“แจมมี่” ไม่เอาผิดคนโพสต์ด่าเป็น “เมียน้อย” ทนายเผย บินกลับบ้านเมืองนอกแล้ว (คลิป)

ถือว่าตอนนี้ในวงการบันเทิงมีประเด็นร้อนแรงให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องที่หลายคนจับตามอง คงหนีไม่พ้นเรื่องสาว “ตั๊กแตน ชลดา” ที่ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า “เพชร สหรัตน์” สามี พร้อมรูปภาพแชทไลน์ที่สามีตัวเองพูดคุยกับผู้หญิงรายหนึ่งชื่อว่า “แจมมี่” เรื่องดังกล่าวแม้จะเป็นระยะเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่มีใครพร้อมออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์

ล่าสุด วันนี้ (29 ม.ค.) นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ผู้ที่เข้ามาดูแลคดีความ เนื่องจาก แจมมี่ ได้ติดต่อสอบถามว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น สามารถเอาผิดข้อหาใดได้บ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทนายเจมส์ ขอพูดถึงเรื่องของฝ่ายสาวแจมมี่เท่านั้น พร้อมเผยว่า ตอนนี้ฝ่ายหญิงไม่ติดใจเอาความใคร ขออยู่เงียบๆ ให้เรื่องจบไปดีกว่า และตอนนี้ก็บินไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว

“เบื้องต้นตอนแรกที่เขาติดต่อมา เขาไม่ได้ติดต่อมาเพื่อดำเนินคดี เขาติดต่อมาเพื่อขอความรู้ทางด้านกฎหมาย ขอให้พี่ช่วยอธิบายกรณีที่มีคนนำข้อความ สนทนาทางไลน์ของเขาไปโพสต์ แล้วมีรูปหน้าเขาด้วย แล้วมีข้อความที่ไม่เหมาะสม แบบนี้จะดำเนินคดีอะไรได้บ้าง พี่ก็อธิบายไปว่า ในกรณีแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือว่าเรื่องไม่จริง ถ้าไปโพสต์ข้อความในลักษณะนี้ เป็นการหมิ่นประมาทและเป็นการหมิ่นประมาทได้หลายประเภท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยการแสดงข้อความ ด้วยการแสดงภาพก็ผิดหมด ปกติแล้วการหมิ่นประมาทเป็นบุคคลต่อบุคคลก็จะโทษน้อยหน่อย แต่ถ้าเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเมื่อไหร่โทษก็จะหนักขึ้น เป็นจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท ก็เลยอธิบายให้เขาฟัง เขาก็เข้าใจแต่น้องเขาก็ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเอาผิดใคร แล้วก็ฝากบอกขอโทษทุกๆคนทุกๆฝ่ายที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

ส่วนถ้าหากจะเอาผิดมีโทษอย่างไรบ้างนั้น สำหรับคนโพสต์และคนแชร์ต่อ ทนายเจมส์ บอกว่า ต้องบอกก่อนว่า ในกรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง ขอแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่หนึ่ง ถ้าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคุณโพสต์หรือว่าแชร์อะไรก็ได้ เพราะว่าถือว่าเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาไม่ได้มีชื่อเสียงในวงการ ไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะที่คุณจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสุจริตอาจจะมีความผิดหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาได้ เนื่องจากเป็นการโพสต์และแชร์ที่ทำให้ประชาชน บุคคลหรือคนอื่นๆเข้าถึงข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก กฎหมายก็เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในส่วนของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมาตรา 14 บอกไว้ชัดเจนเลยว่า ยกเว้นกรณีหมิ่นประมาท แต่ถ้ามีรูปปรากฏอยู่ก็ต้องไปดูอีกทีนึงว่าเข้าข่ายมาตรา 16 หรือไม่ ว่ามีการตัดต่อ เปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่ผิด ซึ่งโทษค่อนข้างหนัก

หากถามว่า สำหรับผู้ที่แชร์ต่อสามารถเรียกตัวมาดำเนินคดีได้หรือไม่นั้น ทนายเจมส์ บอกว่า ต้องแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งคือคนแชร์ คนแชร์จะมีความผิด ส่วนคนกดไลค์อาจจะไม่ได้มีความผิด แต่อาจจะถูกหมายเรียกเพื่อยืนยันตัวบุคคลคน กลุ่มสุดท้ายคือคนที่มาแสดงความคิดเห็น ถ้าแสดงความเห็นในเชิงยุยงส่งเสริมก็จะมีความผิดฐานสนับสนุน

ทนายเจมส์ บอกว่า สาวแจมมี่ เขาอยากบอกกับสังคมว่า ขอโทษที่ทำให้มีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะเขาเองไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกระทบหมดทุกอย่างในเรื่องการงานของเขาก็มีกระทบบ้าง ตอนนี้ สาวแจมมี่เลยไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความอีก อยากจะตัดและจบเพียงแค่นี้ ตอนนี้สาวแจมมี่อยู่ที่ต่างประเทศ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าที่ประเทศใด แต่การไปต่างประเทศในครั้งนี้ เพราะกลับไปทำงานตามปกติ

โดย ทนายเจมส์ ได้แนะนำสาวแจมมี่ว่า การที่เรามีแผลมันยากที่จะทำให้แผลนั้นมันหาย สิ่งสำคัญคือ จะอยู่อย่างไรกับแผลเป็นที่มันเกิดขึ้น นั้นคือ การทำใจยอมรับสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอย่าไปต่อความยาว สาวความยืด เพราะมันจะทำให้เราเหนื่อยและลำบากใจ ตนเลยบอกว่าให้เขาหยุด แล้วอยู่กับคนที่เขาเข้าใจเราจะเป็นการดีที่สุด ตนก็ดีใจที่เขายอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ไม่เอาความใดๆทั้งสิ้น ทั้งทางแพ่งและทางอาญา และรู้สึกว่าเป็นการดีเพราะมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรร้ายแรง ก็อาจจะแค่ตกเป็นจำเลยสังคมไป ”

สุดท้าย อยากจะฝากบอกอะไรกับสังคมกับเรื่องราวนี้ที่เกิดขึ้นไหม “ผมอยากจะแนะนำว่าการรับรู้ข้อมูลข่าวสารฝ่ายเดียว อาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้ อยากให้ทุกคนเสพข่าวเสพข้อมูลอย่างมีสติ ฟังข้อมูลทั้งสองด้านแล้วก็วิเคราะห์ ผมเห็นมาหลายเคสแล้วที่รีบโพสต์รีบแชร์รีบวิพากษ์วิจารณ์โดยที่ยังไม่ได้ฟังอีกฝ่ายเขาชี้แจง มันเกิดความผิดพลาดมาหลายเคสแล้วในสังคมไทย ”

keyboard_arrow_up