ช่วยประหยัด! กรมชลฯ วอนเกษตรกรทำนาตามแผน หวั่นขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง

วันที่ 9 ก.พ.61 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 58,168 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 34,250 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 จำนวน 8,356 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,078 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 73 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 11,382 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของปริมาณน้ำใช้การได้

กรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2560/2561(ระหว่าง 1 พ.ย. 60 –30 เม.ย. 61) เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานทั่วประเทศ คิดเป็นปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันทั้งสิ้น 25,067 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็นการใช้น้ำ เพื่อการเกษตร 15,952 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,167 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 6,948 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 16,797 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองไว้สนับสนุนการใช้น้ำในช่วงต้นฤดูฝนปี 2561 ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว 13,070 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง

สำหรับผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2560/2561 ทั้งประเทศ ณ วันที่ 7 ก.พ. 61 มีการเพาะปลูกไปแล้ว 8.45 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ(แผน 9.05 ล้านไร่) เฉพาะข้าวนาปรัง มีการเพาะปลูกไปแล้ว 7.95 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนฯ(แผน 8.35 ล้านไร่) จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ปลูกพืชฤดูแล้งตามแผนที่ได้วางไว้ รวมทั้งขอให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตอย่างไม่ขาดแคลน

keyboard_arrow_up