โต้กันยับ! อู่รถเผยคลิปปัดตบ 2 แม่ลูก งัดภาพขีดรถมีก่อนซ่อม คู่กรณีแฉ พนักงานสาวจิกหัว (คลิป)

จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพหญิงสาวใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำ โดยอ้างว่าถูกพนักงานอู่ซ่อมรถ ย่านพหลโยธิน ทำร้ายร่างกาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นจากผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้จัดการอู่ซ่อมรถ พูดจาไม่ดีจึงมีปากเสียงกัน ก่อนจะมีผู้ชายมาช่วยล็อกตัวแม่กับหญิงสาวทำให้โดนต่อยซ้ำ
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ คุณเอ ผู้เสียหาย และคุณบี แม่ของผู้เสียหาย
ล่าสุด วันนี้ (29 ม.ค.) คุณเอ ผู้เสียหาย พร้อมด้วยคุณบี แม่ของผู้เสียหาย ได้เปิดใจว่า ข่าวที่อู่ซ่อมรถคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น เพราะอีกฝ่ายพยายามพูดแก้ตัวเพื่อโยนความผิดให้กับลูกสาวตน ทีมข่าวสังเกตว่า ที่บริเวณใบหน้าของผู้เสียหายยังมีแผลฟกช้ำที่ใบหน้า และยังมีอาการบาดเจ็บอยู่
                                                                                                                  คุณบี แม่ของผู้เสียหาย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไปรับรถกับลูกสาวที่อู่ซ่อมรถ เพราะจะย้ายรถไปซ่อมที่อู่ใหม่ เนื่องจากมีค่าส่วนเกินที่ต้องจ่ายถึง 5 หมื่นบาท ผู้จัดการบริษัทประกันภัยจึงแนะนำว่าสามารถเปลี่ยนอู่ได้ วันนั้นตนได้นั่งอยู่ในรถ โดยให้เพียงลูกสาวไปเจรจาเพื่อขอรับรถคืน
ระหว่างนั้น ลูกสาวตนได้โทรศัพท์มาบอกว่าโดนด่า ตนจึงเดินเข้าไปสอบถามว่า ลูกสาวตนอยู่ที่ไหน จนกระทั่งคนที่เป็นผู้จัดการอู่เดินมาพูดจาเหมือนตะคอกว่า “ไม่ต้องเสียงดัง ไปคุยกันข้างใน” ตนจึงตอบไปว่า “เป็นผู้จัดการจริงหรือเปล่าทำไมพูดจาไม่ดีใส่ลูกค้า” แต่ตอนนั้นตนก็ตัดสินใจเดินตามไป เพราะเป็นห่วงลูก
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ คุณเอ ผู้เสียหาย และคุณบี แม่ของผู้เสียหาย
คุณบี แม่ผู้เสียหายเล่าต่อว่า พอเดินเข้าไปในห้อง ผู้จัดการอู่ซ่อมรถพูดว่า “กูไม่ซ่อมแล้ว มึงเอารถมึงกลับไป” ตนพยายามทวงถามว่า ทำไมมาด่าลูกสาวตนเช่นนี้ เนื่องจากโดนด่าว่าเฮงซวย ตอนนั้นทางผู้จัดการอู่ไม่ได้ตอบตน ได้แต่โวยวายไล่พวกตนออกไป พอตนเห็นสภาพรถต้องตกใจ เพราะรถถูกถอดกันชนหน้า-หลังออกไป ทั้งที่ความจริงรถถูกชนท้าย ตนจึงโทรศัพท์หาผู้จัดการบริษัทประกันเพื่อปรึกษา แล้วเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้จัดการบริษัทประกันก็ขอคุยกับผู้จัดการอู่ซ่อมรถ แต่ผู้จัดการอู่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น จึงเดินเข้าไปหาภายในห้อง
                                                                                                                                              ช่วงเวลานั้น ผู้จัดการอู่ได้คุยโทรศัพท์กับบุคคลอื่นอยู่ ตนจึงได้พูดว่าผู้จัดการบริษัทประกันจะคุยด้วย แต่อีกฝ่ายกลับไม่คุย แล้วปัดโทรศัพท์ พร้อมกับทำท่าเหมือนจะชกตก แต่ลูกสาวได้เข้ามาห้ามปราม
                                                                                                                                                      จากนั้นมีผู้ชาย 2 คน ได้เดินเข้ามา คนหนึ่งได้ล็อกตัวลูกสาวตนไว้ ให้ผู้จัดการต่อยลูกสาว ในขณะที่ตนเองก็โดนล็อกจากผู้ชายอีกคน และมีผู้หญิงอีกคนจิกหัวอยู่ หลังโดนต่อยลูกตนได้ตะโกนบอกว่า “มองไม่เห็น”
สภาพด้านท้ายรถยนต์
 คุณบี แม่ผู้เสียหายบอกว่า มารู้ภายหลังผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าห้องคือเจ้าของอู่ซ่อมรถ ซึ่งยืนยันว่าวันเกิดเหตุเจ้าของอู่ไม่ได้คิดจะมาช่วยตนกับลูกสาวเลย
                                                                                                                                                                                                     ส่วนที่อู่ซ่อมรถออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตนกับลูกโมโห ไปล็อกแขนและข่วนหน้า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่มีรอยแผล เพราะลูกสาวตนเล็บยาว หากจิ้มเข้าไปที่ดวงตาต้องเป็นบาดแผล
