“จ๋า ญาสุมินทร์” เครียด! จากพิษศัลยกรรม ลดความมั่นใจในวงการ

หากเอ่ยชื่อ สาวสวยดีกรีนางงามนามว่า “จ๋า ญาสุมินทร์ เลิศอมรวัฒนา” ไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ เธอเป็นพยาบาลประจำที่โรงพยาบาลหนองคาย โดยการประกวดนางงามเป็นเพียงแค่อยากหารายได้พิเศษ เพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัวเท่านั้น จนกระทั่งมีคนแนะนำให้เข้าสู่เวทีประกวดนางงามในเวทีระดับประเทศ

จ๋า ญาสุมินทร์ ได้รับตำแหน่ง รองมิสไทยแลนด์เวิลด์อันดับ 1 ประจำปี 2537 ความสวยของเธอทำให้ได้เข้าวงการบันเทิงอย่างรวดเร็ว มีผลงานการถ่ายแบบมากมาย รวมไปถึงการแจ้งเกิดในพิธีกรรายการโทรทัศน์ อย่างรายการ มาสเตอร์คีย์

จ๋า ญาสุมินทร์ เลิศอมรวัฒนา

จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าว่า หลังจากที่ได้โลดแล่นอยู่ในวงการถึง 13 ปี ก็ถูกปลดจากรายการแบบฟ้าผ่า ซึ่งขณะนั้นได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ว่า ตนโดนปลดออกจากรายการเพราะปรับผังใหม่ โดยจะไม่มีตนร่วมจัดรายการ คำถามในใจของเธอขณะนั้นคือ เธอจะไปทำอะไร เพราะขณะนั้นตัวเธอเองก็ได้เริ่มลงทุนในธุรกิจอื่นๆ บ้างแล้ว แต่เจ้าตัวก็คิดว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงก็ทำธุรกิจส่วนตัวไป ถามว่าเสียใจไหม เธอตอบว่า “เสียใจมาก”

จ๋า ญาสุมินทร์ กล่าวว่า ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร หรือเข้าไปพูดกับใครที่ไหนได้บ้าง เพราะไม่มีใครให้คำแนะนำใดๆ เพราะโดยส่วนตัวเข้าใจว่าการเป็นดาราก็เหมือนผู้ถูกว่าจ้างทั่วๆไป ที่ผู้จ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ และตนก็ไม่ทราบว่าจะไปเรียกร้องกับใคร

จ๋า ญาสุมินทร์ มักจะถูกล้อเลียนในรายการ และถูกโจมตีเรื่องศัลยกรรมอยู่เป็นประจำ

และอีกหนึ่งเรื่องราวที่ฝังใจและเจ็บปวดตลอดชีวิต คือเรื่องการทำศัลยกรรม และเจอหมอเถื่อน จนคนตราหน้าว่า หน้าเน่าเพราะพิษศัลยกรรม! จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าว่า ตอนนั้นเพียงแค่อยากทำให้ออกมาดีที่สุด แต่เราโชคร้ายที่เจอหมอเถื่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนั้นเหตุใดจึงทำศัลยกรรม “จ๋า ญาสุมินทร์” ตอบว่า ตนก็ไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี เริ่มมาจากคำว่า”ไม่รู้” เพราะพี่ๆในวงการแนะนำตนก็ไป อาจเป็นเพราะตนไม่ได้ยับยั้งชั่งใจ ใครบอกว่าดีก็ไป

จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าว่า ในสมัยก่อนวงการบันเทิงยังไม่ได้ยอมรับเรื่องศัลยกรรม หากแฟนๆรู้จะเหมือนเรื่องผิดเป็นอย่างมาก จะโดนต่อว่า ว่าสวยไม่จริง ดูเป็นเรื่องลบมากในสมัยนั้น ซึ่งตนรู้สึกกดดันมากในยุคนั้น คิดมาก เครียด กระแสตอนนั้นแรงมาก ทั้งโดนล้อในรายการ โดนโจมตีข่าวเรื่องศัลยกรรมต่างๆนานา คนอื่นอาจไม่คิดอะไร แต่ตนเก็บเอาไปคิดทุกวันว่า ตัวเราไม่ดีพอหรือ รู้สึกเหมือนตนเป็นสิ่งแปลกปลอมหรือตัวประหลาด ทำให้สูญเสียความมั่นใจไปพอสมควร ซึ่งความจริงตนคิดเพียงว่าอยากทำให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ผลลัพธ์มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเท่านั้นเอง

จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าถึงประสบการณ์การเจอหมอเถื่อนว่า ได้ไปตรวจพบในช่วงหลังว่า สิ่งที่หมอฉีดเข้าไปในหน้าคือ พาราฟิน สารประกอบที่เอาไว้ทำเทียนไข ซึ่งตนได้รับการผ่าตัดแก้ไขเยอะมาก สารบางอย่างเอาออกไม่หมดเพราะมันแทรกซึมไปตามเซลล์ผิวหนังแล้ว

สื่อสิ่งพิมพ์ นำใบหน้า ของ “จ๋า ญาสุมินทร์” มาเปรียบเทียบ

ในวงการบันเทิงต้องการคนสวยและ ซึ่งตนก็ต้องการให้ดูสวย แต่โชคร้ายที่ต้องมาเจอหมอเถื่อน และมีคนในวงการไม่น้อยที่โดนพิษศัลยกรรมจากหมอเถื่อน คนในวงการกว่า 20 คน ที่รอเข้ารับการบริการซึ่งถือว่าเยอะมาก ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการก็มีราคาสูง เพียงแต่หมอที่ทำศัลยกรรมไม่ซื่อสัตย์ในอาชีพ ฉีดสิ่งที่ไม่ควรฉีดเข้าสู่ร่างกายตน

จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าต่อว่า ที่ผ่านมา ตนได้ทำการผ่าตัดแก้ไขสิ่งแปลกปลอมบนใบหน้ามาแล้วกว่า 10 ครั้ง สมัยก่อนก็ทำศัลยกรรมที่แก้ม ฉีดเข้าไปตามร่องเพื่อให้ใบหน้าอิ่ม และตอนหลังได้ไปเอาออกแต่ก็ยังไม่หมด และมีที่คาง จมูก ซึ่งตนได้เอาออกไปแล้ว ซึ่งก็ยังมีบางจุดที่เอาออกไม่ได้เพราะมันติดกับเส้นประสาท ไม่สามารถขูดออกได้เสี่ยงต่อการทำให้ใบหน้าผิดรูป

คุณจ๋าเล่าว่า ตนคาดหวังในวิวัฒนาการความงามว่า จะสามารถเอาสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกไปได้หมด จากที่ช่วงแรกๆที่ต้องอยู่กับมัน เกลียดมันมากๆเพราะต้องมาอยู่ในใบหน้าเรา แต่ตอนนี้ตนได้ปรับวิธีคิดให้อยู่ร่วมกับมันได้ ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จ๋า ญาสุมินทร์ เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต

จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าว่า ครั้งหนึ่งตนเคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต จนเป็นข่าวขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ใหญ่โต คือตอนที่เธอไปเที่ยวน้ำตกที่จังหวัดเชียงใหม่ เธอปั่นจักรยานลงมาจากเขาด้วยความเร็วสูง จนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำหน้าไถลไปกับพื้นทำให้ได้รับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง โดยครั้งนั้นคุณหมอแจ้งตนว่าหากมาพบหมอช้ากว่านี้ 30 นาที เธออาจเสียชีวิตได้ เพราะลำไส้ขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง และมีการตกเลือดในช่องท้องถึง 300 CC ใบหน้าเสียโฉมต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน เรียกได้ว่าเฉียดตาย เพราะความประมาทและคึกคะนอง หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ตนได้สติว่า อย่าประมาท และได้เห็นความรักของครอบครัวที่เป็นห่วงตนเสมอ

ส่วนเรื่องราวความรักในชีวิตนั้น จ๋า ญาสุมินทร์ เล่าว่า เคยแต่งงานกับหนุ่มชาวออสเตรเลีย ชื่อ อเล็กซ์ แคนโนน มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ “น้องเอเจ” เด็กชายอรัณย์ แคนโนน แม้ปัจจุบันจะได้เลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นในการมีความรักครั้งใหม่ โดยเธอเล่าว่า มีความสุขในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และปัจจุบันเธอทำงานด้านการตลาด และยังคงดูแลรูปร่างเป็นอย่างดี และยังรักและคิดถึงแฟนๆเสมอ

keyboard_arrow_up