น้องชายถอดใจไม่เอาผิดพี่ลวนลามเมีย ป้ารับอาสาปรามให้ อย่าทำอีก (คลิป)

จากกรณี นายนัด เปิดเผยเรื่องราวว่า พี่ชายคนละแม่ ได้ข่มขืนเมียตนซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือน เหตุเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว (2560) แต่ตนเพิ่งทราบเรื่อง และได้ตามไปสอบถามพี่ชายซึ่งยอมรับว่า ลงมือทำจริง ก่อนที่ตนจะโมโห และทำร้ายร่างกายพี่ชาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

บ้านของนายน็อต

ล่าสุด วันนี้ (14 ม.ค.61) ทีมข่าวได้เดินทางไปตามหา นายน็อต พี่ชายซึ่งถูกกล่าวหา ย่านตลาดบางใหญ่เก่า จ.นนทบุรี พบว่าบ้านของนายน็อต เป็นบ้านเช่า ถูกปิดล็อกไว้ ทีมข่าวสอบถาม นางวิลาวัลย์ พุทธโส ป้าของภรรยานายน็อต เปิดเผยว่า นายน็อตน่าจะออกไปขับรถแท็กซี่ โดยพาภรรยากับลูกออกไปด้วย

นางวิลาวัลย์ พุทธโส ป้าของภรรยานายน็อต

นางวิลาวัลย์ บอกอีกว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะนายน็อต เพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น อุปนิสัยของนายน็อต เป็นคนดี พูดคุยทักทายตามปกติ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นตนก็ตกใจ คาดว่าแม่ของภรรยานายน็อต น่าจะยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น

หลังจากนี้ต้องคงพูดคุยกับนายน็อต ถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนตัวหลานสาวตน ก็ต้องสอบถามและตักเตือน แต่อาจจะห้ามปรามไม่ได้เพราะเหตุเกิดไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้โทรศัพท์ สอบถาม นายนัด ระบุว่า ยังไม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความ เพราะต้องให้ภรรยามาแจ้งความด้วยตัวเอง ขณะนี้ภรรยาอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด และไม่พร้อมที่จะเข้าแจ้งความ เพราะทางบ้านอยากให้เรื่องจบลง เนื่องจากอับอายที่มีข่าวออกไป ส่วนตนอยากแจ้งความเพื่อให้คนกระทำผิดได้รับบทลงโทษให้ถึงที่สุด

นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ทางด้าน นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว หากฝ่ายหญิงไม่สมยอม พี่ชายจะมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ผิดกฎหมายตาม มาตรา 276 มีโทษปรับ จำคุก 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000 – 400,000 บาท หากพี่ชายข่มขืน หญิงสาวที่กำลังตั้งท้อง แล้วเกิดแท้งลูกขึ้นมา ผู้ที่ข่มขืนจะมีความผิด ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทนายรณรงค์ ให้ข้อมูลว่า คดีข่มขืนกระทำชำเรา ฝ่ายของ นายรักชนนท์ น้องชาย ไม่สามารถไปแจ้งความเอาผิดพี่ชายได้ เนื่องจากตนเองไม่ใช่ผู้เสียหาย กรณีนี้ฝ่ายผู้หญิง ต้องไปแจ้งความเอาผิดด้วยตนเอง

เรื่องนี้ ทนายรณรงค์ มองว่า น่าสงสารฝ่ายน้องชาย หากผู้หญิงไม่ยอมไปแจ้งความ ก็ไม่สามารถเอาผิดพี่ชายได้ เรื่องราวทำนองนี้ในสังคม มีให้เห็นกันมากมาย เป็นเรื่องที่ฝ่ายชายยอมไม่ได้ จนเกิดคดีทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงยิงกันตาย ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ

ทนายรณรงค์ ยังบอกอีกว่า จากประสบการณ์ที่ตนเองทำคดีมาหลายปี โดยทั่วไปผู้หญิงที่ถูกข่มขืน ไม่เกิน 1 เดือน เมื่อทำใจได้ก็จะเข้าไปแจ้งความ หากปล่อยไว้นานเกินไป ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะเอาผิดฝ่ายชาย เพราะพยานหลักฐานจะไม่หลงเหลืออยู่ทั้งถุงยางอนามัย หรือร่องรอยการร่วมเพศ

กรณีที่ผ่านมาเกือบปี แล้วมาแจ้งความ แนวทางคดีต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมเนื่องจากในทางคดีถือว่าเป็นพิรุธ เพราะว่าเรื่องผ่านมานานแล้ว เจ้าหน้าที่อาจจะต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เช่น พนักงานโรงแรมว่าได้ยินเสียงร้องขัดขืน รวมทั้งต้องหาเบาะแสว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานเอาผิดหรือไม่

ทนายรณรงค์ ฝากว่า ให้สังคมดูเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ เรื่องชู้สาวนอกใจกัน กลายเป็นปมฆ่ากันตายก็มีมาแล้วมากมาย ส่วนเรื่องถูกข่มขืน ต้องรีบเข้าเจ้าความเนื่องจากหากปล่อยไว้นาน ยากที่จะตรวจพิสูจน์ได้

keyboard_arrow_up