ฟังความอีกข้าง! โซเชียลวอนหยุดเปรียบเทียบกรณี ‘ติ๊ก-เปรมชัย’ จนทำ ‘ผอ.กาญจนา’ งานเข้า

จากกรณีการล่าและฆ่เสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จนนำไปสุ่การจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก และมีบางส่วนที่นำกรณีของกลุ่มนายเปรมชัย มาเปรียบเทียบกับการเข้าไปถ่ายทำรายการของ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี และทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่บุกรุกป่าภูคิ้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 โดยมี น.ส.กาญจนา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูเขียว และได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี จนกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นวิพากษวิจารณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก้ตาม ล่าสุดได้มีผู้คนในโลกออนไลน์จำนวนมาก แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Meaw Rattanajak ที่ออกมาอธิบายเรื่องราวดังกล่าวว่า มีการบิดเบือนข้อมูลจนผิดไปจากความเป็นจริง โดยผู้โพสต์ได้อธิบายว่า กรณีของติ๊ก เจษฎาภรณ์ นั้นผิดเนื่องจากเข้าไปที่เขตหวงห้ามที่ ‘ไม่อนุญาตบุคคลนอกทุกคน’ เข้าไป เนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหว (sensitive) ต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตบริเวณนั้น แค่เดินไปฝากรอยเท้าหรือกลิ่นก็ไม่ควร

ซึ่งต่างจากกรณีของนายเปรมชัย ที่เป็นการขออนุญาตเข้าไปเป็นพื่นที่เดินป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บุคคลทั่วไปสามารถขออนุญาตเข้าได้ แต่เนื่องจากนายเปรมชัยไม่ได้ไปในจุดที่ได้ทำการขออนุญาตตั้งค่ายตามที่ขอ จนกลายเป็นจุดผิดสังเกต และทำให้สามารถตามจับการกระทำผิดของนายเปรมชัยในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา ผอ.กาญจนา ถูกย้ายบ่อย เพราะเป็นหนึ่งในคนที่เริ่มต่อต้าน และสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักของนายทุนและนักการเมืองในพื้นที่อุทยาน ทั้งยังบอกอีกว่า…กาลเวลาไม่ได้ทำให้เงินซื้อหล่อนได้ ถ้าคุณอยากทราบจริงๆ สามารถติดตามค้นหาจาก เจ้าหน้าที่ในอุทยานโดยตรงเองหรือ ที่ทำงานเก่าๆ ได้ว่าหล่อนเป็นนักสู้ตัวจริง และไม่ใช่อ่านจากหนังสือพิมพ์

keyboard_arrow_up