อย่าชะล่าใจ! แพทย์เผย ‘พิษสุนัขบ้า’ รักษาไม่หายตายลูกเดียว แนะ 5 ย.ป้องกันตัว

กรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าของไทย ว่า ขณะนี้น่าห่วง เพราะผลการตรวจหัวสุนัขที่สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ยังคงมีรายงานอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลกรมปศุสัตว์รายงานว่าปี 2560 สุนัข และแมวทั่วประเทศป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากว่า 800 ตัว และปี 2561 นี้ ผ่านไปเพียง 1 เดือน แต่กลับพบสุนัขบ้าแล้วกว่า 135 ตัว ทำให้ยังคงพบผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าต่อเนื่อง ซึ่งการเสียชีวิตส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากความชะล่าใจไม่ไปพบแพทย์ตั้งแต่ต้น รอจนโรคเริ่มแสดงแล้วค่อยไปพบแพทย์ จึงสายเกินกว่าจะยับยั้งเชื้อได้ทัน จากการสำรวจความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าของคนไทยพบว่า คนไทยยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยร้อยละ 60 คิดว่าโรคพิษสุนัขบ้า “รักษาหาย” และร้อยละ 59 คิดว่า “ไม่เป็นไร” เมื่อถูกสุนัข หรือแมวข่วนเป็นแผลเล็กน้อย จึงไม่ทำความสะอาดแผลเบื้องต้น หรือไม่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครบ ทั้งที่จริงๆแล้วโรคพิษสุนัขบ้า ยังเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ สัตว์นำโรคได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว หนู กระรอก กระต่าย ลิง ค้างคาว วัว ควาย แพะ การติดเชื้อจะเกิดจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือถูกน้ำลายกระเด็นเข้าตา ปากหรือบาดแผล

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนกระทั่งเกิดอาการของโรค ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 2-8 สัปดาห์ ส่วนอาการของโรคเริ่มจาก 2-3 วันแรก ผู้ป่วยจะเบื่ออาหาร เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีไข้ อ่อนเพลีย ชา เจ็บเสียว หรือปวดบริเวณรอยแผลที่ถูกกัด คันอย่างรุนแรงที่แผลและลำตัว ต่อมาจะมีอาการกระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง เพ้อเจ้อ กลืนลำบาก โดยเฉพาะของเหลว กลัวน้ำ และกล้ามเนื้อขากระตุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรืออาจชัก เกร็ง อัมพาต หมดสติ และตายในที่สุด โรคพิษสุนัขบ้าไม่มีทางรักษาให้หายได้ หากติดเชื้อและมีอาการแล้ว จะเสียชีวิตทุกราย

ดังนั้นหากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือมีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้นำชุมชน และให้ช่วยกันจับอย่างระมัดระวังอย่าให้ถูกกัดหรือข่วน จากนั้นกักสัตว์ไว้ดูอาการ 10 วัน หากสัตว์ตายให้นำหัวสัตว์หรือตัวสัตว์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ต่อไป การป้องกันผู้ที่เลี้ยงสุนัขควรนำสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี วิธีป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือทำร้าย ด้วย คาถา 5ย. “อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแย่ง อย่าหยิบ อย่ายุ่ง กับสุนัขที่ไม่ปรากฏเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ”จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ในกรณีที่ถูกสุนัขหรือแมวที่เป็นโรคกัด ข่วน เลีย น้ำลายกระเด็นเข้าตา ปาก หรือทางผิวหนังที่มีบาดแผล ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน เพื่อช่วยลดอัตราเกิดโรค หลังจากนั้นให้รีบไปพบสถานพยาบาล เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

keyboard_arrow_up