แม่สะอื้นลูกน้อยช็อกขนมคาปาก แพ้แป้งสาลี-หมอแนะวิธีเลี่ยง ชี้สารกลูเตนทำให้แพ้ (คลิป)

หลังจากมีผู้ปกครองรายหนึ่งซื้อขนมให้ลูก พร้อมระบุว่า ลูกแพ้แป้งสาลี ซึ่งพนักงานขายบอกว่าในขนมไม่มีส่วนผสมของแป้งสาลี แต่เมื่อซื้อมาให้ลูกรับประทาน กลับมีอาการหายใจติดขัด และมีผื่นขึ้นเต็มตัว จึงรีบนำลูกส่งโรงพยาบาล ก่อนจะกลับไปที่ร้านขนมดังกล่าว แต่พนักงานยืนยันว่าในขนมไม่มีแป้งสาลี เมื่อตรวจสอบส่วนผสม พบว่ามีแป้งโกกิ ซึ่งในแป้งโกกินั้น มีแป้งสาลีผสมด้วย ทางผู้ปกครองจึงอยากฝากกรณีนี้เป็นตัวอย่าง อยากให้ร้านค้า ให้ความสำคัญกับการแพ้อาหารด้วย

ภาพคลิปลูกนางกุ้ง แม่ของเด็ก 4 ขวบ ที่เกิดอาการแพ้แป้งสาลีอย่างรุนแรง

วันนี้ (9 ก.พ.) นางกุ้ง แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้ไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสยามสแควร์ เพื่อซื้อขนมครกให้ลูกสาววัย 4 ขวบ ก่อนซื้อตนถามกับพนักงานขายว่า มีส่วนผสมของแป้งสาลีหรือไม่ เพราะลูกตนแพ้ ซึ่งพนักงานบอกว่าไม่มีแน่นอน ตนจึงซื้อกลับมา

เมื่อลูกกินไป 2 ชิ้น ก็มีอาการไอไม่หยุด หายใจไม่ออก และร้องไห้งอแง ตนก็รู้สึกแปลกใจ จึงรีบพาลูกไปส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางลูกสาว มีอาการหายใจแผ่วเบา และคล้ายคนหมดสติ ตนพยามเรียกให้ฟื้น เพราะกลัวว่าลูกจะหลับไป

นางกุ้ง แม่ของเด็ก 4 ขวบ ที่เกิดอาการแพ้แป้งสาลีอย่างรุนแรง ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นางกุ้ง เปิดเผยอีกว่า หลังจากนั้นได้ส่งข้อความทางไลน์ ไปที่ร้านที่ตนซื้อขนมมา แล้วระบุว่า ขนมที่ซื้อมาลูกมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง ซึ่งทางร้านได้ตอบกลับมาว่าขอโทษ หลังจากนั้นประมาณวันที่ 6 ก.พ. เวลาประมาณ 12.40 น. ตนได้รับการติดต่อทางไลน์จากทางร้านขนมดังกล่าวว่า “ลูกค้าท่านอื่นมาซื้อไปทาน ทั้งๆ ที่ลูกหลานก็แพ้ ยังไม่มีอาการอะไรเลย ลูกของตนไปทานขนมอะไรมาก่อนหรือเปล่า” ตนจึงตอบไปว่า ในส่วนคนอื่นตนไม่ทราบ แต่ลูกสาวของตนแพ้แป้งสาลีขั้นรุนแรง ถ้ารักษาไม่ทันอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งนี่เป็นการต่อว่า ไม่ใช่การขอโทษ

ผู้เสียหายจึงอยากฝากไปถึงผู้ประกอบการ หรือร้านค้า ควรมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ ควรอบรมความรู้ และความเข้าใจของพนักงานทุกคน เกี่ยวกับส่วนผสมของอาหาร หรือขนม เพราะหากมีลูกค้าแพ้อาหาร เข้ามาสอบถามเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร จะได้ตอบถูก และขอให้แสดงความจริงใจกับลูกค้ามากกว่านี้

นายแพทย์ สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม

ด้านนายแพทย์ สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นการแพ้แป้งสาลี ซึ่งมีสารกลูเตนอยู่ด้วย ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สารกลูเตนเป็นโปรตีนหลักอยู่ในแป้งสาลี แป้งไรย์เล่ห์ และมอลล์ เพราะคนที่แพ้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.อาการแพ้รุนแรง ไม่ว่าจะเป็น ไอ อาเจียน ท้องเสีย หรือแม้แต่ผื่นขึ้นตามตัว และ 2. อาการแพ้ไม่รุนแรง มีอาการท้องอืด และมีผื่นคันนิดหน่อย

ผื่นแดงขึ้นตามแขนและขา ของเด็ก 4 ขวบ ที่มีอาการแพ้แป้งสาลีอย่างรุนแรง

แต่สำหรับกรณีดังกล่าว คือการแพ้รุนแรง ส่วนบางคนที่ไม่ทราบว่า ตนเองมีอาการแพ้หรือไม่นั้น อาจจะไปตรวจสารเคมีในเลือด หรือทดสอบทางผิวหนัง ก็จะทราบได้เช่นเดียวกัน

นายแพทย์สิทธา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีแพ้กลูเตน จะมีอาหารต้องห้ามค่อนข้างเยอะ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเล่ห์ บะหมี่  สปาเกตตี้ มะกะโรนี ไส้กรอก ไก่ย่าง หมูเด้ง ลูกชิ้น หมี่ซั่ว ปาท่องโก๋ ซาลาเปา ทอดมัน นักเก็ต เทมปุระ ไอศกรีม ลูกอม น้ำมันหอย ซอสหมูแดง และผลไม้ที่ผ่านการแปรรูป ก็จะรับประทานไม่ได้เลย

ลักษณะอาการแพ้จะมีผื่นแดงตามผิวหนัง

ส่วนอาหารที่รับประทานได้คือ ถั่ว เนย เผือก ฟักทอง วุ้นเส้น เส้นหมี่ น้ำมันพืชที่ไม่ผ่านการแปรรูป เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ สันในหมู เนื้อปลา หรืออาหารที่ใช้แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียวแทน

หากจะรับประทานนม ก็สามารถทานได้ โดนเลือกนมที่มีฉลากที่ระบุว่า “กลูเตนฟรี” คืออาหาร หรือนม ที่ไม่มีส่วนประกอบของโปรตีนกลูเตน

นายแพทย์สิทธา บอกอีกว่า อยากจะฝากเรื่องของการรับประทานอาหาร สำหรับเด็กที่มีอาการแพ้เช่นนี้ หากมีการติดตาม หรือรักษาเรื่อยๆ ในอนาคตจะมีอาการแพ้ลดลง แต่ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ถ้ารู้ว่าแพ้ จะต้องรีบหลีกเลี่ยง หรือบางครั้งอาจจะมีการทดสอบตัวเอง หรือเป็นการทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น ก็อาจจะมีอาการแพ้ที่เบาบางลงได้

 

keyboard_arrow_up