สำหรับประเด็นที่บอกว่า มีนักเลงไปก่อกวนอีกฝ่าย นั้นไม่เป็นความจริง เพราะน้องชายของตนไปเอารถกับทางพนักงานประกัน ถ้าเป็นอันธพาลไม่มีบัตรประชาชน ทำไมทางอู่ถึงให้นำรถออกมาได้                                                                                                                                                                  สุดท้ายนี้ คุณบี แม่ผู้เสียหายยืนยันอีกว่า รถที่มีรอยกรีดเกิดขึ้นภายหลังจากที่ตนนำรถออกมาจากอู่ เพราะมีการถ่ายภาพไว้ก่อนส่งซ่อม วันดังกล่าวตนได้เห็นรอยที่รถ ทางพนักงานประกันภัยที่ไปกับตน ได้แนะนำให้ไปแจ้งความและเรียกร้องค่าเสียหายกับทางอู่ ถือได้ว่าในวันเกิดเหตุตนมีพยานยืนยัน จึงอยากเรียกร้องให้ทางอู่ซ่อมรถนำกล้องวงจรปิดมาเปิดดู
น.ส.กัณยารัตน์ ช่วยรักษา อายุ 29 ปี พนักงานของอู่
อย่างไรก็ตาม น.ส.กัณยารัตน์ ช่วยรักษา อายุ 29 ปี พนักงานของอู่แห่งดังกล่าว ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุตนเห็นว่า สองแม่ลูกเดินทางมาที่อู่ นายสถาพร กียะสูตร ผู้จัดการอู่ซ่อมรถ จึงได้เชิญให้มาพูดคุยด้านในห้องประชุม พอพูดคุยได้ไม่นานลูกสาวของคู่กรณี ได้ปัดเอกสารของนายสถาพร ตกลงพื้น ก่อนจะบอกว่าขอรับรถคืน นายสถาพรจึงเดินออกจากห้องเพื่อนำรถให้ ทั้ง 2 คนจึงเดินตามออกไป           
                                                                                                                                                                                                   หลังจากนั้นได้มีโทรศัพท์จากบริษัทประกันภัยของรถคันดังกล่าวโทรเข้ามา นายสถาพร จึงเข้าไปรับสายในห้องประชุม โดยทั้งสองคนได้เดินตามเข้าไป ตนได้ยินคุณบี แม่ผู้เสียหายถามนายสถาพร จะขอโทษหรือไม่ โดยนายสถาพร ได้กล่าวขอโทษ ซึ่งตนคาดว่า นายสถาพร ไม่ทราบว่าจะขอโทษเรื่องอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็ต้องพูดไป ต่อมาแม่ลูกก็ล็อกแขนของนายสถาพร คนละข้าง แล้วใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ดวงตาของ พร้อมกับจิกข่วนที่ใบหน้า ก่อนที่ตน และพนักงานในออฟฟิศจะเข้ามาห้าม โดยไม่ได้รุมทำร้าย
                                                                                                                                ภาพขณะที่ตนเองวิ่งเข้าไปห้ามนั้น อีกฝ่ายได้ดึงผมตนช่วงจังหวะที่กำลังจับแยก พร้อมกับกล่าวหาว่าตนจะเข้าไปรุม แต่ตนไม่ได้ถือสาเอาความในเรื่องดังกล่าว                     
                                                                                                                                                                                             ทั้งนี้ตนยืนยันว่า นายสถาพรไม่ได้ทำร้ายอีกฝ่ายแต่อย่างใด แต่เป็นการปัดมือเพื่อให้หลุดจากการล็อกแขนมากกว่า ส่วนอีกฝ่ายโดยเฉพาะลูกสาว หลังเกิดเหตุ ตนไม่เห็นบาดแผลบนใบหน้า เห็นเพียงทางฝั่งลูกสาว ใช้มือปิดตาด้านขวาไว้ มีบางช่วงที่เอามือออก แต่ไม่พบว่ามีร่องรอยบนใบหน้าแต่อย่างใด                                                  
คลิปเหตุการณ์ในอู่ซ่อมรถ
ขณะเดียวกัน ทางอู่ได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับทางทีมข่าวดู พบว่าด้านหน้าห้องประชุมที่จุดเกิดเหตุ จะเห็นภาพช่วงที่ นายสถาพร พูดคุยทางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าไปภายในห้องประชุม ก่อนที่สองคนแม่ลูกจะเดินตามเข้าไป หลังจากนั้น ไม่ถึง 1 นาที พนักงานที่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าห้องประชุม ได้วิ่งไปที่จุดเกิดเหตุ และพานายสถาพร ออกมาจากห้อง หากมีการรุมทำร้ายกันจริง ต้องใช้ระยะเวลาในการทำร้ายกันมากกว่านี้ และพนักงานคงไม่ดึงนายสถาพรออกมา
ภาพจากกล้องหน้าห้องรับรอง ขณะแม่กับลูกสาวออกจากห้องประชุม
ภาพอีกมุมหนึ่งคือ บริเวณด้านหน้าห้องรับรอง พบว่าหลังจากเกิดเรื่องสองแม่ลูกเดินออกมา โดยลูกสาวได้ปิดตาด้านขวาไว้ ส่วนผู้เป็นแม่ยืนโวยวายกับทางอู่ ในภาพจะเห็นว่า ลูกสาวไม่ได้บาดเจ็บอย่างหนักตามที่เป็นข่าว และสามารถเดินได้ตามปกติ บริเวณใบหน้าไม่มีร่องรอยแต่อย่างใด
นายพรนิฤทธิ์ เลิศธีรพงศ์ และ นายพรนิรันดร์ เลิศธีรพงศ์ ลูกชายเจ้าของอู่

