“ฟ้า” เดือดฉะ “ษิทรา” มีสิทธิ์อะไรแจ้งจับ “บ้าบิ่น” นักข่าวพบตร.ปัดขู่ครูปรีชา (คลิป)

หลังจากที่ น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” คนสนิทของครูปรีชา ได้แฉว่าอีกฝั่งขู่ให้นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น รับสารภาพตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (24 ก.พ.) ครูปรีชา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่ “กุ้ง” พยานคนสำคัญที่ทางกองปราบปรามได้นำไปสอบปากคำ ได้กลับคำให้การ ไม่เหมือนในสำนวนของตำรวจภูธรภาค 7 โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายให้การในรูปแบบใด แต่ส่วนตัวไม่เคยติดต่อกับ “กุ้ง” เนื่องจาก ไม่รู้จักกัน แต่ยอมรับว่า คุ้นหน้าอีกฝ่าย เพราะเคยเจอตามแผงขายลอตเตอรี่ อีกฝ่ายจะเรียกตนว่า “อาจารย์”

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี

นอกจากนี้ ครูปรีชา ยอมรับว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ได้ติดต่อมาเจรจาทางโทรศัพท์ผ่านบุคคลที่สามซึ่งอยู่กับตน พร้อมบอกผ่านบุคคลที่สามว่า ให้ตนรับว่าเป็นคนผิด ซึ่งถือว่าเป็นการข่มขู่ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการทางคดี แล้วยังไม่มีการสรุปสำนวนแต่อย่างใด โดยครูปรีชา ยืนยันว่า มีคลิปเสียงเป็นหลักฐาน ระหว่างการสนทนา แต่ขอปรึกษาทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนอีกประเด็นที่ ครูปรีชา มองว่าเป็นการข่มขู่พยาน คือ กรณีที่ ทนายษิทรา แจ้งความเอาผิด เจ๊บ้าบิ่น ว่าขายหวยเกินราคา เนื่องจาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับ ร.ต.ท.จรูญ แต่ เจ๊บ้าบิ่น เป็นเพียงพยาน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับถูกแจ้งข้อหา

สำหรับประเด็นที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ถูกเด้ง อีก 2 ราย ตนคิดว่าเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ก็อยากกราบขอโทษ เพราะปัญหาเกิดจาก ตนทำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หล่นหาย จึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

ทั้งนี้ ครูปรีชา ยืนยันว่า ทุกอย่างยังต้องเข้ากระบวนศาล เพื่อเข้าไปชี้แจง ซึ่งได้เตรียมเอกสารหลักฐานทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกับแม่ค้าที่เป็นพยานทั้ง 3 คน ที่ประกอบไปด้วย เจ๊บ้าบิ่น , น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช และน.ส.ปนัญชยา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว เนื่องจาก ลอตเตอรี่เป็นของตน และทุกคนก็พูดไปตามความจริง

นางปณัญชยา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว แม่ค้าลอตเตอรี่

ส่วนทางด้าน น.ส.ปณัญชยา หรือเจ๊เกียว ยอมรับว่า ตำรวจกองปราบปรามได้เข้ามาสอบตนอีกครั้งที่จ.กาญจนบุรี เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แต่ไม่ขอตอบว่า สอบถามประเด็นใดบ้าง เนื่องจาก เป็นสำนวนของคดี แต่เป็นการสอบที่คล้ายกับการสอบทุกครั้งที่ผ่านมา

ส่วนพยานรายอื่น อย่างเจ๊บ้าบิ่น กับเจ๊พัช ตนไม่ทราบว่าได้ถูกเรียกสอบด้วยหรือไม่ เพราะยังไม่ได้เจอกับทั้ง 2 คน และตนก็อยู่ภายในห้องสอบเพียงคนเดียว

สำหรับ กุ้ง พยานที่กลับให้การ ตนไม่ทราบเรื่อง ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา (23 ก.พ.) ตนไม่ได้ไปขายลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ เพราะต้องเรียงลอตเตอรี่ แต่ไม่ได้ถูกตำรวจสอบเพิ่มแต่อย่างใด

น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช แม่ค้าลอตเตอรี่

ขณะที่ น.ส.พัชริดา หรือ เจ๊พัช ที่ออกมาขายลอตเตอรี่ที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ บอกเพียงว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (23 ก.พ.) ตนและเจ๊บ้าบิ่น ได้เข้าไปที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ตามหมายเรียกที่ฝ่ายลุงจรูญ แจ้งความว่า ฝ่ายตนขายลอตเตอรี่เกินราคา แต่ไม่ได้เข้าพบตำรวจ เพราะมีสื่อมวลชนจำนวนมาก แต่ที่ เจ๊เกียว ถูกกองปราบเรียกสอบอีกรอบนั้นตนไม่ทราบ เพราะตนยังไม่ได้ถูกเรียกสอบ พร้อมยืนยันว่า ตัวเองยังใช้ชีวิตตามปกติและสบายดี

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ “กุ้ง” พยานฝั่งครูปรีชาอีกครั้ง โดยพบว่ามีผู้หญิง คาดว่าน่าจะเป็นกุ้ง ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้าน แต่ไม่ได้พูดคุยกับทางสื่อมวลชน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

