พิสูจน์สารสเตียรอยด์ ยาตำรับ “อ.อ๊อด” ด้านลูกศิษย์ยัน ไม่มีการขายยา-รับเรียกเงิน (คลิป)

จากกรณีนายนิพนธ์ ห่อจินดาภิญโญ อายุ 37 ปี ขอความช่วยเหลือมายังแฟนเพจฟักโกสต์ ให้ช่วยตรวจสอบถึงความไม่ชอบมาพากลของตำหนักร่างทรงชื่อดัง ในอำเภอกระทุ่มแบน ที่มีการจำหน่ายยาแผนโบราณรักษาโรคเบาหวาน-ความดัน แต่เคยมีประวัติถูกจับกุมเมื่อปี 2554

นายนิพนธ์ ห่อจินดาภิญโญ ผู้เสียหาย

ล่าสุด วันนี้ (16 ม.ค.61) นายนิพนธ์ เล่าให้ฟังว่า ช่วงเย็นวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อไปซื้อยาแผนโบราณให้ผู้สูงอายุในครอบครัว ที่ตำหนักร่างทรงแห่งหนึ่ง ในอ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อไปถึงพบว่า ตำหนักดังกล่าวมีลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว มีป้ายติดด้านหน้าว่า “ตำหนักสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” และได้พบกับชายผู้หนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “อาจารย์หมอ” ซึ่งเป็นร่างทรง และได้ซื้อยาแผนโบราณจากอาจารย์หมอคนดังกล่าวมา 1 กระปุกในราคา 2,500 บาท

 

นายนิพนธ์ ห่อจินดาภิญโญ ผู้เสียหาย

ทั้งนี้ชายที่เรียกตัวเองว่า “อาจารย์หมอ” บอกว่า ยาดังกล่าว ทำมาจาก “รกพระพุทธเจ้า” รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำเปล่าปริมาณเท่าถ้วยกาแฟแล้วดื่ม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ขอลองชิม ปรากฎว่า มีรสขมนำ และมีความซ่าติดมาด้วย

นายนิพนธ์ ยังได้กล่าวอีกว่า ส่วนสีเหลืองคล้ายขมิ้นที่ตัวเองสงสัย นั้น อาจารย์หมอ ยืนยันว่าไม่ใช่ผงขมิ้น และบอกว่า ถ้าเจอขมิ้นแม้แต่ผงเดียว ให้มารับเงินไปเลย 1 ล้านบาท นอกจากนี้ อาจารย์หมอ ยังได้ให้ยาน้ำบำรุงเลือดมากับแม่ยายที่ไปด้วยกันในวันนั้น แต่ไม่มีใครกล้าดื่ม เพราะกลิ่นคล้ายกับน้ำจิ้มหมูกระทะ

นายนิพนธ์ บอกอีกว่า เมื่อกลับมาถึงบ้าน ยังรู้สึกสงสัยในสรรพคุณยา จึงลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต กระทั่งไปพบว่าใน เพจฟักโกสต์ เคยแชร์ข่าวว่าเมื่อปี 2554 ตำหนักดังกล่าว เคยถูกเจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

และตำรวจเข้าจับกุม เนื่องจากจำหน่ายยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ และยังเปิดนวดแผนไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตัวเองไม่แน่ใจว่าถูกดำเนินคดีแล้วหรือยัง ถึงกลับมาขายอีก ดังนั้นจึงต้องการให้อมรินทร์ทีวี ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ รวมทั้งตรวจสอบด้วยว่ายาดังกล่าวมีสารสเตียรอยด์ผสมมาหรือไม่

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำเรื่องขอให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมกับซื้อชุดทดสอบสารสเตียรอยด์ที่ปนเปื้อนมาในยาแผนโบราณ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ทั้งนี้ผลการทดลองด้วยตนเองทั้งสองครั้ง พบว่ามีสารสเตียรอยด์ทั้งสองครั้ง โดยผลนั้นขึ้นที่ตำแหน่ง “ซี” ขีดเดียว แปลว่า เป็นผลบวก แสดงว่ามีสเตียรอยด์ อาจเป็นเด็กเมทาโซนหรือเพรดนิโซโลน หรืออาจใส่ปนปลอมมาทั้งสองชนิด

ชุดทดสอบสารสเตียรอยด์ที่ปนเปื้อน

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยังตำหนักองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตั้งอยู่ภายในบ้านพักของนายณรงค์ ยอดเกตุ อายุ 54 ปี หรือที่เรียกกันว่า “อ.อ๊อด มหาลาภ” โดยในวันนี้ เจ้าตัวไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ แต่ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า เมื่อปี 2554 ตนถูกดำเนินคดี หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบส่วนผสมของสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณที่ตนรับมาจำหน่าย และยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษี แต่อาจารย์อ๊อด ยืนยันว่า คดีทั้งหมดได้จบไปแล้ว ตนได้ดำเนินการเสียค่าปรับไปแล้วทั้งหมด

ตำหนักองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ปัจจุบันตนมีอาชีพเป็นคนนวดไล่เส้น และเปิดกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีลักษณะเป็นการนวดบำบัดโรค ไม่ใช่รักษาโรค และไม่ได้เป็นร่างทรงตามที่หลายคนพูดกัน และไม่ได้ขายยาบำรุงเลือดที่พบสารสเตียรอยด์มานานแล้ว ตั้งแต่ถูกดำเนินคดี ดังนั้นกรณีที่มีผู้แจ้งมาว่า ได้ซื้อยาไปจากเขานั้น จึงไม่ใช่ความจริง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ยาที่เคยขายเมื่อหลายปีก่อนทำจากอะไรบ้าง อาจารย์อ๊อดบอกว่า หลักๆทำจากขมิ้นชัน และมีส่วนผสมของสมุนไพรชื่อ “รกพระพุทธเจ้า” ที่ขายกันโลละ 2 หมื่นบาท และต้องสั่งซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น

คุณต่าย ญาติอาจารย์อ๊อด

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ยังได้พูดคุยกับคุณต่าย ซึ่งเป็นญาติกับอาจารย์อ๊อด และเคยมีประสบการณ์หายจากอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ เพราะได้ให้อาจารย์อ๊อดนวดไล่เส้นให้ ส่วนคุณแม่วัย 80 กว่า ก็เคยมีประสบการณ์หายจากอาการเดินไม่ได้เช่นเดียวกัน คุณต่ายยืนยันว่า การออกมาพูดครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเป็นญาติ เพราะตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อว่า การนวดแบบนี้จะทำให้หายจากโรค หรืออาการบาดเจ็บได้ ส่วนเรื่องการขายยาแผนโบราณนั้น เธอเองก็ไม่เคยเห็นอาจารย์อ๊อดซื้อยาอะไรมาขายเลย ซ้ำยังไม่ได้เรียกร้องเงินทองจากผู้ที่มานวดบำบัดโรค มีแต่เพียงกล่องไว้รับเงินตามแต่จิตศรัทธาเท่านั้น

keyboard_arrow_up