พ่อฟาดลูกคลิปฉาว เปิดใจตีสั่งสอนไม่ใช่มีลูกไว้กราบเท้า-ป้า แฉ เด็กติดผู้ชาย (คลิป)

จากกรณีที่สังคมออนไลน์ แห่แชร์คลิปพ่อตีลูกสาววัย 12 ปี อย่างรุนแรง เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา (27 ม.ค.) ในชุมชนแห่งหนึ่ง ภายใน ซ.แจ้งวัฒนะ 1 โดยเพื่อนบ้านได้เปิดเผยกับทีมข่าว เมื่อวานที่ผ่านมา (30 ม.ค.) ว่า วันดังกล่าว น้องนีออน เด็กสาวได้วิ่งหนีพ่อ มาที่ร้านขายของชำ เพื่อให้ป้าเจ้าของร้านช่วยเหลือ เพราะถูกพ่อตี แต่เมื่อพ่อน้องนีออนมาถึง ได้ตะโกนบอกให้ลูกออกมา หากไม่มาจะใช้ไม้เบสบอลตี ทำให้เด็กกรีดร้องอย่างน่าสงสาร นอกจากนี้พ่อยังทำท่า หยิบขวดเครื่องดื่มชูกำลังเขวี้ยงใส่ลูก ซึ่งเพื่อนบ้านบอกอีกว่า นิสัยของพ่อน้องนีออน น่าจะเป็นคนอารมณ์ร้อน 

ภาพเหตุการณ์ในคลิปที่ถูกแชร์ในโลกโซเชี่ยล

ล่าสุด วันนี้ (31 ม.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปที่ชุมชนชายคลองบางบัว ภายใน ซ.แจ้งวัฒนะ 1 พบว่าประตูบ้านของครอบครัว น้องนีออน ถูกล็อกกุญแจคาดว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้าน

อย่างไรก็ตามทางทีมข่าวได้พบกับ นางเหมียว (นามสมมติ) ญาติของนายเหน่ง พ่อของน้องนีออน เล่าให้ฟังว่า มักได้ยินเพื่อนบ้านบอกอยู่เสมอว่า นายเหน่งชอบตีลูก บางครั้งน้องนีออน มักวิ่งมาหาตนที่บ้าน แต่ตนจะบอก น้องนีออนไปว่า ถ้ามาอยู่ที่นี่ นายเหน่ง คงจะตามมาตีตนด้วย หลังจากนั้นน้องนีออน จึงวิ่งไปหลบพ่อที่บ้านคนอื่น 

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นางเหมียว (นามสมมติ) ญาติของนายเหน่ง

นางเหมียว ยอมรับว่า นายเหน่ง จะมีอาวุธตีลูกคือ ไม้เบสบอลเหล็กตีลูกที่บริเวณหลัง และตีที่ขา รวมทั้งศีรษะ ส่วนตัวพอทราบว่า น้องนีออน มักจะโดนพ่อทุบตีบ่อยครั้ง จนเริ่มสติไม่สมประกอบ เรียนไม่รู้เรื่อง บางครั้งมีอาการตื่นตกใจ เมื่อรู้ว่าพ่อตัวเองจะกลับถึงบ้าน เพราะถ้าหากพ่อกลับมาแล้วไม่เจอ น้องนีออนจะถูกตี

สาเหตุที่ น้องนีออน ทะเลาะกับพ่อ มักจะเป็นเรื่องทำความสะอาดบ้าน เพราะแม่ของน้องนีออน ไม่สนใจทำงานบ้าน จึงเป็นหน้าที่ของน้องที่ต้องคอยดูแลงานบ้าน และเลี้ยงดูน้องชาย

นอกจากนี้ นายเหน่ง มักตบตีภรรยาบ่อยครั้ง แม้กระทั่ง แม่ของนายเหน่งเอง ก็เคยถูกตี เพราะเข้าไปห้ามเวลาที่นายเหน่ง ลงมือตีลูก และภรรยา แต่ปัจจุบันแม่ของนายเหน่ง ได้เสียชีวิตแล้ว

