ก๊วนโจ๋แฉ อริฆ่าปาดคอ ม.3 สุดโหด ตะโกนยุ “ฆ่าเลย ๆ” คนรอดถูกฟันน่วม (คลิป)

จากกรณีกลุ่มคนร้าย ใช้อาวุธมีดฟันคอ และทำร้ายร่างกายนักเรียนโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ เสียชีวิตคาที่ 1 ราย ภายหลังทราบชื่อ นายรชต หรือ เบิ้ล อายุ 15 ปี และเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส อีก 3 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าปากซอยวัดหนามแดง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา

วันนี้ (19 ก.พ.) นายพอยท์ (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนได้ออกจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งอาการโดยรวมดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีอาการเจ็บอยู่บ้างโดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่ถูกมีดฟันเข้า 3 ครั้ง บริเวณหลังอีก 3 ครั้ง และที่บริเวณแขน (ฟันไม่เข้า) ซึ่งถูกฟันก่อนที่รถจักรยานยนต์จะล้มลง

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายพอยท์ ผู้บาดเจ็บ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นายพอยท์ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ซ้อนรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆประมาณ 14 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ 5 คัน พอมาถึงจุดที่เกิดเหตุ เห็นกลุ่มคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ออกมากับเพื่อน และในมือถือมีดดาบ ขณะนั้นรถคันที่ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายมาเป็นคันหลังสุด โดยซ้อนท้ายกันมา 3 คน ผู้ตายนั่งท้ายสุด จึงได้ถูกคนร้ายฟันเข้าที่คอ จากนั้นคนร้ายได้ขับรถแซงหน้ารถตนขึ้นไป และได้เรียกพวกอีกประมาณ 10 กว่าคน ในมือถือมีดกันทุกคน มายืนดักรอตนอยู่กลางถนน ซึ่งห่างจากจุดที่ผู้ตายถูกฟัน ประมาณ 1 กิโลเมตร

บาดแผลที่บริเวณแขนของ นายพอยท์

ขณะนั้นตนพยายามหักรถหลบ แต่รถได้เสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนมา รถตนกับเพื่อนจึงล้มลง และถูกกลุ่มคนร้ายเข้ามารุมทำร้าย จนเพื่อนที่มาด้วยกันก็สลบไป ในขณะนั้นตนได้ยินชัดเจนว่ามีคนสั่งให้ “ฆ่าเลย ฆ่าเลย” พร้อมกับสั่งให้ตนเดินเข้าในป่า เพื่อที่จะเอาตนไปฆ่าในป่า ส่วนตนก็ได้แต่ร้องว่า “ยอมแล้วๆ” แต่กลุ่มคนร้ายก็ไม่หยุด จนสุดท้ายในขณะที่ลุกขึ้นทำท่าจะเดินเข้าป่า ตนก็ตั้งสติวิ่งหนีข้ามถนนมาอีกฝั่ง และได้กระโดดข้ามกำแพงเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกนั้น

นายพอยท์ เล่าว่า จำหน้าคนร้ายได้ชัดเจน น่าจะเป็นรุ่นพี่เพราะตัวโตกว่า ผอม สูง ใส่แว่น สวมเสื้อช็อปสีดำ ซึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันบอกว่า น่าจะเป็นคนที่ชื่อ “โม” แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

รอยสีสเปรย์ที่ถูกพ่นทับรอยโรงเรียนคู่อริ

ทั้งนี้ ตนคิดว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการนำสีสเปรย์ไปพ่นทับซ้ำรอยโรงเรียนคู่อริ แต่ในวันที่เกิดเหตุเป็นวันสถาปนาโรงเรียน และบางคนต้องใส่เสื้อช็อปของโรงเรียน จึงน่าจะเป็นเรื่องของสถาบันมากกว่า ยืนยันว่าไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักคนร้ายมาก่อน และอาจเป็นไปได้ที่คนร้ายเคยมีเรื่องกับเพื่อนในกลุ่มของตนมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้โกรธหรือแค้นอะไร เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน จากนี้คงปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลังจากนี้คงไม่กล้าจะออกไปไหนแล้ว

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางปุ๊ก แม่ของ นายพอยท์ ผู้บาดเจ็บ

