นายสถานีรถไฟ แจง! กรณีปัญหาการจัดระเบียบตลาดพิมลชัย ช่องโหว่ เหตุก่อการณ์ร้าย

จากกรณีคนร้ายใช้ จยย.บอมบ์ ก่อเหตุกลางตลาดสดพิมลชัย ใจกลางเมืองยะลา จนเป็นเหตุให้ มีผู้เสียชีวิต 3 รายและเจ็บอีกเกือบ 20 ราย เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงาน ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ต่างได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก จนท.จะเข้าไปจัดระเบียบภายในตลาด แต่ติดปัญหากับการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำให้เกิดช่องโหว่ในมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัย จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นั้น

นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟยะลา

นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟยะลา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าตลาดสดพิมลชัย ของการรถไฟฯ นั้น ในอดีตมีบริษัทพิมลชัยธร จำกัด เป็นผู้รับสัมปทานมาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ปรากฏว่า ภายหลังการรถไฟฯได้ตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับสัมปทานทำผิดเงื่อนไขบางอย่าง จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารทรัพย์สินการรถไฟฯ ฟ้องร้องบริษัทพิมลชัยธร และเป็นคดีความระหว่างฝ่ายบริหารทรัพย์สินของการรถไฟฯ กับบริษัทพิมลชัยธร มาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้ เกือบ 20 ปีแล้ว

บรรยากาศภายในตลาดพิมลชัย

ทราบว่าขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนของศาลฏีกา ซึ่งในระหว่างเกิดคดีความทำให้การรถไฟฯ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบภายตในตลาดได้ เพราะต้องรอให้คดีสิ้นสุดก่อน ทำให้ถูกมองว่าทำให้หน่วยงานอื่นเข้าไปจัดระเบียบภายในตลาดไม่ได้ เพราะติดขัดกับการรถไฟฯในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่หารู้ไม่ว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การรถไฟฯ แต่ปัญหาอยู่ที่พื้นที่ตลาดแห่งนี้ยังมีคดีความอยู่ ซึ่งคดียังไม่สิ้นสุดหรือหมดสัญญาเช่าสัมปทาน ระหว่างบริษัทพิมลชัยธร จำกัด กับ การรถไฟฯ ซึ่งสัญญาเช่าจะสิ้นสุดหรือหมดสัญญาสัมปทาน ลงในปี 2562 ที่จะถึงนี้

ชาวบ้านที่มาซื้อของในตลาด

สำหรับการจัดเก็บรายได้ในพื้นที่ตลาดพิมลชัย ในระหว่างการฟ้องร้อง นั้น การรถไฟฯได้มอบหมายให้สถานีรถไฟยะลา เป็นผู้เข้าไปดำเนินการจัดเก็บ โดยเก็บค่าที่สำหรับแม่ค้าพ่อค้าที่เปิดแผงขาย เป็นรูปแบบตั๋วฉีกเป็นรายวัน รายได้ตกวันละกว่า 1 หมื่นบาท

บรรยากาศภายในตลาดพิมลชัย หลังเกิดเหตุระเบิดยังคงเงียบเหงา

สำหรับบรรยากาศภายในตลาดพิมลชัย หลังเกิดเหตุระเบิดแม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาเป็นวันที่ 3 แล้ว แต่ปรากฏว่า บรรยากาศทั่วไปยังเงียบเหงา ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าบางตา ในขณะที่ผู้ค้าบางราย ยังทำใจไม่ได้กับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ยังมีความหวาดผวา ขวัญเสีย ต้องทิ้งแผงขายของไปเป็นการชั่วคราวก่อน รอให้สภาพจิตใจกลับเข้าสู่ปกติ จึงจะได้กลับมาขายของตามปกติ

ถึงแม้จะมีกำลัง จนท.ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและภาคประชาชน ได้ระดมกำลังเข้ามาดูแลความเรียบร้อย และความปลอดภัยเป็นจำนวนมากก็ตาม โดยได้กำหนดการเข้า-ออก ตลาดอย่างเป็นระบบ มีทางเข้าตลาดเพียง 2 เส้นทาง โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตั้งด่านตรวจเข้มในเส้นทางเข้า และจัดกำลัง อส.และภาคประชาชน เข้ารักษาการณ์ในเส้นทางออก เพื่อป้องกันการแอบนำรถเข้าไปในตลาดสดอีกด้วย

 

keyboard_arrow_up