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหวย 30 ล้าน

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทครูปรีชา

วันนี้ (2 มี.ค.) น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” เปิดใจกับทีมข่าวว่า อยากชี้แจงต่อสังคม และคนที่กำลังขุดคุ้ยเรื่องราวต่างๆ ของตน เริ่มไม่เกี่ยวกับหวย 30 ล้านบาท โดยมีคนเอาหลายๆ เรื่อง เชื่อมโยงกันมั่วไปหมด ซึ่งทำให้คนมองครูปรีชา และผู้ที่อยู่ฝ่ายครูปรีชา ได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนี้ ยังมีสื่อบางช่อง ที่นำข้อมูลไปนำเสนอโดยไม่สอบถามตน แล้วมีการตัดข้อความบางช่วงไปนำเสนอ ก็ทำให้คนเข้าใจผิด ซึ่งอยากฝากไปถึงคนกลุ่มนี้ว่า กำลังทำให้คนในสังคมแตกแยก ซึ่งเวลาตนไปเจอคนที่คิดต่าง ก็จะอธิบาย แต่ในทางกลับกัน เวลาที่ตนคิดต่างบ้าง กลับถูกด่าว่าอย่างรุนแรง

ครูปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น

น.ส.กนกพรรณ กล่าวว่า อย่านำตนไปเชื่อมโยงกับใครให้เสียหาย อย่างกรณีอดีตสามี ที่ออกมาโพสต์เรื่องต่างๆ ก็ขอให้หยุดได้แล้ว ต่างคนต่างอยู่ เรื่องระหว่างเรามันจบแล้ว เพราะที่ผ่านมาข้อมูลที่ให้ มันไม่เป็นความจริง ขณะนี้ตนถูกคนในโลกออนไลน์เข้ามาต่อว่าเยอะมาก โดยเฉพาะคนที่มีการศึกษา ตนมองว่ามันไม่ยุติธรรมกับตัวเอง เพราะคดีความตอนนี้ก็ยังไม่มีการตัดสิน ส่วนตัวอยากให้จบเรื่องนี้ได้แล้ว

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ตนรับจ้างเป็นพยานนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีการรับจ้างแต่อย่าใด ซึ่งตนได้ยินข่าวนี้มาเช่นกัน หลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานและปรึกษาผู้ใหญ่ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ออกมากล่าวหาตนต่อไป

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” ปฎิเสธว่าไม่เคยรับจ้างเป็นพยานเป็นอย่างใด

ส่วนเรื่องที่ระบุว่า ตนเป็นลูกทรพีทำร้ายร่างกายแม่นั้น ไม่เป็นความจริง ยอมรับว่าตนมีเคยปัญหากับครอบครัว เรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน แต่ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวไม่เคยทำร้ายร่างกายแม่ และไม่เคยใช้รองเท้าฟาดหน้าแม่อย่างแน่นอน

ตนอยากให้มองกลับกัน สำหรับคนที่กล่าวโจมตีตน ให้ลองคิดว่าหากมาตกอยู่ในสภาวะแบบตน ที่โดนคนด่าในเรื่องที่ตัวเองไม่ผิดจะรู้สึกอย่างไร อยากให้ลองคิดด้วยใจที่เป็นกลาง พร้อมระบุว่า สังคมอย่าเพิ่งตัดสินฝ่ายครูปรีชา ขอให้ รอศาลตัดสิน อย่าเพิ่งตัดสินกันเอง

นอกจากนี้ “ฟ้า” ยังพูดนอกรอบกับทีมข่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ตนไม่เคยคุยเรื่องเงินหรือเรื่องส่วนแบ่ง กับครูปรีชาแม้ แต่บาทเดียว เพราะที่ตนอาสามาช่วยเนื่องจากเข้าใจว่า คนที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหลือใคร กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ

keyboard_arrow_up