“ลุงจรูญ” เผชิญหน้า “เจ๊เกียว” ก่อนแลกคำสาบาน ใครโกหกขอให้ไม่ตายดี

ความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงสรุปคดี พร้อมเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์ และรับของโจร ก่อน ร.ต.ท.จรูญ จะเปิดบ้านแถลงข่าวเปิดใจ ผิดหวังต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมประกาศท้า นายปรีชา ใคร่ครวญ ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง รวมถึงท้าตำรวจ และพยานฝั่งครูปรีชา ให้มาสาบานที่หน้าศาลหลักเมืองกาญจนบุรี

ศาลหลักเมืองจังหวัดกาญจนบุรี

วันนี้ (4 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ร.ต.ท.จรูญ พร้อมด้วยภรรยา ลูกสาว และทีมทนายประชาชนฯ ได้เดินทางมาที่ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี เพื่อทำพิธีกล่าวคำสาบานตามที่เคยได้พูดเอาไว้ โดยในช่วงแรกไม่มีวี่แววของครูปรีชา รวมถึงพยานฝั่งครูทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาปรากฏตัวมาร่วมสาบานแต่อย่างใด มีแต่กลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาให้กำลังใจ

ร.ต.ท.จรูญ พร้อมด้วยภรรยาและลูกสาว ทำพิธีสาบานที่ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี

เมื่อเดินทางถึงศาลหลักเมือง ลุงจรูญ และครอบครัว ได้จุดธูปเทียน นำดอกไม้ขึ้นไปกล่าวคำสาบานต่อศาลหลักเมือง โดยยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่า เป็นคนซื้อลอตเตอรี่ และเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลตัวจริงไม่ได้ขโมยมา หรือเก็บได้มาแต่อย่างใด หากตนพูดจริงก็ขอให้ตนและครอบครัวพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง หากตนพูดโกหกก็ขอให้ตนเองไม่ตายดี ครอบครัวพบกับความวิบัติถูกสาปแช่งจากทั่วทุกสารทิศ

โดยหลังกล่าวคำสาบานเสร็จ ปรากฏว่ามีนางปนัญชยา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว” ซึ่งเป็นแม่ค้าลอตเตอรี่กลุ่มที่เป็นพยานให้กับครูปรีชา เดินทางมาที่ศาลหลักเมือง เพื่อจะสาบานว่าสิ่งที่ตนพูดไปทั้งหมดเกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้าน เป็นความจริง

ร.ต.ท.จรูญ และ นางปนัญชยา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว” เข้าสาบานพร้อมกัน

โดยก่อนที่ เจ๊เกียว จะกล่าวคำสาบาน ทางลุงจรูญ ได้ฝากกระดาษคำสาบานมาให้กับ เจ๊เกียว ซึ่งเจ๊เกียวได้รับไว้และตอบตกลง โดยบอกว่าตนก็มีกระดาษเขียนคำสาบานมาให้ลุงจรูญ เช่นกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นไปกล่าวคำสาบานต่อหน้าศาลหลักเมืองพร้อมกัน โดยทั้งคู่ได้กล่าวยืนยันว่า สิ่งที่พูดไปเป็นความจริงไม่ใช่คำโกหก หากใครกล่าวคำโกหก ก็ขอให้ชีวิตพบกับความวิบัติ ครอบครัวไม่มีความสุขความเจริญ พบแต่เรื่องเลวร้าย

ร.ต.ท.จรูญ และ นางปนัญชยา หรือ “เจ๊เกียว” ให้สัมภาษณ์สื่อฯ หลังทำพิธีสาบานเสร็จ

หลังสาบานเสร็จ ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่ามีอะไรจะพูดกันหรือไม่ ปรากฏว่าเป็นลุงจรูญที่ บอกว่าไม่มีอะไรจะพูด ก่อนจะเดินออกจากศาลหลักเมืองไป

ทางด้าน เจ๊เกียว เปิดเผยว่า กรณีที่เดินทางมากล่าวคำสาบานเพียงลำพัง โดยไม่มีนางรัตนาพร หรือ “ป้าบ้าบิ่น” ซึ่งเป็นเพื่อนแม่ค้า ที่อ้างว่าเป็นผู้ขายลอตเตอรี่ให้กับครูปรีชา เนื่องจาก ป้าบ้าบิ่น ติดธุระต้องไปจองลอตเตอรี่งวดใหม่ ส่วนครูปรีชา หลังเกิดเรื่องตนยังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย และที่มาสาบานในวันนี้ ตนเองมาในฐานะของตัวแทนผู้ค้าลอตเตอรี่จังหวัดกาญจนบุรี และในฐานะพยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ที่ลุงจรูญเดินทางมาสาบาน ที่หน้าบ้านพักของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

ขณะเดียวกันหลังจาก ลุงจรูญ สาบานเสร็จแล้ว ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยได้ไปจุดธูปสาบานยืนยันความบริสุทธิ์ ที่บริเวณหน้าบ้านพักของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะกล่าวคำสาบานยืนยันความบริสุทธิ์แล้วยังได้กล่าวสาปแช่ง กลุ่มบุคคลที่พยายามใส่ร้ายตน และให้การเท็จเป็นพยานเท็จในคดีดังกล่าว ให้ชีวิตพบแต่ความวิบัติไม่ตายดี ล้มป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคร้ายจนถึงลมหายใจสุดท้าย

หากตำรวจคนไหน หรือพยานคนใดที่พูดความจริง ไม่มีจิตคิดร้ายต่อตน ขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัวสืบต่อไป

ลุงจรูญ พร้อมทีมทนาย ยื่นหนังสือแจ้งขอเลื่อนวันเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

หลังกล่าวคำสาบานเสร็จ ลุงจรูญ พร้อมทีมทนายความได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อจะขอเลื่อนวันเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากเดิมวันที่ 9 ก.พ. เลื่อนเป็นวันที่ 20 ก.พ. เนื่องจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ซึ่งเป็นทนายความของลุงจรูญ เดินทางไปต่างประเทศ แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งให้เดินทางไปขอเลื่อนที่ กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 7 อีกครั้ง

 

 

keyboard_arrow_up