นางเหมียว บอกอีกว่า นายเหน่ง ตีลูกมาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง เนื่องจากกลัวโดนต่อว่า ไปก้าวก่ายเรื่องครอบครัวคนอื่น ส่วนเรื่องนิสัย ตนมองว่า น้องนีออนเป็นเด็กนิสัยดี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้ชาย ช่วยเหลือคนอื่น

พร้อมยอมรับว่า ตนอุ่นใจที่น้องนีออน อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตนไม่รู้ว่าทางครอบครัว รักลูกจริงหรือเปล่า จึงอยากจะให้พ่อแยกกันอยู่ กับแม่และเด็ก เพราะกลัวว่าหากเด็กอยู่แบบนี้สักวันคงโดนตีจนตาย

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ ป้าสอง (นามสมมติ) ลูกพี่ลูกน้องของนายเหน่ง

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ ป้าสอง (นามสมมติ) ลูกพี่ลูกน้องของนายเหน่ง ยอมรับว่า คลิปดังกล่าวค่อนข้างรุนแรง แต่ตนไม่ทราบว่า ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เนื่องจากเมื่อคืน (30 ม.ค.) แม่ของน้องนีออน ได้ไปสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ตนไม่สามารถติดต่อกับทางครอบครัวน้องชายได้

ข้อความสนทนาทางไลน์ของน้องนีออนกับชายหนุ่ม

ต่อมา เมื่อเวลา 21.00 น. ตนได้เห็นข้อความแชทไลน์ที่น้องนีออน ได้พูดคุยกับผู้ชายในลักษณะชู้สาว ตอนนั้นตนโมโหหลานสาว ที่ไม่เป็นห่วงพ่อแม่ เพราะข้อความที่มีการพูดคุย จะคอยโต้ตอบฝ่ายชายที่ถามเรื่องที่เกิดขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมหลานสาวไม่โทรศัพท์ถามพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ป้าสอง บอกอีกว่าที่ออกมาพูดเช่นนี้ ไม่ได้จะใส่ร้ายหลานสาว แต่เพราะตนรู้พฤติกรรมของหลาน ซึ่งไม่ค่อยช่วยทำงานบ้าน จึงคาดว่าสาเหตุที่นายเหน่ง ลงมือตีน้องนีออน น่าจะเป็นเรื่องไม่ช่วยทำความสะอาด แต่ทะเลาะกันมากแค่ไหนตนไม่ทราบ

ส่วนเรื่องที่ น้องนีออน โดนตีจนสติไม่ดี คิดว่าไม่น่าจะเป็นถึงขั้นนั้น พร้อมยืนยันว่า นายเหน่งรักลูก เอาใจใส่และครอบครัวเสมอ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าโลกออนไลน์มีแต่พวกโลกสวย เรื่องราวจะเป็นเช่นไรไม่สนใจ ขอให้ด่า หรือสาปแช่งไว้ก่อน

ทั้งนี้ป้าสอง บอกว่า นายเหน่งเป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบความรุนแรง และไม่ยอมคน แต่การตีกันจนถึงลูกถึงขั้นสติไม่ดี คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนเป็นพ่อแม่ต้องรักลูก ปกติทุกวันนายเหน่ง จะต้องรีดผ้า ซักผ้า หาข้าวให้ลูกกิน และส่งลูกไปโรงเรียน หลังเกิดเหตุตนสงสารน้องชาย ที่ต้องแยกกับทางภรรยา และลูกสาวชั่วคราว เพราะทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับไปดูแล

