ทนายษิทราสุดซึ้ง! ช่วยแพะรอดคุกคดียัดยา ผู้พิพากษาสอนเยี่ยม “อย่ารับใช้คนเลว” (คลิป)

จากกรณี พ.จ.อ.อภิชาติ ขำศรี พันจ่าทหารกองทัพอากาศ ซึ่งเคยทำงานกับเสี่ยเจ้าของธุรกิจรายหนึ่ง ภายหลังมาทราบว่า เป็นธุรกิจผิดกฎหมาย จึงขอถอนตัว หลังจากนั้นขณะขับรถไปทำบุญ โดนยัดยาเสพติดในรถยนต์ส่วนตัว จนถูกตำรวจจับกุม ต้องติดคุกอยู่นาน 7 เดือน 6 วัน ก่อนฮึดต่อสู้คดี กระทั่งศาลมีคำสั่งยกฟ้อง

วันนี้ (24 ม.ค.61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น.ได้เชิญ พ.จ.อ.อภิชาติ ขำศรี อดีตผู้ต้องขัง คดีครอบครองยาเสพติด กับ นายประเสริฐ ขำศรี พ่ออดีตผู้ต้องขัง มาพูดคุยในรายการ ภายใต้หัวข้อ “ทหารชีวิตพัง ติดคุก 7 เดือน เพราะถูกมาเฟียยัดยา”

“พ.จ.อ.อภิชาติ” อดีตผู้ต้องขังคดีครอบครองยาเสพติด

พ.จ.อ.อภิชาติ เปิดเผยว่า ไปทำงานเป็นบอดี้การ์ดเมื่อ เดือน มิ.ย.59 โดยเสี่ยนักธุรกิจ ให้ไปดูแลภรรยาน้อย และให้มาพักอยู่กับตน ซึ่งเสี่ยเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว 2 คน แต่ต่อมาเกิดความหึงหวง และตนทำงานแล้วรู้สึกว่างานที่ทำอยู่เป็นงานผิดกฎหมาย จึงออกจากงานโดยไม่ได้บอกกล่าวกับเสี่ย

ประเสริฐ ขำศรี พ่ออดีตผู้ต้องขัง

ต่อมา เสี่ยคนดังกล่าว ได้ออกตามหาตน แต่ไม่พบ จึงไปตามหากับพ่อ คือ นายประเสริฐ ขำศรี โดยเสี่ยพูดกับพ่อว่า ลูกชาย ลักทรัพย์จำนวน 1,700,000 บาท และได้แจ้งความไว้แล้ว เมื่อพ่อทราบเรื่อง ไม่คิดว่าลูกชายจะทำเรื่องดังกล่าวได้ เพราะตั้งแต่เลี้ยงดูมาไม่เคยมีประวัติแบบนี้มาก่อน แต่เสี่ยบอกว่า ลูกขโมยปืนมา แถมยังขู่ก่อนกลับไปด้วยว่า “จะให้ลูกชายหมดอนาคต จะให้แสนสาหัส”

หลังจากนั้นวันที่ 17 มิ.ย.60 ตนได้ไปทำบุญกับเพื่อนๆ ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุถูกรถเก๋งอีกคันพุ่งชน โดยคู่กรณีเป็นสองสามีภรรยา เมื่อเกิดเหตุ ผู้หญิงร้องไห้ ขอให้เอารถของตนไปซ่อมเองที่อู่ แต่เมื่อขับไปถึงอู่ก็ปิดแล้ว จึงต้องจอดรถทิ้งไว้ และมาใหม่ในตอนเช้า เมื่อมาถึงเห็นว่า รถถูกเปิดออก คิดในใจว่า ช่างคงเปิดเพื่อประเมินราคาค่าซ่อมรถ โดยไม่ได้คิดอะไร กระทั่งซ่อมเสร็จ ก็พากันขับรถไปทำบุญตามที่ตั้งใจไว้

พ.จ.อ.อภิชาติ กล่าวว่า ระหว่างทางถูก ตำรวจเรียกตรวจค้น เปิดเบาะเจอยาไอซ์ 30 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกตกใจว่า มียาเสพติดมาอยู่ในรถของตนได้อย่างไร ในขั้นตอนสู้คดี ตนได้ปฎิเสธในชั้นสอบสวน แต่ต่อมาทนายได้บอกให้รับสารภาพ บอกกับตนว่า โอกาสรอดยาก ถ้าสารภาพโทษจะได้ลดลง กระทั่งมีเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเข้ามาให้ความรู้ในเรือนจำ จึงติดต่อกับ ทนายษิทรา เพื่อขอความช่วยเหลือ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

นายษิททรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เปิดเผยว่า จากแรกเริ่มที่ไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย ได้แต่คำบอกเล่า จนพบพิรุธในวันไปทำบุญหลายอย่าง ส่วนประเด็นยามาอยู่ในรถได้อย่างไร จากการสืบพบว่า พ.จ.อ.อภิชาติ ได้ขับรถไปชนกับคู่กรณี แต่ว่า คู่กรณีกลับขอให้เอารถไปซ่อมที่อู่คู่กรณีรู้จักแทน พ.จ.อ.อภิชาติ จึงได้มีการให้ นำรถไปที่อู่ของฝ่ายคนชน ซึ่งผิดวิสัย และพบว่าตอนไปถึงอู่กลับปิดจึงจอดรถไว้ แต่พอรุ่งเช้า พ.จ.อ.อภิชาติ มาถึงพบว่า รถถูกไขเปิดประตู ซึ่งแปลกมาก เพราะกุญแจยังอยู่กับ พ.จ.อ.อภิชาติ คาดว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีการนำยาเสพติดมาซุกซ่อน

และเมื่อมีการเบิกความในชั้นศาล พยานซึ่งเป็นลูกน้องเสี่ยได้ให้การมีพิรุธ อ้างว่า ไม่เคยสะกดรอย พ.จ.อ.อภิชาติ แต่พอถูกซักว่า เรามีภาพวงจรปิด พยานรายนี้เลยรับว่า สะกดรอย พ.จ.อ.อภิชาติ จริง และยังพบว่า มีการให้คนมาติดจีพีเอสรถของ พ.จ.อ.อภิชาติ เพื่อรู้เวลาเดินทาง และเกิดเหตุรถชน ซึ่งคนที่ชนก็พบว่า เป็นเพื่อนกับลูกน้องเสี่ยอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นพิรุธหลายจุด อีกทั้งหาก พ.จ.อ.อภิชาติ ค้ายาจริง วันดังกล่าวคงไม่เดินทางไปทำบุญถึง 3 วัด เพราะควรส่งยาเสพติดให้จบก่อน มันผิดวิสัยของคนร้าย นี่เลยทำให้ศาลยกฟ้อง

ทั้งนี้ ก่อนที่ศาลจะอ่านคำตัดสิน พ.จ.อ.อภิชาติ กล่าวว่า ท่านผู้พิพากษา ได้ชี้แนะให้ตนทำงานโดยสุจริต อย่าทำงานรับใช้คนไม่ดี เพราะที่สุดแล้วจะนำภัยมาให้ในภายหลัง ตนรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่ท่านผู้พิพากษาแนะนำ และถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตที่ลืมไม่ลง โดยยอมรับว่า รู้สึกแค้นเสี่ยที่ทำกับตนเองแบบนี้ แต่เชื่อว่า เวรกรรมมีจริง ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผลกรรมเช่นนั้น

นายษิทรา กล่าวว่า ท่านผู้พิพากษาได้ให้คำแนะนำที่มีค่ากับตนเป็นอย่างมาก โดยท่านระบุว่า ขอให้เป็นทนายที่ทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง อย่าทำงานรับใช้คนชั่ว คนเลว เพราะประชาชนจะได้อาศัยเป็นที่พึ่ง ยิ่งเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ อนาคตยังอีกไกล หากคิดดี ทำเพื่อประชาชนแล้วผู้คนจะได้มีที่พึ่ง และช่วยสร้างความเป็นธรรมสู่ประเทศได้ ซึ่งตนยอมรับว่า คำแนะนำดังกล่าว ทำให้ตนซาบซึ้ง และจะขอเป็นคนอาสาทำประโยชน์เพื่อประชาชนต่อไป คดีนี้เป็นคดีที่ตนประทับใจที่สุด เพราะยากมาก กว่าจะทำความจริงให้ปรากฏ

สัมภาษณ์ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ทางด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ในวันศุกร์ที่ 26 ม.ค.61 นี้ทางทนายษิทรา กับ พ.จ.อ.อภิชาติ จะเดินทางเข้าพบ หากอัยการไม่อุทธรณ์คดีนี้ พ.จ.อ.อภิชาติ ในฐานะเหยื่อ หรือ แพะในคดี จะได้รับเงินชดเชยจำนวน 63,000 บาท และอาจเข้าสู่แผนคุ้มครองพยาน เรื่องความปลอดภัย

 

 

 

keyboard_arrow_up