“ครูปรีชา” เปิดปาก เสียงในคลิปใหม่ จ้อแม่ค้าตามหาหวย 30 ล. ไม่หวั่นท้าสู้ในศาล (คลิป)

หลังจากที่ นางปณัญชญา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว” ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวีว่า เห็น น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ “เจ๊พัช” ส่งหวยเลข 726 ให้กับนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” หลังจากนั้น เห็นว่า เจ๊บ้าบิ่น ได้ขายหวยให้กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษฯ ไปจำนวน 4 ชุด แต่ไม่ทราบว่าเป็นเลข 726 หรือไม่

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สิ่งที่ “เจ๊เกียว” บอกนั้นขัดแย้งกับครูปรีชา เนื่องจาก ครูปรีชา ระบุก่อนหน้านี้ว่า ซื้อหวยมา 5 ชุด เมื่อหายไป 1 ชุด จึงเหลืออยู่ที่ตน 4 ชุด แต่ “เจ๊เกียว” กลับย้ำว่า ครูปรีชารับไป 4 ชุดเท่านั้น

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษฯ

ล่าสุด วันนี้ (17 ก.พ.) นายปรีชา บอกว่า ตนไม่ขอตอบในเรื่องที่เจ๊เกียวพูด เนื่องจาก คำตอบของตนเป็นหนึ่งในสำนวนของคดี ที่ต้องนำเข้ากระบวนการศาล แต่ตนคิดว่า บางทีผู้สื่อข่าวมาสอบถามข้อมูลหลายรอบ ในช่วงที่ เจ๊เกียว มีธุระเช่น ขายของ หรือ ขายลอตเตอรี่ อาจจะส่งผลให้ เจ๊เกียว ตอบผิดถูก ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้สื่อข่าวที่จะต้องนำไปคัดกรองอีกครั้ง พร้อมระบุว่า พยานของตนที่จะนำขึ้นในชั้นศาล มี เจ๊เกียว รวมถึงลูกค้าหวยและคนที่เห็นเหตุการณ์

สำหรับคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ ทางตนได้ฟังแล้ว คิดว่าแค่เสียงคล้าย และต้องนำคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่เข้าสู่กระบวนการศาล ถึงแม้ว่ามีคลิปเสียงอีก 4,000 คลิป ตนไม่ได้มีความกังวลเรื่องดังกล่าว เพราะหากใครมีหลักฐานก็นำไปสู้ในชั้นศาล

นอกจากนี้ ครูปรีชา ยังบอกอีกว่า เมื่อตนแจ้งความว่าลอตเตอรี่หาย ตำรวจก็ต้องพิสูจน์ว่าลอตเตอรี่เป็นของใคร ซึ่งการพิสูจน์ทรัพย์ จะต้องทำทั้งสองฝ่าย เพื่อให้รู้ว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของใคร ฉะนั้น จึงต้องพิสูจน์ทรัพย์ของตนก่อนว่ามีพยานหลักฐานพร้อมหรือไม่

นางปณัชญา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว”

ครูปรีชา ได้พูดถึงประเด็นที่จะมีการออกหมายจับว่า ตนไม่ได้มีความกังวล เพราะตอนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงความเห็นว่าอีกฝ่ายผิด แสดงว่าหมายจับเดิมยังคงอยู่ เพียงแค่ตอนนี้สำนวนใหม่อยู่ในขั้นที่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสรุปผลอีกครั้งหนึ่ง พร้อมยอมรับว่า การสรุปผลจากกองปราบฯ ครั้งนี้ ย่อมมีผลต่อการขึ้นศาลของตน

โดยหลักฐานที่จะต้องนำเข้ากระบวนการศาลเพื่อพิสูจน์ ไม่ใช่การนำมาเผยแพร่แก่ประชาชน เพราะถือว่าเป็นการมอมเมาประชาชน และตนไม่ได้สรุปว่าหลักฐานคลิปเสียงต่างๆ เป็นของจริงหรือของปลอม แต่ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์อีกครั้ง และเรื่องของหลักฐานใหม่ของตนนั้นจะมีหรือไม่นั้น ตนขอไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น”