ด้าน นางปุ๊ก แม่ของนายพอยท์ เปิดเผยว่า หลังจากลูกชายออกจากโรงพยาบาล ก็ได้ไปทำบุญเพื่อเป็นการสะเดาะเคราห์ เนื่องจากถ้าวันนั้นลูกตนไม่มีสติแล้วหนีออกมา ลูกคงตายไปแล้ว เพราะผู้ก่อเหตุเหมือนพยายามที่จะฆ่า ซึ่งไม่รู้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายทำด้วยอะไร ที่ผ่านมา ลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน และยอมรับว่า ยังโกรธกลุ่มคนร้ายอยู่ เนื่องจากไม่ควรเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ทั้งนี้ หากผลปรากฎว่าเป็นเรื่องของสถาบันจริง ตนคิดว่า คงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้เด็กที่เรียนอยู่ปลอดภัยต่อไป ตนจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุกว่า 10 คน มาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินจะรับได้ หลังจากนี้ ตนคงดูแลลูกให้ใกล้ชิดมากขึ้น และไม่ให้ออกไปไหนตอนกลางคืนอีกเพื่อความปลอดภัย

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ตอนนี้อยู่ในช่วงของการติดตามตัวผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ซึ่งพยานหลักฐานที่มีก็มีความชัดเจนในหลายด้าน แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้มากนัก

เนื่องจาก เป็นเรื่องของเด็กและเยาวชน อีกทั้งอาจจะกระทบกับสถาบันที่ถูกอ้างอิงถึง เบื้องต้นเท่าที่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุน่าจะมาจากเรื่องสถาบันเป็นหลัก โดยทางญาติของผู้ต้องหา ยังไม่มีการประสานมอบตัวเข้ามาแต่อย่างใด แต่คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้เร็วๆนี้

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนที่คาดว่าเป็นโรงเรียนของคู่กรณี ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทางผู้อำนวยการของโรงเรียนได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ เนื่องจาก ยังไม่แน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนของทางโรงเรียนหรือไม่ จึงต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่หอพักของนายโม ผู้ต้องสงสัย

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่หอพักแห่งหนึ่ง ในซอยบุญประชา ซึ่งเป็นที่พักของนายโม จากการสอบถาม เพื่อนบ้านใกล้เคียง เปิดเผยว่า ตนเคยเห็น นายโม มาหลายปี เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา นายโม เคยมาขอทำงานเป็นช่างสแตนเลส แต่ได้ขอลาออกไปเนื่องจากไม่ถนัด โดยปกติแล้ว นายโม ได้พักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้กับแม่ 2 คน ปกตินายโม เป็นคนนิสัยไม่เกเรและไม่เคยมีเรื่องกับคนในระแวกนี้มาก่อน ที่ผ่านมา เคยเห็นมีเพื่อนๆ ของนายโม เข้ามาหาบ่อยครั้ง และเท่าที่ทราบนายโม ไม่ได้เรียนหนังสือแล้วอาจจะด้วยเพราะปัญหาส่วนตัว

เพื่อนบ้านนายโม ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุตนเห็นมีเพื่อนประมาณ 2-3 คน เข้ามาหานายโม ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะไปทำอะไรกัน และหลังจากที่เกิดเหตุ ในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ.ตนเห็นนายโม และเพื่อนได้กลับเข้ามาที่ห้อง น่าจะเข้ามาเก็บเสื้อผ้าออกไป ตนมั่นใจว่าใช่นายโม เพราะจำลักษณะได้ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเฝ้าติดตาม 2-3 วัน แต่ไม่เจอตัว พร้อมกับเชิญตัวเพื่อนข้างห้องไปสอบปากคำด้วย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ส่วนแม่ของนายโม หายตัวไปตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า คนอย่างนายโม น่าจะทำพฤติกรรมแบบนั้นได้ เพราะดูแล้วมีสายตาที่ไม่ค่อยเกรงกลัวใคร ถ้ามีเรื่องกับใครก็คงสู้เต็มที่ แต่ตนก็ไม่เคยเห็นไปมีเรื่องกับใครก่อน

keyboard_arrow_up