นอกจากนี้ นายษิทรา ทนายความได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เหลือเวลาอีกแค่ 4 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแถลงเรื่องคดีหวย 30 ล้าน ฝากถึงขบวนการพวกนั้นว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว จะแสดงอะไรเอาให้เต็มที่ ผมจะดูอยู่เฉยๆ ไม่ตอบโต้ซักคำ และสัญญาว่าจะไม่ถือโกรธหรือฟ้องหมิ่นประมาทใครเรื่องคดีหวยด้วย ฉะนั้น #เต็มที่เลยครับ”

ซึ่งยังมีการตอบข้อความแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “ผมเตือนครูผ่านนักข่าวไปว่า ฝากบอกครูตอนนี้ยังทัน รับสารภาพ โทษหนักจะได้เบา หลักฐานพร้อมหมดแล้ว ไม่ได้ข่มขู่ ครูฟังดีๆนะคำพูดของผมเต็มไปด้วยความหวังดี” ทีมข่าวจึงพยามติดต่อไปยังทนายความษิทรา โดยทางทนายปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และขอให้นำข้อความในเฟซบุ๊กไปเผยแพร่ บอกเพียงว่าจะขอให้สัมภาษณ์อีกครั้งวันที่ 28 ก.พ.เท่านั้น

น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” คนสนิทของครูปรีชา

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.กนกพรรณ หรือฟ้า คนสนิทของครูปรีชา เปิดเผยว่า เรื่องคลิปเสียงการพูดคุยกับทนายษิทรา ให้รอไปฟังกันในชั้นศาล รวมถึงหลักฐานอื่นทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการโทรศัพท์พูดคุย ก็ให้บุคคลที่ 3 พยายามสอบถาม ครูปรีชาว่า “ไม่เบื่อข่าวหวยหรือ” และบอกว่าถ้าอยากจะคุยกับทนายษิทรา ให้ติดต่อผ่านบุคคลที่ 3 จากนั้นบุคคลนี้ก็พยายามติดต่อมาอีกหลายครั้ง พร้อมกับมีการฝากเบอร์โทรศัพท์ของทนายษิทราให้กับครูปรีชาด้วย ซึ่งข้อความที่ทนายษิทราฝากมายังบุคคลที่ 3 นั้นพูดว่า “จะยอมรับไหม ยอมรับสารภาพผิดไหม”

นอกจากนี้ ครูไม่เคยโทรศัพท์กลับไปที่ ทนายษิทรา เลย ส่วนคำว่า “ให้โอกาสในการยอมรับ” ตนคิดว่า ครูน่าจะเป็นคนที่พูดกับอีกฝ่ายมากกว่า ตนมองว่าอีกฝ่ายเป็นทนาย ส่วนฝั่งครูเป็นเจ้าทุกข์ ทนายความของอีกฝ่ายมีสิทธิ์อะไรในการมาพูดข่มขู่ในลักษณะแบบนี้ ส่วนคำที่บอกว่าหวังดีนั้น “เก็บไว้เตือนตัวเองดีกว่า คิดเอาเองนะว่าสิ่งที่ทำมันสะอาดไหม คนดีเขาไม่ทำกัน”

หลักฐานที่ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่นถูกทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด แจ้งความ

น.ส.กนกพรรณ ยังนำหลักฐานที่ ทนายษิทรา ฟ้องร้องต่อ น.ส.รัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น เรื่องขายหวยเกินราคามาแสดงด้วย ซึ่งเป็นหมายศาลตัวใหม่ที่ทนายษิทราไปแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ๊บ้าบิ่น ทั้งที่ เจ๊บ้าบิ่น ไม่เคยขายลอตเตอรี่ให้กับทนายษิทรา ตนมองว่า สิ่งที่ทนายษิทราทำเป็นการรังแกประชาชน และคนบริสุทธิ์ ตนไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร หรือต้องการที่จะใช้กฎหมายมาบีบกดดันประชาชน

อย่างไรก็ตาห สำหรับบุคคลที่ 3 ที่เป็นคนติดต่อทนายษิทรามานั้น ตนอยากให้ไปคุยกับครูปรีชาว่า สิ่งที่ทำมันถูกหรือผิด ตนอยากให้มาชี้แจงว่าเพราะอะไรถึงกล้ามาติดต่อในลักษณะนี้ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ที่จะมาพูดคุยขอเจรจาไกล่เกลี่ยและเพื่อให้อีกฝ่ายมาข่มขู่ครูปรีชา ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวก็เป็นคนที่ครูปรีชาไว้ใจ ตอนนี้ครูยังให้โอกาสมาพูดคุยกัน เพราะครูเป็นคนใจดี

แหล่งข่าว เผยว่า ข้อความแชทเป็นของนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ได้มีการพูดคุยกับครูปรีชา

สำหรับข้อความไลน์ดังกล่าว ได้มีแหล่งข่าวเปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ว่า เป็นนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ได้มีการพูดคุยกับครูปรีชา โดยไม่ได้มีเจตนาจะไปข่มขู่ แต่เป็นลักษณะการสัมภาษณ์สอบถามข้อมูลว่า ได้มีการฟังทนายษิทราพูดมาแบบนี้ ครูปรีชาคิดเช่นไร แต่ปรากฏว่า ครูกลับคิดว่า เป็นการข่มขู่ และนักข่าวคนดังกล่าว ได้มีการไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการพูดคุยหาข้อมูล ไม่ได้มีเจตนาไปข่มขู่คุกคามแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up