รมว.เกษตรฯ ย้ำ! ภาคเหนือเตรียมรับมือภัยแล้ง-ปัญหาหมอกควันไฟป่า พร้อมเร่งสำรวจแหล่งน้ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติภาคเหนือ พร้อมเน้นย้ำให้รับมือปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ขณะที่สั่งการให้หน่วยงานไปสำรวจแหล่งน้ำที่กักเก็บเพื่อใช้ในฤดูแล้งแล้ว

วันที่ 19 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติภาคเหนือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการมอบนโยบายการทำงานให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นรูปที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกสำคัญคือบุคลากรในพื้นที่ระดับจังหวัด จนถึงระดับตำบล นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการเชื่อมประสานนโยบายของกระทรวงฯ กับภาคส่วนอื่น ที่จะร่วมกับขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้ระบบการผลิตและการตลาดมีความสอดคล้องสมดุลกัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยมีหัวหน้า, เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมประชุมกันทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า “ในวันนี้ ได้เดินทางมามอบนโยบายให้แก่หน่วยงานในสังกัด เพื่อเกิดเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ลงพื้นที่บริการแก่เกษตรกรตามพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเน้นหลักการตลาดนำการผลิต โดยให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในการชักจูงให้ภาคเอกชนมารับซื้อสินค้าของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งที่ให้เกษตรกรมารวมตัวกันผลิตสินค้าที่ลดต้นทุน แต่ถ้าผลิตสินค้าทางการเกษตรอะไรแล้ว ก็ควรมีผู้มารับซื้อ เช่นที่จังหวัดพิษณุโลก ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกได้รายงานว่า มีเกษตรกรผลิตสินค้าตามโครงการเกษตรแปลงใหญ่แล้วจำนวน 40 แปลง มีภาคเอกชนมารับซื้อแล้วกว่า 30 แปลง ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้ก็จะขยายพื้นที่ออกไปจำนวนมาก”

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวอีกว่า “นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคเหนือ เตรียมรับมือกับภัยแล้ง และปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ซึ่งกำลังเริ่มประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยภัยแล้งนั้นให้หน่วยงานในสังกัดไปดูว่า มีจุดใดบ้างที่จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้ได้ และมีจุดไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ แล้วต้องประสานกับฝ่ายปกครองที่จะต้องเข้าไปเยี่ยวยาผู้ได้รับผลกระทบ แต่ถ้าพูดถึงแหล่งน้ำตามแม่น้ำสายต่างๆ ที่กรมชลประทานดูแลนั้น ณ เวลานี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ถือว่ามีปริมาณน้ำมากกว่าถึงร้อยละ 40 ขณะที่ในปีนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้น หรือใช้น้ำน้อยประเภทถั่วและปอเทือง เป็นต้น”

 

keyboard_arrow_up