ส่วนที่ เจ๊บ้าบิ่น ปิดบ้านนั้น ตนคิดว่า เจ๊บ้าบิ่น ไม่ได้หลบหนี แค่ต้องการพักผ่อนเสียมากกว่า เนื่องจาก มีนักข่าวมาสอบถามถึงเรื่องคดีหวย 30 ล้านเป็นจำนวนมากจึงอาจต้องการเวลาส่วนตัว

พร้อมพูดถึงประเด็นที่มีข่าวออกมาว่า ตนมีที่ปรึกษาในตำแหน่งผู้สำเร็จการศึกษาในระดับสูง หรือ ด็อกเตอร์ ครูปรีชายอมรับว่า มีจริง แต่เป็นที่ปรึกษาให้กับทีมทนายของตน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ครูปรีชา ได้บอกว่า เรื่องที่มีข่าวออกมาว่าตนเป็นผู้มอบทุนการศึกษาให้กับลูกสาวของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ไม่ได้มาจากคำพูดของตน

ทั้งนี้ ครูปรีชา ฝากขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจข่าวหวย 30 ล้าน แต่อยากให้ทุกคนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเนื่องจาก ตำรวจจะให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และอยากให้ทุกคนรอผลการตัดสินคดี เพราะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ทรัพย์ของตนเองเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับเพื่อนบ้านของนางรัตนภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ เจ๊บ้าบิ่น พบว่า ที่หน้าบ้านมีกุญแจถูกล็อกไว้ที่ประตูด้านนอก เมื่อสอบถามกับเพื่อนบ้าน ระบุว่า ตนเห็นลูกชายของเจ๊บ้าบิ่นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็น เจ๊บ้าบิ่น เพราะตนไม่ค่อยอยู่บ้าน

เพื่อนบ้านเจ๊บ้าบิ่น บอกว่า เจ๊บ้าบิ่น เป็นคนตั้งใจทำมาค้าขาย ทั้งขายขนม ขายหวย เมื่อตนได้ยินข่าวเรื่องหวย 30 ล้าน รู้สึกสงสาร เจ๊บ้าบิ่น เหมือนกัน โดยวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวเจ๊บ้าบิ่นไปสอบปากคำแล้วมีสื่อมวลชนมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก จนนึกว่าเป็นข่าวจับกุมตัวผู้ก่อการร้าย ขณะนี้ ตนรอผลสรุปคดีดังกล่าวเช่นกัน แต่ตนไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับลูกของนางรัตนภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับเพื่อนบ้านเจ๊บ้าบิ่น ได้พบลูกชายของเจ๊บ้าบิ่น ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปภายในบ้านพัก พร้อมกับลูกสาว เมื่อทีมข่าวสอบถามว่าเจ๊บ้าบิ่นไปไหน ลูกชายตอบว่า ได้ให้แม่ไปพักผ่อนที่บ้านต่างจังหวัด และแม่ไม่ได้เครียดเรื่องคดี แต่เหนื่อยที่จะตอบคำถามสื่อ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เซ็นรับสารภาพ และเชื่อว่าแม่ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตนคาดว่าแม่คงกลับมาที่บ้าน หลังจากข่าวเงียบหายไป

น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ “เจ๊พัช”

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของน.ส.พัชริดา หรือ เจ๊พัช เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้เข้าสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ตนรู้สึกสบายใจ ไม่มีเรื่องที่ต้องวิตกกังวล แค่ใบหน้าตนเป็นเช่นนี้ โดยการสอบปากคำค่อนข้างยาวนาน แต่วันดังกล่าวตนไม่ได้ถูกสอบสวนอะไร เนื่องจาก แค่เดินทางไปหา เจ๊บ้าบิ่น ซึ่งทางกองปราบฯ มีที่นอนให้ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ขับรถมาส่งตนที่บ้าน 05.00 น. ส่วนผลการสอบปากคำ และเรื่องคดี ตนยังไม่ขอตอบ แต่ขอยืนยันคำเดิมว่า ตนขายลอตเตอรี่ให้เจ๊บ้าบิ่นจริง

