หมอ เปิดใจครั้งแรกโต้ทารุณหมาฉีดสารหน้าเบี้ยว เชื่อคนแฉหวังดิสเครดิตหลังเปิดฟาร์มเอง (คลิป)

จากกรณีที่ นายอุดมศักดิ์ สกุลประดิษฐ์ อายุ 31 ปี เจ้าของฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งทางภาคใต้ ร้องสื่อว่ามี นายแพทย์ ซื้อสุนัขฟาร์มของตนไปเลี้ยง ผ่านไปประมาณ 4 เดือน นายแพทย์คนดังกล่าวได้โทรศัพท์ มาแจ้งว่า ส่งสุนัขไม่ตรงกับภาพในปก ไม่เหมือนกับที่ตกลงกันไว้ ตนจึงยอมเปลี่ยนตัวใหม่ให้ แต่พอสุนัขตัวเก่าถูกส่งกลับมาพบว่า สุนัขถูกทารุณกรรมอย่างหนัก บริเวณใบหน้ามีการฉีดสารเคมีจนตาเกือบบอด และใช้สารเคมีกัดสีขน จนขนสุนัขได้รับความเสียหาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สุนัขที่อยู่ภายในฟาร์มของหมอ

ล่าสุด วันนี้ (16 ม.ค.) บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น นายแพทย์ เปิดใจกับทีมข่าวว่า ไม่เคยทรมานสุนัข ส่วน สุนัขบลูด็อก จากในภาพที่มีคนนำโพสต์ ขออธิบายว่า ตอนที่ซื้อมาแล้วได้นำไปฝากให้คนเลี้ยง ตอนนั้นสุนัขมีอาการไม่สบาย ซึ่งตนได้นำไปให้สัตวแพทย์ตรวจอาการ พบว่าเป็นเชื้อราเปียก ซึ่งได้รักษาสุนัขจนหายดี

นายแพทย์ที่เป็นข่าวทารุณกรรมสุนัข

ส่วนเรื่องที่มีผู้โพสต์ว่า ตนทรมานสุนัข เรื่องนี้น่าจะเป็นการดิสเครดิตตนเอง เพราะตนกำลังเริ่มทำฟาร์มสุนัข ขณะนี้สุนัขกำลังคลอดลูก และส่งออกไปขายได้แล้ว แต่ฟาร์มของตนขายในราคาที่ถูกกว่าฟาร์มคนอื่น อาจจะเป็นไปได้ว่า มีขบวนการกล่าวหาตนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ขณะเดียวกันตนกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานทุกอย่าง หากมีการพูดพาดพิงตนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนเริ่มออกลูก

นอกจากนี้ นายแพทย์ ยังได้พาผู้สื่อข่าวไปดูฟาร์มสุนัขพันธุ์บูลด็อก และสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน คนที่เลี้ยงสุนัขในฟาร์มบอกว่า ทุกเช้าจะล้างกรงให้สะอาด และดูแลถูกสุขลักษณะทุกอย่าง พร้อมทั้งให้อาหารตามเวลา และเลี้ยงดูอย่างดี ไม่เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา

บรรยากาศฟาร์มสุนัขของหมอ

โดยผู้สื่อข่าวได้ขอเยี่ยมชม สภาพทั่วๆ ไปของฟาร์มเลี้ยงสุนัข พบว่า เป็นฟาร์มที่สะอาดมีกลิ่นบ้างเล็กน้อย อีกทั้ง สามารถเก็บเสียงหมาเห่าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการเลี้ยงในห้องกระจกมีการแยกสัดส่วนกรง กรงละ 1 ตัว อย่างชัดเจน รอบๆฟาร์มก็มีความสะอาด อีกทั้งตั้งอยู่หน้า สภ.บ้านในหูต เมื่อถาม ตำรวจก็ ทราบว่า ฟาร์มหมาแห่งนี้ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน อีกทั้ง ขี้หมายังเอามาใส่ปุ๋ยต้นไม้ของโรงพักจนงอกงาม อีกด้วย

