“ฮาวา” จุกอก ตำรวจไม่ขอโทษ เรียกหยุดรถทำเจ็บ สิบล้อโวยห่วงใบสั่งมากกว่าคนเจ็บ (คลิป)

จากกรณี โลกออนไลน์แชร์คลิปอุบัติเหตุ รถ 3 คันชนกัน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านลอย และโบกรถกะทันหัน ทำให้เกิดการวิจารณ์อย่างหนัก

วันนี้ (29 ม.ค.61) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางมาที่ โรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่ง น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา” อายุ 27 ปี นักร้องจากเวทีประกวดเวทีหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุ และอยู่ในรถยนต์เก๋ง มิซูบิชิ สีดำ ซึ่งเป็นคันกลาง ระหว่างรถ 3 คัน ที่เกิดอุบัติเหตุ

ภาพกล้องหน้ารถ ขณะเกิดอุบัติเหตุรถชน 3 คัน

น.ส.อรวี เปิดเผยวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.61) ช่วงระหว่างที่ตนเดินทางไปร้องเพลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะขับรถมาปกติโดยมีเพื่อนเป็นคนขับ ปรากฎว่าเห็นตำรวจยืนอยู่กลางถนน แต่ช่วงถนนที่ตำรวจยืนคล้ายว่ามีเนิน ทำให้มองไม่เห็นเจ้าหน้าที่จากระยะไกล

ภาพจากกล้องหน้ารถ ขณะตำรวจทางหลวงกำลังโบกรถ

โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำท่าโบกรถ ทำให้รถยนต์คันหน้าหยุด หลังจากนั้นรถของตนได้เบรกตาม ตอนนั้นในใจคิดแล้วว่า รถคันหลังซึ่งเป็นรถบรรทุกก๊าซน่าจะหยุดรถไม่ทัน เพราะเป็นการเบรกกะทันหัน วินาทีนั้นปรากฎว่า รถบรรทุกคันหลังได้พุ่งเข้าชนกับรถที่ตนนั่ง จนทำให้รถไปกระแทกกับรถคันหน้า

น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา”ผู้ประสบอุบัติเหตุ

น.ส.อรวี ยืนยันว่า ตนเองคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่เช่นนั้นคงบาดเจ็บมากกว่านี้ ตอนนั้นเพื่อนตนที่ขับรถบอกว่า ตนมีเลือดไหลออกมาทางหางคิ้ว ส่วนตัวรู้สึกตกใจ และเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

หลังเกิดเรื่อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจที่จะเข้ามาขอโทษ นอกจากเดินถือใบสั่งไปโบกรถคันหลัง และยังมีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งมาบอกกับตนว่า เป็นการทำหน้าที่ของตำรวจ โดยบอกว่า “โบกคันหลัง ไม่ได้โบกคันหน้า” แต่ตนมองว่า ถ้าโบกคันหลังแล้วทำไมคันหน้าถึงหยุด

ภาพขณะพูดคุยกับตำรวจทางหลวง

ขณะนั้นเพื่อนตนรู้สึกโมโห ส่วนฝ่ายคนขับรถบรรทุกได้เดินมาขอโทษยกมือไหว้ตน บอกกว่า ถ้าชนแรงกว่านี้รถอาจระเบิดได้ ยิ่งทำให้ตนตกใจมากขึ้นไปอีก ส่วนเจ้าหน้าที่ไม่แสดงความรับผิดชอบ ทั้งที่ตนทั้งบาดเจ็บ จนไม่สามารถไปทำงานได้ และเครื่องดนตรีในรถได้รับความเสียหาย

หลังเกิดเรื่องตนเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ได้พบกับเจ้าหน้าตำรวจ และเห็นใบบันทึกประจำวันเขียนเสร็จแล้วระบุว่า รถบรรทุกเป็นฝ่ายผิด โดยไม่สอบปากคำตนสักนิดว่า สาเหตุเกิดจากอะไร และเรื่องราวเป็นอย่างไร โดยตำรวจบอกเพียงว่า ไม่จำเป็นต้องเขียน

กีร์ต้าของ “น้องฮาวา” ได้รับความเสียหาย

“ส่วนตัวรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตนเป็นประชาชนคนหนึ่ง ไม่อยากมีเรื่องกับตำรวจ ที่โพสต์เรื่องราวก็แค่อยากให้เป็นตัวอย่างกับคนในสังคม และอยากให้เรื่องนี้ได้รับความยุติธรรม ยืนยันว่า ที่เกิดเหตุไม่มีการตั้งด่าน ไม่มีสัญลักษณ์ ไม่มีกรวยตั้ง มีเพียงเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน กับรถยนต์ของตำรวจ” น.ส.อรวี กล่าว

ส่วนอาการบาดเจ็บของตน ยังต้องรอดูอาการ เบื้องต้น คิ้วซ้ายแตก มีรอยช้ำตามร่างกาย รวมทั้งปวดตามร่างกาย ทั้งนี้ฝากถามผู้เกี่ยวข้องด้วยว่า “หากรถบรรทุกก๊าซเบรกไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น และจะเอาผิดจากใครได้”

นางศิริวรรณ ชูชื่น มารดา “น้องฮาวา”