ส่วนทางด้าน นายพรนิฤทธิ์ เลิศธีรพงศ์ และ นายพรนิรันดร์ เลิศธีรพงศ์ ลูกชายเจ้าของอู่ เปิดเผยว่า ทางอู่อยากกล่าวขอโทษทุกคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่อยากให้สรุปว่าใครถูกหรือผิด เพราะจะทำให้เรื่องไม่จบ จึงอยากให้เรื่องทุกอย่างยุติลง

ร่องรอยขีดข่วนด้านหน้ากระโปรงรถตั้งแต่นำเข้ามาซ่อม

โดยขอยืนยันว่า ยินดีจะรับผิดชอบฝ่ายคู่กรณี หลังจากนี้จะอบรมพนักงานในเรื่องการให้บริการให้ดีขึ้น ส่วนทางคดีปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ซึ่งชนวนเหตุครั้งนี้คาดว่า น่าจะเป็นเรื่องของวงเงินประกันภัยรถยนต์ที่ไม่ได้ครอบคลุมการซ่อมรถทั้งหมด จึงเกิดความไม่พอใจ

นายพรนิฤทธิ์ และนายพรนิรันดร์ ยืนยันว่า ทางอู่ไม่ได้ข่มขู่อีกฝ่าย แต่เป็นเพียงการเจรจาให้เรื่องยุติเท่านั้น นอกจากนี้ ทางอู่ไม่ได้กรีดรถรวมถึงราดน้ำมันใส่รถคู่กรณีแต่อย่างใด โดยฝากระโปรงหน้ารถมีร่องรอยการขีดข่วนตั้งแต่ช่วงที่นำรถเข้ามาซ่อมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ทางอู่ได้เปิดภาพรถคันเกิดเหตุ ที่ส่งเข้าอู่ให้ทีมข่าวดูว่า มีร่องรอยขีดข่วนด้านหน้ากระโปรงรถตั้งแต่นำเข้ามาซ่อม โดยช่วงที่รับรถออกไปก็มีการเซ็นรับทราบอย่างถูกต้อง

keyboard_arrow_up