ส่วนทางด้าน นายอุดมศักดิ์ สกุลประดิษฐ์ เจ้าของฟาร์มสุนัข คู่กรณีของนายแพทย์ ชี้แจงว่า ก่อนจะขายสุนัข ให้นายแพทย์ ได้ส่งรายละเอียดอย่างครบถ้วน รวมถึงใบเพดดีกรี หรือใบรับรองคุณภาพสุนัข โดยอธิบายนายแพทย์อย่างรายละเอียดทั้งสี และพันธุ์สุนัข พร้อมยืนยันว่านายแพทย์ รับทราบทุกขั้นตอน ตนจึงส่งสุนัขให้นายแพทย์ ก่อนที่จะให้นายแพทย์ โอนเงินค่าสุนัขด้วยซ้ำ

ทั้งหมดมีหลักฐานชัดเจน โดยช่วง 4-5 ปี ที่เปิดฟาร์มสุนัข ไม่เคยมีชื่อเสียงด้านลบแต่อย่างใด เนื่องจากทำทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา เวลานี้วงการสุนัขพันธ์ปอมฯ ในเมืองไทยต่างให้ความยอมรับว่า เป็นฟาร์มอันดับหนึ่ง ถ้าต้องการซื้อสุนัขสี (คือหมาพันธ์เล็กที่มีสีสรร สวยงาม) ต้องไปซื้อที่ฟาร์มของตนเท่านั้น

เจ้าของฟาร์มสุนัข คู่กรณีของนายแพทย์

พร้อมทั้งชี้แจงว่า เรื่องที่มีคนกล่าวหาว่า ตนมีเงินมากมาย จากการหลอกลวงขายหมา จนสร้างบ้านได้หลังละ 4-5 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า หลังจากพ่อตนเอง ที่เป็นนายตำรวจถึงแก่กรรม ได้รับเงินก้อน และเงินที่ได้จากการทำสวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา และสวนทุเรียนที่แม่แบ่งปันให้ จนสามารถสร้างบ้านได้ และไม่เคยฉ้อโกงคนอื่น

ในวันพรุ่งนี้จะเดินทางเข้ากรุงเทพ  เพื่อพบกับผู้เสียหายรายอื่น ซึ่งจะรวมตัวกันไปแจ้งความนายแพทย์  ข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยก่อนหน้านี้แม้จะเคยมี กลุ่มผุ้เลี้ยงหมาบูลด็อกโดนกระทำแบบนี้มาแล้ว ซึ่งนายแพทย์ ยอมจ่ายเงินค่าเสียหาย ทำให้เรื่องเงียบไป แต่ครั้งนี้ตนจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด

ฟาร์มสุนัขพันธุ์บูลด็อก และปอมเมอเรเนียน

รวมทั้งยังมองว่า นายแพทย์คนดังกล่าว คงจะอยากเป็นอันดับหนึ่งในวงการค้าขายสุขนัขแต่ละประเภท อย่างกรณีหมาบูลด็อกก็เช่นเดียวกัน แต่กลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขบูลด็อกต่อต้าน จนต้องยอมแพ้ไป และหันมาทำกับกลุ่มซื้อขายสุนัขปอมฯ

ขณะเดียวกัน นายอุดมศักดิ์ ยืนยันว่า ถูกนายแพทย์ พูดจาข่มเหงหลายครั้งเช่น นายแพทย์เคยประกาศว่า ไม่ว่าใครที่มาซื้อสุนัขพันธุ์ปอมฯ จากฟาร์มของตน จะไปซื้อกลับคืนมาทั้งหมด และจะไม่ให้ใครมาซื้อหมาปอมฯ จากฟาร์มของตนอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม นายอุดมศักดิ์ ยืนยันว่า จะขอสู้ให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว ตนเองพูดแต่ความจริง ไม่เคยโกหก หลอกลวงใคร

keyboard_arrow_up