นายเหน่ง ชายที่ตีลูกในคลิป

ขณะเดียวกัน นายเหน่ง ได้เปิดใจกับทีมข่าวว่า เช้าวันเกิดเหตุตนได้พาภรรยาไปหาหมอ เพราะภรรยาไม่สบาย จากนั้นได้ไปช่วยงานศพ กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า และเห็นว่าบ้านสกปรก จึงโมโหลูก ที่ไม่ได้ทำความสะอาดบ้าน เพราะตนรักความสะอาดมาก จึงโมโหแล้วหยิบเข็มขัดมาตีลูก พร้อมบอกลูกว่า “นีออน มานี่สิ มาดูว่านี่คืออะไร” ตอนนั้นลูกสาวกำลังเดินมาดู แต่สุดท้ายกลับวิ่งหนีออกไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างบ้าน ตนก็ไม่ได้ตามออกไป

จนกระทั่ง ตนไม่เห็นลูกกลับบ้าน จึงเดินออกไปหา พบว่าลูกหนีไปขอความช่วยเหลือที่ร้านขายของชำ จึงโมโห และตะโกนบอกให้ลูกสาวออกมาพบ แต่ลูกกลับไม่ออกมา จึงไปกระชาก และถีบลูกตามที่ปรากฎในคลิป

นายเหน่ง ยังบอกอีกว่า ตนไม่รู้ตัวกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะอยู่ในอารมณ์โมโห ปกตินิสัยของตนเป็นคนโกรธง่าย และรู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นผิด แต่มองว่า “การที่มีลูกแล้ว คุณตีลูกไม่ได้ ด่าลูกไม่ได้ คุณก็กราบเท้าลูกเถอะ”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านนายเหน่ง

ส่วนคนที่นำคลิปไปเผยแพร่เป็นกลุ่มที่ไม่ชอบตน เพราะตนไม่ยอมรื้อบ้านออก ปกติตนไม่ได้ตีลูกบ่อย แต่หากใครดื้อก็จะตี เพราะขนาดแม่ของน้องนีออน ก็ยังโดนตี แต่คงจะไปไปปรับความเข้าใจกับลูก เพราะคิดว่าลูกสาวคงเข้าใจในสิ่งที่ตนทำลงไป

สำหรับเรื่องที่บอกว่า จะเอาไม้เบสบอลตี ยอมรับว่าแค่พูดขู่ ไม่เคยทำจริง “เขาคือลูก ยังไงตนก็รัก ตนตีเพราะการสั่งสอน ไม่ใช่ตีเพราะความมันส์” นายเหน่ง ยังบอกอีกว่า ที่ต้องแยกกันอยู่ระหว่างภรรยาและลูก ทำให้ตนเครียด และคิดอยากจะผูกคอฆ่าตัวตาย เพราะปกติตนเป็นคนคิดมาก และขี้น้อยใจ

ทั้งนี้ ตนเป็นคนเคารพผู้ใหญ่ แต่หากใครคิดว่าตน เ -ี้ ย ตนก็ เ -ี้ ย ตามคำพูดคน แต่ทุกวันตนไม่ได้ เ -ี้ ย แบบนี้ วันเกิดเหตุฟิวส์ขาดที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป แต่หลังจากนี้ถ้าลูกตนผิด ก็ยืนยันว่า จะยังตีลูกเหมือนเดิม

บรรยากาศละแวกบ้านที่เกิดเหตุ

จากนั้น ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยัง นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ได้นำตัวแม่และเด็ก พร้อมกับน้องชายอีก 2 คน เข้ามาอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) ทางแม่เด็กได้เข้าสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง แต่ทางเด็กจะต้องให้คุยกับทางสหวิชาชีพ ระหว่างนี้เด็กจะต้องเข้ารับการดูแลเยียวยาสภาพจิตใจกับทางจิตแพทย์ด้วย

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับแม่ของเด็กแล้ว ตอนนี้ยังมีความรู้สึกเครียดอยู่ ส่วนพ่อของเด็กนั้น พยายามโทรศัพท์พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในการรับแม่ และเด็ก เข้ามาอยู่ในความดูแลชั่วคราว หลังจากนี้จะดำเนินการดูแลในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะทางพ่อค่อนข้างห่วง และรักลูก ส่วนเด็กก็รักพ่อเหมือนกัน เท่าที่สังเกตุทางครอบครัวค่อนข้างรักกันดี

keyboard_arrow_up