ทางด้าน นางศิริวรรณ ชูชื่น มารดา “น้องฮาวา” ผู้เสียหาย ระบุว่า หลังตนได้รับข่าวจากลูกสาวรู้สึกตกใจมาก  ตอนนั้นลูกมีน้ำเสียงที่ตื่นตกใจ ตนพยายามบอกให้มีสติ เพราะลูกไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน เมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอ คาดว่าเจ้าหน้าที่อาจคิดว่า ตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูก และโยนความผิดให้กับคนที่ชนท้าย

สภาพรถยนต์ “น้องฮาวา” หลับประสบอุบัติเหตุ

ขณะเดียวกัน นางศิริวรรณ แม่ผู้เสียหาย มองว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากคนขับรถทั้ง 3 คันแน่นอน แต่เกิดจากเจ้าหน้าที่มาโบกรถ ซึ่งก็ควรออกมารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง จะได้ทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจเวลาเจอตำรวจ

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง

ล่าสุด พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการตั้งด่านลอย ในที่เกิดเหตุขณะนั้น มีรถบรรทุกขับเลนขวา และวิ่งมาด้วยความเร็ว ขณะที่ตำรวจ 2 นาย ได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และได้ย้ายตำรวจ 2  นายมาอยู่ส่วนกลาง

ด้าน พ.ต.ต.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สารวัตรตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บก.ทล.อยุธยา) หัวหน้าของตำรวจ 2 นาย เปิดเผยว่า ได้ประสานกับ ร้อยเวรสอบสวนทางหลวง 1 ไปตรวจสอบที่เกิดเหกตุ และสอบสวนตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ ได้รับการยืนยันว่า ขณะปฎิบัติหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย พบรถบรรทุกน้ำมันพืช ทะเบียนป้ายเหลือง 72-5397 สมุทรปราการ วิ่งมาในช่องทางขวาจึงออกไปเรียก โดยมีรถเก๋งของ น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา” ขับนำหน้ามา เมื่อรถของ “ฮาวา” เห็นตำรวจโบกเรียกจึงหยุดทันที ทำให้รถบรรทุกที่วิ่งตามหลังพุ่งเข้าชน

พ.ต.ต.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สารวัตรตำรวจทางหลวง 1

พ.ต.ต.ขุนเขา เปิดเผยอีกว่า ได้เรียกตำรวจ 2 นาย มาสอบสวน เบื้องต้น ได้สั่งงดปฎิบัติหน้าที่ และส่งไปยังกองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อสอบสวนว่า บกพร่องในหน้าที่หรือไม่ และมีความเสี่ยงทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือไม่ ซึ่งในเส้นทางที่รับผิดชอบเมื่อเห็นการกระทำผิดซึ่งหน้า สามารถเรียกเพื่อออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับ จะไม่เรียกหรือปรับทันที จึงไม่ใช่การตั้งด่านลอยอย่างที่เข้าใจ

สำหรับตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ครั้งนี้คือ ดาบตำรวจดนัย ซ่อนกลิ่น ทำหน้าที่พลขับ ส่วนพนักงานวิทยุประจำรถตรวจอีกนายคือ ดาบตำรวจประจักษ์ เย็นสุวรรณ รับผิดชอบในการตรวจเส้นทาง ตั้งแต่แยกเทคโนปทุมธานี ถึง อ.มหาราช ระยะทาง 65 กิโลเมตร จากการสอบสวนทั้งสองนายยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะเรียกตรวจ แต่ก่อนหน้านั้นพบว่า มีรถบรรทุกวิ่งในช่องทางขวาหลายคัน

ทางด้าน สภ.บางปะอิน ได้ตั้งข้อหา นายมนตรี ยาประดิษฐ์ คนขับรถบรรทุก ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และได้รับบาดเจ็บ เปรัียบเทียบปรับเป็นเงิน 400 บาท และทางประกันเป็นผู้ดูแลผู้บาดเจ็บ และรถยนต์ของน้องฮาวา ซึ่งถือว่าไม่มีเรื่องทางคดีแล้ว เนื่องจากคนขับรถบรรทุกรับผิดแล้ว

เหตุรถบรรทุกก๊าซพุ่งชนท้ายรถเก๋ง

ด้าน นายมนตรี กล่าวว่า ขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถบรรทุกโซดา จะไป อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งรถวิ่งขวามาโดยตลอด เนื่องจากถนนด้านซ้ายเป็นคลื่น อาจทำให้โซดาเกิดปฏิกิริยา และมาเห็นตำรวจโบกรถในระยะใกล้เพียงไม่กี่วินาที โดยรถของผู้เสียหายอยู่ด้านหน้าได้เบรกกะทันหัน ทำให้ตนเบรกตามหลังมาระยะทางประมาณ 10 เมตร ก่อนพุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งของผู้เสียหาย

จากนั้น ตนยอมรับว่ามีอารมณ์โมโห จึงได้ลงไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมาขอใบอนุญาตขับขี่ของตน โดยตนได้บอกตำรวจให้ไปดูคนเจ็บก่อนที่จะห่วงยึดใบขับขี่ สุดท้าย ตนได้ไป สภ.บางปะอิน เพื่อรับทราบข้อหา และยอมรับว่าประมาท ซึ่งตนไม่อยากให้เรื่องเกิดขึ้น คิดว่าตำรวจน่าจะมีวิธีโบกรถที่ดีกว่านี้

 

 

keyboard_arrow_up