สลด! แม่-สามีใหม่ ร่วมกันทำร้ายใช้บุหรี่จี้ลูก 6 ขวบ ยายรับไม่ได้ แจ้งตร.ดำเนินคดี (คลิป)

วันนี้ (18 ม.ค.) ที่โรงพยาบาลสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็ก และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามพราน เข้าตรวจสอบกรณีเด็กชายป่าน (นามสมมติ) วัย 6 ขวบ หลังรับแจ้งจาก นางวัน (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นยาย ขอความช่วยเหลือให้มีการติดตามตัวแม่ของเด็ก ที่ร่วมกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหากัน ร่วมกันทำร้ายจนร่างกายมีบาดเจ็บ มีบาดแผลไปทั่วตัว

เมื่อเจ้าหน้าไปถึงพบน้องป่าน วัย 6 ขวบ นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วยและมีอาการสะดุ้งตื่น ส่งเสียงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวเป็นระยะ และไม่ยอมให้มีใครเข้าใกล้โดยเฉพาะผู้ชายแปลกหน้า เป็นที่น่าเวทนากับผู้ที่ได้พบเห็น โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสอบถามข้อมูลเพื่อให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ตามร่างกายของน้องป่าน มีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ตั้งแต่ใบหน้าที่มีรอยข่วน ต้นแขนซ้ายที่มีแผลเป็นวงลึกคาดว่าน่าเกิดจากโดนของร้อน และที่ลำตัวมีรอยจี้เป็นจุดคล้ายถูกบุหรี่จี้ ส่วนที่แผ่นหลังและขาก็มีแผลฟกช้าถลอกสลับกับแผลเป็นจ้ำๆ จากการถูกตีและทุบด้วยของแข็ง

นางวัน กอดหลานร่ำไห้ด้วยความสงสาร

นางวัน อายุ 57 ปี ยายของน้องป่าน เล่าว่า เมื่อเวลา 20.30 น. ของคืนวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.เอ แม่ของน้องป่าน ได้นั่งรถแท็กซี่มาพร้อมกับน้องป่าน และมีท่าทีพิรุธ นำน้องป่านมาส่งเข้านอนและกำชับตนเองว่าให้รีบปิดไฟนอน ส่วนน้องป่านนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ตนรู่สึกเองสงสัยจึงได้เปิดไฟดูหลาน พบว่ามีแผลหลายแห่งจึงได้อุ้มหลานออกมาให้เพื่อนบ้านดู ซึ่งทุกคนต่างก็ตกใจเมื่อพบว่าทั้งตัวมีแต่บาดแผล และมีผ้าปิดแผลหลายแห่ง ตนจึงได้ถามหลานว่าไปโดนอะไรมา หลายชายจึงบอกว่า โดนแม่และแฟนใหม่ของแม่ช่วยกันตี หลังทราบเรื่อง ตนรู้สึกตกใจจึงได้รีบนำหลานเข้าแจ้งความที่ สภ.สามพราน ในระหว่างที่สอบปากคำ ตนได้สังเกตเห็นอาการน้องป่านแย่ลง จึงได้ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล และได้มาถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 22.00 น.

นางวัน เฝ้าดูอาการหลายชายด้วยความเป็นห่วง

นางวัน บอกอีกว่า บ้านตนเองมีอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ตนเอง นางสาวเอ (แม่น้องป่าน) และน้องป่าน หลานชาย วัย 6 ขวบ ส่วนตนเองทำงานเป็นแม่บ้านทำงานซักรีดอยู่ที่อำเภอสามพราน น.ส.เอได้แยกทางกับพ่อน้องป่านตั้งแต่น้องอายุได้ 1 เดือน ส่วน น.ส.เอ ได่ทำงานเป็นพนักงานขายโทรศัพท์มือถือ ที่ห้างฯ แห่งหนึ่งย่านศาลายา ก่อนหน้านี้ น.ส.เอ ได้คบหาอยู่กับนายแป๊ะ และเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.60 ที่ ผ่านมา น.ส.เอ ได้พาน้องป่านไปพบนายแป๊ะ ที่กทม. โดยบอกว่าจะพาไปเที่ยวปีใหม่ย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ

กระทั่งเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ตนเห็นว่า น.ส.เอ ยังไม่นำน้องป่าน กลับมาเพื่อเข้าเรียนหนังสือเพราะเปิดเทอมไปหลายวันแล้ว จึงได้โทรไปสอบถาม และตนได้ขอพูดสายน้องป่าน ซึ่งได้ยินหลานน้ำเสียงไม่ค่อยดี จึงได้บอกไปว่าถ้าไม่นำหลานมาส่งตนจะไปแจ้งความ จนกระทั่ง น.ส.เอ ได้นำตััวหลานมาส่งในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และพอตนได้เห็นสภาพหลานก็รู้สึกตกใจ

นางสาวชนานันท์ วุฒทวี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือ

นางวัน เล่าว่า บ้านตนไม่เคยเลี้ยงลูกด้วยความรุนแรง ไม่เคยตีลูกและหลานรุนแรง แต่ทำไมหลานชายตนต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ปกติหลานชายจะเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน แต่เมื่อวานนี้ไม่ค่อยพูดจากับใครมีอาการผวา ตลอดเวลาตอนนี้เครียดมากสงสารหลาน และจะให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกสาวและนายแป๊ะให้ถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.พงศกร อุปพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.สามพราน ได้ให้ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน และพนักงานสอบสวน มาสอบปากคำนางวัน เพิ่มเติมเพื่อจะรวบรวมข้อมูลส่งให้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ท้องที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนทั้งสองมาดำเนินคดีต่อไป

นางสาวชนานันท์ วุฒทวี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครปฐม

ขณะที่ น.ส.ชนานันท์ วุฒทวี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตอนนี้การช่วยเหลือเบื้องต้นได้จัดทีมการรักษาเยียวยา ทั้งร่างกายและจิตใจสำหรับน้องป่านและนางวันผู้เป็นยายไว้แล้ว และประสานทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน ในการหาห้องพิเศษเพื่อคัดแยกจากผู้ป่วยอื่น เพื่อให้สภาวะจิตใจที่ดีขึ้นก่อน ซึ่งบาดแผลตามร่างกายน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนสภาพจิตใจของเด็ก จะมีการเยียวยาอีกครั้ง ส่วนสิทธิการรักษานั้น จะเข้าสู่กระบวนการ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและสตรีในการรักษา และบาดแผลที่พุพองนั้นรอต้องผลเลือดว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานต่างๆได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือสองยายหลานอย่างเต็มที่แล้ว

keyboard_arrow_up