ฆ่าปาดคอเด็ก 15 กลางถนน ญาติช็อก ยันเป็นคนดี แฉ “ไอ้โม” เด็กเหลือขอคนฟัน (คลิป)

จากกรณีกลุ่มคนร้าย ประมาณ 2 คน ใช้อาวุธมีดฟันคอ และทำร้ายร่างกายนักเรียนโรงเรียนดัง ย่านสมุทรปราการ เสียชีวิตคาที่ 1 ราย ทราบชื่อคือนายรชต พิลาหลวง หรือ เบิ้ล อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนชั้นม.3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย บริเวณหน้าปากซอยวัดหนามแดง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 22.30 น. ที่ผ่านมา

วันนี้ (16 ก.พ. 61) ทีมข่าวอมรินทร์ได้เดินทางไปยังโรงเรียนของผู้ตาย ย่านสมุทรปราการ ปรากฎว่าทางโรงเรียนขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และทางโรงเรียนได้ทราบข่าวเมื่อช่วงเช้า (16ก.พ.) จึงไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆ ทีมข่าวจึงเดินทางไปสอบถามผู้อำนวยการสำนักเขตสมุทรปราการ ซึ่งขอไม่ให้สัมภาษณ์ และบอกสั้นๆเพียงว่า เบื้องต้นได้รับรายงานตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนน 2 เลน พบคราบเลือด 2 จุด คือ จุดแรกบริเวณหน้าปากซอยหนามแดง-บางพลี 36 เป็นคราบเลือดขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1 เมตร และจุดที่ 2 บริเวณหน้าปากซอยหนามแดง-บางพลี 21 มีคราบเลือดเล็กน้อย บริเวณโดยรอบเป็นโรงงาน ห้องเช่าเท่านั้น และไม่มีกล้องวงจรปิด

จุดเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายปัง ผู้เห็นเหตุการณ์ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. ตนได้ยินเสียงวัยรุ่นตะโกนโวยวายอยู่บริเวณถนนจึงออกไปดู พบว่ามีเด็กนอนอยู่บนถนน จึงออกมาเรียกเพื่อนข้างห้องไปออกไปดูบริเวณจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืด เมื่อตนไปถึงก็พบว่าเด็กผู้ชาย ถูกอาวุธมีดฟันเข้าบริเวณลำคอ ตาเหม่อลอย และบริเวณเท้ามีแผลฉกรรจ์ เล็บเท้าหลุด ทั้ง 2 ข้าง ฝั่งตรงข้ามถนนพบรถยนต์ ไม่ทราบสี และทะเบียนจอดอยู่ คาดว่าเป็นรถของเพื่อนผู้ได้บาดเจ็บ หลังจากนั้นก็ได้เคลื่อนย้ายเด็กชายที่ถูกฟันคอไปฝั่งที่รถยนต์จอด เนื่องจากมีแสงไฟส่องสว่าง

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นายปัง ผู้เห็นเหตุการณ์

ทาง นางสาวเบญจมา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี มารดาของน้องสี่ (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่าทั้งน้ำตาว่า น้องสี่ มักจะออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ โดยตนจะบอกเสมอว่า หากแม่โทรศัพท์ไปจะต้องรับสาย และรายงานตัวตลอด

ก่อนเกิดเหตุน้องสี่ ได้มาขออนุญาตออกไปกินเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนๆ แต่ตนบอกว่า “ไม่ไปไม่ได้หรอ” ซึ่งน้องสี่บอกว่า “ไปแปบเดียว เดียวกลับมา ไหนๆก็จะปิดเทอมแล้ว” ตนจึงอนุญาตให้ไป

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. มีอาสาสมัครติดต่อมาบอกว่าน้องสี่ ประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้ร้ายแรงมาก แค่ศีรษะแตก และมีรอยถลอกเล็กน้อย ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนั้นตนคิดว่าน้องประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ แต่เมื่อเห็นสภาพน้องสี่ ก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะร้ายแรงขนาดนี้

ทั้งหัวแตก แขนขวาหัก และเส้นเอ็นขาขวาขาด ถูกพันด้วยผ้าพันแผลเกือบทั้งตัว ตนจึงถามน้องสี่ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่น้องพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงไม่ทราบเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร

เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตนพึ่งจะทราบว่าน้องสี่ไหปลาร้าหัก จะต้องทำการผ่าตัดด่วน จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัด ในใจตนคิดว่าถ้านานขนาดนี้อาจจะมีการผ่าตัดหลายขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นางสาวเบญจมา (สงวนนามสกุล) มารดาของผู้บาดเจ็บ

ส่วนตัวไม่คิดว่าน้องสี่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะปกติแล้วน้องสี่ แค่ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น แล้วก็กลับบ้านมานอนตามปกติ อีกทั้งน้องสี่ ยังเป็นเด็กกิจกรรมและเรียนดี รวมทั้งมีมารยาท เวลาพูดจาสั่งสอนอะไรก็จะฟังเสมอ

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ น้องเสือ (นามสมมติ) เพื่อนของผู้ตายและผู้บาดเจ็บ

ด้านน้องเสือ (นามสมมติ) เพื่อนของผู้ตายและผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เมื่อทราบเรื่องตนจึงติดต่อหาเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ และสอบถามรายละเอียด จึงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บไปกินเลี้ยงกัน ก่อนจะผ่านไปยังจุดเกิดเหตุ

ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ของคู่อริ ขณะที่กำลังขับรถจักรยานยนต์กลับ ขณะนั้นคู่อริ 2 คน ขับขี่จักรยานยนต์ตามมา ก่อนจะฟันไปที่ใบหน้าของผู้ตาย และเร่งเครื่องยนต์ขับแซงไปด้านหน้า ขณะนั้นเอง เพื่อนของตนสังเกตเห็นว่าตรงหน้ามีกลุ่มชายกว่า 10 คน ถืออาวุธมีดทุกคน เพื่อนๆของตน จึงพยายามที่จะขับหลบหนีไปคนละทิศละทาง ซึ่งมีเพื่อน 3 ราย ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชน และหมดสติไป ซึ่งฝั่งคู่อริได้มารุมกระทืบก่อนจะหลบหนีไป

นายเสือ กล่าวอีกว่า ผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ขี้เล่น และอัธยาศัยดี ส่วนคู่อริชื่อโม คาดว่าเป็นคนฟัน ซึ่งที่ตนได้ยินมา นายโม เป็นคนเอาเรื่อง เอาจริง และหนีคดีมาหลายครั้งแล้ว

นายเสือ กล่าวทิ้งท้ายว่า จนตอนนี้ตนก็ยังเสียใจเพราะคบกันมาตั้ง 11 ปี ก็พูดอะไรไม่ถูก ต้องทำใจยอมรับให้ได้ แต่ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็ขอให้จับคนร้ายให้ได้ อย่าปล่อยให้เพื่อนตนต้องตายฟรี ส่วนตัวแล้วตนก็แค้น แต่ก็คงไม่คิดจะเอาคืน เพราะคิดว่าถ้าใครมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็เสียใจกันทั้งนั้น

นางสาวนิตยา สุระพันธ์ อายุ 31 น้าของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์

นางสาวนิตยา สุระพันธ์ อายุ 31 น้าของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. หลานชายตน (ผู้ตาย) ได้เดินเข้ามาที่บ้าน และบอกกับแฟนตนว่า “จะออกไปข้างนอก เดี๋ยวกลับมา” ขณะนั้นมีเพื่อนมารอรับอยู่บริเวณหน้าบ้าน 2 คน

ต่อมาเวลาประมาณ 22.15 น. ตนได้รับโทรศัพท์ว่าหลานถูกฟันที่คอ ตนและแฟน จึงเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ แต่ถูกสั่งห้ามเข้า สักครู่ก็มีรถของเจ้าหน้าที่นำร่างของหลานตนไป โดยส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยวันนี้ (16 ก.พ.) ตนได้เดินทางไปรับศพ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ณ วัดไผ่สีทอง จังหวัดอุดรธานี เป็นเวลา 3 วัน

นางสาวนิตยา กล่าวอีกว่า ตั้งแต่บิดาและมารดาของผู้ตายแยกทางกัน ตนก็เลี้ยงดูผู้ตายมาโดยตลอด ปกติแล้วผู้ตายจะเป็นเด็กน่ารัก มารยาทดี พูดจาสุภาพตลอด และก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร

keyboard_arrow_up