เจ๊พัช อยากฝากบอกถึงทุกคนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตนพูดความจริง ไม่ได้หลบหน้าใคร ซึ่งตนยังใช้ชีวิตปกติ และอยากให้คดีดังกล่าวจบโดยไว เพราะจะได้ทำมาค้าขายตามปกติ

นอกจากนี้ เจ๊พัช บอกว่า ตนได้เจอ เจ๊บ้าบิ่น แค่วันสอบปากคำเท่านั้น และหลังจากได้สอบปากคำ ตนไม่ได้มีการพูดคุยกัน เนื่องจาก สอบปากคำคนละห้อง ส่วนข่าวที่ออกมาว่า ตนเป็นพยานให้เพราะรักเพื่อน ตนไม่ขอตอบประเด็นนี้ แต่แค่อยากยืนยันว่า มาเป็นพยานเพราะพูดเรื่องทุกอย่างจริง และจะต้องเป็นพยานในชั้นศาลให้กับครูปรีชาอีกด้วย

ทั้งนี้ เจ๊พัช ได้พูดติดตลกว่า ตนยังกินอิ่นนอนหลับ แต่พักนี้กินข้าวไม่ค่อยอร่อย แต่ปัญหาสุขภาพไม่ค่อยมีผลกระทบคดีหวย 30 ล้าน ยกตัวอย่างเช่น วันสอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนนอนพัก และมีอาหารให้ทาน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใด พูดจาข่มขู่หรือบังคับให้เซ็นสัญญารับสารภาพตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ

จากนั้นทีมข่าวได้พูดคุยกับ ร.ต.ท.จรูญ ที่เปิดเผยว่า คลิปเสียงล่าสุดของครูปรีชา ตนยังไม่ได้ฟัง แต่อยากทราบเหมือนกันว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ตนคิดว่า ทางกองปราบฯ น่าจะเป็นผู้ตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด โดยคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ตนคิดเหมือนบุคคลอื่นว่า เสียงคล้ายกับครูปรีชา แต่ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง และทางกองปราบฯ ได้เข้ามาช่วยหาข้อเท็จจริงในคดี

ส่วนที่ ครูปรีชา ออกมาพูดเรื่องการพิสูจน์ทรัพย์ ทาง ร.ต.ท.จรูญ บอกว่า “อีกฝ่ายจะพูดอย่างไรก็เรื่องของเขา ให้เขาพูดไป ตนเชื่อในการทำงานของกองปราบ อีกไม่นานคงจะทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร แล้วหลังจากผลออก เรื่องดังกล่าวก็จะชี้ชัดได้ว่า ใครเป็นคนผิดคนถูก หรือใครเป็นเจ้าของตัวจริง”

ร.ต.ท.จรูญ ได้บอกว่า เรื่องที่ตนไม่สามารถจำแม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ได้นั้น ไม่คิดว่าจะเป็นจุดอ่อนในการแพ้คดี ซึ่งตนไม่ได้พิษสวาทแม่ค้า ที่จะไปจดจำเรื่องราวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปเป็นไปตามกระบวนการศาล

ส่วนเรื่องพยานหลักฐานต่างๆของตน ได้ให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของตน เป็นผู้รับผิดชอบ และจัดการ รวมถึงเรื่องการพิสูจน์ทรัพย์ด้วยซึ่งทำให้ตนไม่รู้สึกกังวลในเรื่องของคดี

