ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบชาวบ้านอุดรธานี หลังพบว่าตายแล้วแต่มีชื่อรับเงิน

วันนี้ (28 ก.พ.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สนง.ป.ป.ท. เขต 4 ขอนแก่น พร้อมทีมงาน และกลุ่มงานป้องกัน ป.ป.ท. 4 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้งบประมาณโครงการ “เงินช่วยเหลือสงเคราะห์ ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง” ที่บ้านตูมเหนือ หมู่ 4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า หมู่บ้านตูมเหนือ มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ 30 ครอบครัว ครอบครัวละ 2,000 บาท

นางดวงจันทน์ ชูรัตน์ เจ้าของบ้าน

โดยนางดวงจันทน์ ชูรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียง รวม 5 ครอบครัว ที่มีรายชื่อได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ และนายปรีดา ปัญญาใส ผู้ใหญ่บ้านตูมเหนือ ได้นำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้รับเงินฯ สำเนาเอกสารการสำรวจผู้รับเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนจะสอบถามรายละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นางดวงจันทน์ เจ้าของบ้าน ระบุว่า ตามที่มีชื่อ นายมะลิ เพชรแพง บิดาของตน ได้มีชื่อเป็นผู้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ ตนไม่เคยรู้มาก่อน อีกทั้งบิดาเสียชีวิตไปตั้งแต่ 9 ธ.ค. 57 จะมารับเงิน ปี 60 ได้อย่างไร ทั้งยังระบุว่า เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ความจริงแล้ว เป็นบ้าน 2 ชั้น มีรถยนต์ และเครื่องกลเกษตร ไม่ใช่ครอบครัวยากจน ขณะเพื่อนบ้านอีก 4 ราย ก็ยืนยันว่า ไม่เคยรับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ แต่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ทุกคนไปร่วมประชุมกลุ่มสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ ส.อบต. และมีการจัดให้ถ่ายภาพรับเงิน 2,000 บาท แต่ไม่ได้รับเงินจริง

นายปรีดา ปัญญาใส ผู้ใหญ่บ้านตูมเหนือ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

นายปรีดา ปัญญาใส ผู้ใหญ่บ้านตูมเหนือ กล่าวว่า บัญชีรายชื่อชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านตูมเหนือ 30 ครอบครัว ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ หลังละ 2,000 บาท ไม่เคยรับรู้มาก่อน เข้าใจไปเองว่า เป็นเรื่องของกลุ่ม ส.อบต. จึงไม่ได้เข้าไปติดตามดู พร้อมยืนยันว่า ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านตูมเหนือ ไม่เคยรายงานขอรับการช่วยเหลือสงเคราะห์ให้กับครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และไร้ที่พึ่ง แม้แต่ครอบครัวเดียว ไม่รู้ว่ารายชื่อนี้เป็นข้อมูลจากส่วนไหน

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท.

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อประสานงานกับทางตำรวจ ทหาร ให้เข้ามาดูแลพยานทั้ง 2 คน จากการตรวจสอบพบว่า มีชาวบ้านบางคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับเงิน บางคนก็เพิ่งจะรู้ว่าตนเองมีรายชื่อได้รับการสงเคราะห์

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านบอกว่า มีการประชุมชาวบ้าน และจัดฉากให้ชาวบ้านถือเงิน 2,000 บาท แล้วถ่ายภาพเพื่อใช้อ้างว่า ได้รับเงินสงเคราะห์จริง พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ จะเร่งสืบหาความจริง ว่าชาวบ้านได้รับเงินวันไหน ได้รับจริงหรือไม่  ทำไมไม่มาจ่ายเลย ซึ่งจะต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน และยังไม่ได้ปรักปรำใคร

keyboard_arrow_up