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ส่วนทางด้าน นายษิทรา เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และทนายความของร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยว่า คลิปเสียงใหม่ที่ออกมาถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญ ที่คาดว่าน่าจะมีการปล่อยออกมาในวันนี้ ตนยังไม่เคยฟัง แต่ทราบมาว่า เป็นเสียงการสนทนาให้อีกฝ่ายไปตามหาลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลว่า ใครเป็นคนได้ไป แล้วนำเงินมาแบ่งกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชิ้นนี้อยู่แล้ว

นายษิทรา บอกว่า อยากให้ทางครูปรีชา อธิบายเรื่องคลิปเสียงที่ออกมาก่อนหน้านี้ ให้ชัดเจนว่าเสียงมีส่วนคล้าย หรือไม่คล้ายอย่างไร เพราะคลิปดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำไปพิสูจน์อยู่แล้ว และก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำโทรศัพท์ไปตรวจสอบ ครูปรีชา ต้องเซ็นยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลออกมาได้

นอกจากนี้ นายษิทรา บอกว่า มีรายงานจากวงในออกมาว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยนำคลิปเสียง ซึ่งไม่ได้มีเสียงช่วงสำคัญให้ครูปรีชาฟัง เจ้าตัวก็เซ็นยอมรับว่าเป็นเสียงของตัวเอง เป็นการยอมรับแล้วว่า คลิปที่ถูกปล่อยออกมา ต้องเป็นเสียงของตัวเองเช่นกัน เนื่องจากเป็นคลิปเสียงเดียวกันที่ตัดออกมาเฉพาะบางท่อนเท่านั้น

ความจริงหลักฐานต่างๆ ที่กองปราบฯ สามารถสรุปคดีได้แล้ว แต่ยังสอบสวนพยานอีกครั้งเพื่อมัดให้ดิ้นไม่หลุด ส่วนที่อีกฝ่ายกล่าวว่า หากมีหลักฐานโดยเฉพาะคลิป ให้นำไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวนไม่ควรปล่อยออกมาเพื่อทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ทนายษิทรา กล่าวว่า คลิปต่างๆที่ออกมา ส่วนตัวไม่ทราบว่าหลุดมาจากใคร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเหล่านี้ และต้องเข้ากระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว เรื่องลอตเตอรี่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพราะคนอยากรู้ว่าใครโกหก

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษฯ

ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า จะออกหมายจับ 2 รายในเร็วๆนี้ เชื่อว่า คนแรกน่าจะเป็นคนที่แจ้งข้อหาให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ซึ่งก็มีเพียงคนเดียวที่ไปแจ้งความไว้ โดยอีกราย คือคนที่เจ้าหน้าที่ให้โอกาส แต่ยังไม่ยอมกลับตัว ทั้งยังไปกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่บังคับให้รับสารภาพ หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในคดี

การที่ ครูปรีชา บอกว่า หากกองปราบสรุปคดีแตกต่างจากที่ กองบัญชาการตำรวจภาค 7 เคยแถลงไว้ จะขอสู้ต่อในชั้นศาลนั้น ทนายษิทรา ระบุว่า อีกฝ่ายน่าจะต้องสู้อยู่แล้ว เพราะไม่น่าจะยอมรับผลที่ออกมา แต่ทาง ร.ต.ท.จรูญ ก็จะจบคดีอาญาไม่ต้องขึ้นศาล ส่วนคดีแพ่ง ต้องสู้ตามที่ศาลนัดช่วงเดือนพฤษภาคม

ส่วนกรณีที่ลูกชายเจ๊พัช ท้าทาย ตนเข้าใจว่าลูกชายมีความห่วงใยแม่ และย่อมโกรธแค้นตนเป็นธรรมดา แต่ส่วนตัวตนไปตลาดเพื่อเก็บหลักฐานอยู่แล้ว โดยหากเจอตัวอีกฝ่ายก็อยากพูดคุยให้เข้าใจว่า สิ่งที่ทำลงไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรมไม่ได้กลั่นแกล้งแม่ของอีกฝ่ายแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up